สวัสดีค่ะคุณมัท

ดร.ยูนุสเป็นคนหนึ่งที่เบิร์ดชอบแนวคิดและการปฏิบัติของเค้ามากเลยล่ะค่ะ  และเห็นด้วยว่าการเปรียบเทียบว่าคนจนเหมือนบอนไซนั้นตรงเป๊ะเลย

หลักคิดของกรามีนแบงค์หรือธนาคารคนจนนี้เราก็เอามาทำ SML และกองทุนหมู่บ้าน แต่เราเอามาแบบลอกแต่ไม่ได้เอาจิตวิญญาณมาด้วยทำให้มีปัญหาตามมามากมายเลยนะคะ

ธนาคารคนจนหรือธนาคารกรามีน (Grameen Bank) เค้าปล่อยสินเชื่อให้กับคนจนและคนด้อยโอกาส โดยเฉพาะที่เป็นสตรีถึง 95% เลยนะคะทั้งผู้หญิงที่ประกอบอาชีพไม่งามในสายตาคนทั่วไปและขอทาน ซึ่งไม่มีองค์กรการเงินใดให้กู้ พร้อมใช้กุศโลบายต่าง ๆ ให้คนเหล่านี้ เลิกอาชีพดังกล่าวและรู้จักมีศักดิ์ศรีในตนเอง จนได้รับสมญานามว่า นายธนาคารขวัญใจคนจน

ซึ่งหลักการในการดำเนินการคือเข้าใจ เข้าถึงและช่วยกันคิดแก้ปัญหาตลอดจนวางแผนการใช้เงินร่วมกันกับลูกหนี้ โดยเชื่อว่าความซื่อสัตย์ยังมีในโลก สิ่งที่ทำเป็นธุรกิจดำเนินไปอย่างมีคุณธรรมและสร้างสรรค์ ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเชื่อมั่นในศักยภาพการชำระหนี้ของคนยากจนหรือคนด้อยโอกาสในสังคมยังสามารถพัฒนาตนเองได้โดยให้กู้ทีละน้อยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มทีและส่งทยอยคืน มุ่งให้พึ่งตนเองได้

และดร.ยูนุส พบว่าคนจนเหล่านี้สามารถใช้หนี้คืนได้เกือบทั้งหมด หากได้รับโอกาสที่เหมาะสมและเชื่อว่าตราบใดผู้คนยังยากจนอยู่ความสงบสุข สันติภาพย่อมเกิดไม่ได้..เท่ห์ชะมัด โอ่อ่า สง่างามและเปิดเผยดีจังเลยนะคะ

สำหรับประเทศไทยก็มีปราชญ์ชาวบ้านที่ได้อุทิศแรงกาย แรงใจ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า

ดร.มูฮัมหมัด  ยูนูส เหมือนกันค่ะคุณมัท และทำเรื่องที่คล้ายคลึงกัน คือ คุณชบ  ยอดแก้ว, คุณเคล้า  แก้วเพ็ชร,

คุณอัมพร  ด้วงปาน, คุณลัภย์   หนูประดิษฐ์  ค่ะ

แต่จะขอพูดถึงผลงานของคุณชบ  ยอดแก้วนะคะ 

..เรียกกันติดปากว่าครูชบ  ผู้ทรงภูมิปัญญาด้านการเงินชุมชนที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของภาคใต้  โดยริเริ่ม

การออมทรัพย์ร่วมกันโดยใช้ สัจจะ  เป็นกฎข้อบังคับค่ะ จึงเรียกว่า สัจจะออมทรัพย์  ซึ่งเป็นองค์กรการเงินนอกกฎหมายในกลุ่มของประชาชน  พัฒนาครบวงจรชีวิตมีการจัดสวัสดิการที่ครอบคลุมตั้งแต่เกิดจนตาย

ใช้ความรู้จัก คุ้นเคย สายสัมพันธ์ของคนในชุมชนเป็นกรอบในการควบคุมซึ่งกันและกัน  มีกฏกติกา

ทางสังคมที่ไม่เป็นทางการ ชุมชนดูแลให้เกิดการลงโทษทางสังคมแก่สมาชิกกองทุนที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ซึ่งประสบผลสำเร็จ มีกองทุน มีการออมทรัพย์ขึ้นในระดับชุมชน ใช้กระบวนการเรียนรู้มาจัดการในลักษณะของจุลภาคหลาย ๆ จุลภาคมารวมกันเป็นเครือข่าย เพื่อร่วมกันสร้างพลังผลักดันให้มีการขยายแนวคิดไปทั่วประเทศ ต่อมาได้มีการผลักดันเข้าสู่ระบบการศึกษาเป็นหลักสูตรเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเองตามแนวตะวันออกค่ะ

                  

จะเห็นได้ว่าทั้งดร.มูฮัมหมัด  ยูนูส  และครูชบ  ยอดแก้ว  ทำในเรื่องเดียวกันคือเรื่องของเศรษฐศาสตร์ชุมชนนะคะ มุ่งช่วยเหลือให้คนยากจน และด้อยโอกาสให้สามารถช่วยตนเองได้อย่างยั่งยืนถึงแม้วิธีการดำเนินการต่างกันบ้าง แต่หลักใหญ่เหมือนกัน คือ ใช้การแก้ปัญหาแบบทุนนิยม ( การให้กู้โดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันแต่ต้องใช้คืน สร้างวินัยทางการเงินมากกว่าที่ชาวบ้านพูดๆกันอยู่ว่าไม่ต้องใช้หรอกเงินของ... เดี๋ยวก็ยกหนี้ให้ อิ อิ อิ ) ไม่ใช่แบบการกุศลหรือสังคมสงเคราะห์ 

และมีลักษณะการทำงานที่เชื่อมโยงและบูรณาการการทำงานของผู้ทรงภูมิปัญญาในท้องถิ่น ซึ่งใช้องค์ความรู้และระบบการบริหารจัดการ ขับเคลื่อนกิจกรรมเป็นการทำงานลักษณะองค์รวม

ซึ่งทั้งสองท่านมองและแก้ปัญหาจากฐานล่างของประเทศหรือส่วนที่เป็นปัญหาของประเทศนะคะ.. ช่วยเหลือชุมชน ผู้ด้อยโอกาสที่มีจำนวนมากให้ได้รับโอกาส ทั้งเข้าถึงองค์ความรู้ในการประกอบอาชีพนั่นคือเช่น ดร.ยูนูส เน้นให้โอกาสแก่ผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เมื่อเกิดการพึ่งพาตนเองได้แล้วก็เกิดการพึ่งพาซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างสังคมให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข..เบิร์ดถึงว่าเราเอามาแต่รูปแบบ แต่เราไม่ได้เอาจิตวิญญาณมาด้วยทำให้เกิดการกลายพันธุ์ในหลายๆกองทุน  ^ ^

คิดถึงค่ะ