กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการ โดยการฝึกฟังคำสั่ง การเลียนแบบท่าทาง และพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดใหญ่

วันนี้เรียนรู้กิจกรรมห้องเด็ก SLOW ห้องนี้จะเป็นห้องที่เด็กมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น และสามารถนั่งได้นิ่ง สามารถฟังคำสั่งได้ โดยจะไม่ได้แยกเด็กเป็นประเภทของการวินิจฉัยโรค แต่จะดูจากพฤติกรรมและความสามารถ

กิจกรรมจะแตกต่างออกไปจากิจกรรมห้องเบอร์ 34 ตรงกิจกรรมจะเน้นการรอและการสื่อสารมากขึ้น เนื่องจากมีเด็กหลายคนที่สามารถพูดสื่อสารได้และกำลังจะพูดออกเสียง

กิจกรรมแรกเป็นการเตรียมพร้อมให้เด็กมีสมาธิจดจ่อ โดยให้เด็กนั่งทำกิจกรรมต่อ jigsaw และเรียนรู้เกี่ยวกับผลไม้และสัตว์ รู้จักสีต่าง ๆ ต่อมาเป็นกิจกรรมการทักทาย โดยพยาบาลจะร้องเพลง ให้เด็กมีจังหวะรอโดยการกอดอก และยกมือ แนะนำชื่อของตนเอง บางคนที่ออกเสียงได้ก็จะต้องออกเสียง เช่น "ค่ะ" เป็นต้น

กิจกรรมการอ่านก-ฮ และ 1-10 กิจกรรมนี้จะเน้นให้เด็กมองและเรียนรู้ประสาทสัมผัสโดยการเขียนตัวหนังสือลงบนกระดาษลูกฟูกที่เป็นคลื่น เด็กจะได้รับรู้การสัมผัสร่วมไปด้วย

กิจกรรมเรียนรู้อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย เป็นการรับรู้ตำแหน่งของร่างกายของตนเองซึ่งจะส่งเสริมให้เด็กรูจักฟังว่าจะต้องจับอวัยวะส่วนไหน และยังจะได้รู้อีกว่าอวัยวะนี้อยู่ที่ตรงไหน และยังมีการร้องเพลงเพื่อจับอวัยวะต่าง ๆ ตามเพลงอีกด้วย

ต่อมาจึงเป็นกิจกรรมส่งเสริมกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ได้แก่ การลากรถ เดินซิกแซก การโยนบอล รับบอล และการเตะ กิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้พยาบาลจะเป็นคนสอน แต่คุณพ่อคุณแม่หรือพี่เลี้ยงจะเป็นผู้ฝึกเด็กด้วยตนเอง ซึ่งบางครั้งพ่อแม่พี่เลี้ยงก็จะช่วยเหลือเด็กมากเกินไป หรือบางครั้งก็ไม่รู้จะสอนอย่างไร ก็จะมีพยาบาลมาสอนและบอกซ้ำอีกครั้ง  ซึ่งการสอนผู้ปกครองนับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะส่งเสริมให้ผู้ปกครองสามารถไปดูแลเด็กที่บ้านต่อไป

 

วันนี้ช่วงเช้า มีกิจกรรมเหมือนทุกวัน แต่มีเด็ก 1 คนมากับคุณพ่อ ร้องไห้โวยวายและกรี้ด ไม่ยอมเข้ากลุ่ม แต่คุณพ่อใช้วิธี ignor คือการไม่สนใจซึ่งเด็กก็สงบเป็นช่วง ๆ แต่พอจะให้คุณพ่อสนใจก็กลับมาร้องใหม่อีกครั้ง เป็นเวลาเกือบ 20 นาที และเด็กก็พลาดโอกาสที่จะทำกิจกรรมไปเลย ถ้าวิธีการอีกทางเลือกหนึ่งคือ การปรับพฤติกรรมเด็ก โดยการพาเด็กออกจากกลุ่มนั้นก่อน (วิธีนี้จะเรียกว่า Time out) แล้วจึงพาเด็กกลับมาร่วมกิจกรรมดังเดิม หลังจากที่เด็กเรียบร้อยสงบแล้ว แต่ต้องเลือกใช้ตามความเหมาะสมแก่เด็กแต่ละคนนะค่ะ