เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าฟังการบรรยายจากศาสตราจารย์ โมฮัมมัด ยูนูส เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเมื่อปี คศ. 2006

ทางมหาวิทยาลัยเชิญท่านมารับรางวัลดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขากฎหมาย นักเรียนอย่างเราๆก็พลอยโชคดีไปด้วยเพราะนี่เป็นบุคคลสำคัญที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพท่านที่ 5 แล้วที่ผู้เขียนได้มีโอกาส เห็นตัวจริง และ ฟังบรรยาย (ฟรีด้วย) เพราะทาง UBC เชิญมา

อีก 4 ท่านคือ

ศาสตราจารย์ยูนูสบรรยายชั่งโมงกว่าๆ ผู้เขียนทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน (เหนื่อยขนาดต้องของีบ 40 นาทีก่อนตื่นมาอาบน้ำเพื่อมาฟังบรรยายตอน 2 ทุ่ม!) แต่เหนื่อยแค่ไหนก็หายเป็นปลิดทิ้ง หูตาเปิดตลอดชั่วโมงกว่านั้น ท่านเป็นคนที่พูดแล้วมีมุข แถมยิ้มแล้วมีกระแสเมตตาแผ่ออกมาก

ผู้เขียนกลับบ้านมาลองหาวีดีโอคลิปใน youtube ก็พบว่ามีอยู่หลายคลิป เนื้อหาเหมือนกับที่ท่านบรรยายเมื่อคืนนั้น ใครสนใจฟังได้ที่คลิปด้านล่างนี้ค่ะ

(ของ google campus จะยาวสุดฟังได้ 44 นาที)

------------------------------------------------

บันทึกนี้ผู้เขียนขอยกแค่ส่วนเดียวของการบรรยายครั้งนี้ที่คิดว่าอยากช่วยเผยแพร่

นั่นก็คือเรื่อง ต้นบอนไซกับคนจน

http://cache1.asset-cache.net/xt/bldtr040152.jpg?v=1&g=BLD&s=1 http://cache2.asset-cache.net/xt/56443836.jpg?v=1&g=PHA&s=1  http://cache4.asset-cache.net/xt/73537127.jpg?v=1&g=PHA&s=1

[ภาพจาก royalty-free getty images]

------------------------------------------------

ศาสตราจารย์ยูนูส เล่าให้ฟังว่าหนึ่งในความสำเร็จของธนาคารการมีนคือเรื่องการศึกษา รุ่นลูกรุ่นหลานของลูกหนี้ของธนาคาร เป็นเรื่องที่น่ายินดีมากที่เด็กๆที่แทบจะต้องตายเพราะขาดอาหาร ได้มีโอกาสเรียนหนังสือจนจบสูงๆ

ท่านยูนูส หยุดบรรยาย 3 วินาที แล้วก็ถามว่า แล้วเด็กพวกนี้ ต่างอะไรกับพ่อแม่เค้า?

ที่รุ่นนั้นจนขนาดไม่มีกินนั้นไม่ได้เกี่ยวกับว่าเค้าไม่มีสมองหรือความสามารถ ไม่ได้มีปัญหาทางพันธุกรรมซะหน่อย

แล้วท่านก็เปรียบว่าคนจนก็เหมือนต้นบอนไซ

ลองคิดดู ถ้าท่านเข้าไปในป่านที่อุดมสมบูรณ์มากๆ ต้นไม้งาม ต้นสูงใหญ่ แล้วไปเก็บเมล็ดมาจากต้นที่งามที่สุดสูงที่สุดมา

ถึงเลือกเมล็ดที่ดีที่สุดมาปลูกในกระถางเล็กๆ คุณก็จะได้ต้นไม้ต้นเล็กๆ

กระถางยิ่งเล็ก ดินยิ่งน้อย ต้นก็ยิ่งเล็ก

ท่านบอกว่า นั่นแหละ สถานการณ์ของคนจน

เหตุปัจจัยต่างๆรอบๆตัวเค้านั่นแหละที่ไม่ให้ "พื้นที่" ให้พวกเข้า "เจริญ"

ระบบเศรษฐกิจที่พวกเราสร้างกันขึ้นมาเอง ระบบสังคมที่เราสร้างกันขึ้นมาเองนี่แหละที่ทำให้มีความจนขนาดนั้นเกิดขึ้น

เพราะฉะนั้นถ้าจะทำให้ความจนหายไปเราต้องให้ พื้นที่ นั้นๆ สร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้ความคิดสร้างสรรค์และความสามารถของพวกเขาเกิดขึ้นเองโดยที่ทางเราก็ไม่ได้ กำหนดว่าเค้าควรทำอะไรอย่างไรด้วย แต่ที่ธนาคารกรามีนประสบความสำเร็จมากๆก็เพราะพนักงานของธนาคารไปคุยกับผู้ยืมอย่างลึกซึ้ง ไปเข้าใจชีวิตของพวกเขาจริงๆ เช่นไปคุยกับขอทานจนเข้าใจว่า ณ จุดในของชีวิตที่เป็นจุดพลิกผันทำให้เขาตัดสินใจว่า ต่อไปนี้จะขอทานอย่างเดียวไม่ทำอะไรแล้ว

นอกจากนี้พนักงานของกรามีนยังออกไปพบผู้ยืมถึงบ้าน สัปดาห์ละครั้ง เรียกได้ว่ารู้จักกันจริงๆ มิน้าลูกหนี้เกือบทั้งหมดถึงได้คืนเงินครบ แถมสถิติคนจนของประเทศบังคลาเทศถึงได้ลดลงทุกปีปีละ 1-2% เรื่อยไม่หยุดมา 31 ปีแล้ว! นี่ขนาดบังคลาเทศทีไซโคลนมีน้ำท่วมทุกปี แถมมีรัฐบาลที่คอรัปชั่นมากที่สุดที่นึงในโลกนะเนี่ยะ!