ตอบคำถามทางธรรมด้วยภาษา IT

        วันนี้ขอเป็นพุทธศาสตร์ 1 วันนะครับ ก็ไม่มีอะไรมากเพียงแค่อยากให้พวกเรา
ได้ลองใช้เวลาซัก 3 นาทีในการเรียนรู้สิ่งเร้นลับอธิบายยาก ๆ ในพุทธศาสตร์
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ว่าใครที่จะเข้าใจได้ง่าย ๆ แต่เชื่อหรือไม่ว่าถ้าคุณเป็นคน IT
สิ่งเหล่านี้คุณจะเข้าใจได้ง่ายมากๆเลย ขอแยกเป็นหัวข้อเลยละกันครับ
      
        ผมเชื่อว่าหลายคนเมื่อฟังเรื่อง รูป-นาม แล้วคงงงเป็นไก่ตาแตก
ว่าเอะ! อะไรกันเราก็เห็นๆกันอยู่ว่าตัวเรามีอยู่ ข้าวก็กินอยู่ โดนด่าก็เจ็บอยู่
แล้วมันจะไม่มีตัวตนได้อย่างไร 
       
        กรณีทดสอบนะครับ ช่วยดูตัวอักษร 2 ตัวด้านล่างนี้

                                                                                 
       
       ผมจะอธิบายตามหลักพุทธศาสตร์นะครับ  ตามพุทธศาสตร์เชื่อว่าตาที่เห็น
เลข ๑ กับตาที่เห็นเลข ๒ นั้นเป็นคนละตากัน ซึ่งจะอธิบายโดยละเอียดแล้วก็
ต้องกล่าวถึง จักขุวิญญาณ และหลักแ่ห่งปฏิจจสมุปบาท แต่ผมจะไม่กล่าวให้เยิ่นเย้อ
เดี๋ยวจะงงกันไปใหญ่
       ผู้ที่สนใจอ่านขณะนี้คงสงสัยว่าแล้วที่พุทธศาสตร์อธิบายว่าคนละตานั้นมันเกี่ยวอะไร
กับ IT ถ้าผมบอกว่าช่วงเวลาในการเห็นแต่ละ millisecconse ที่ต่างกันของเลข ๑ กับ ๒ 

เป็นคนละจุกขุวิญญาณจะเข้าใจมั้ยครับ คราวนี้ผมสมมุติใหม่ด้วยสิ่งพื้นๆที่คน IT รู้ละกันนะครับ

ก่อนอื่นขอถามคำถามเหล่านี้ก่อนนะครับ

       สมมุติว่าเราดู DVD เรื่องหนึ่งเมื่อเวลา 12.00 นั้น ถ้าลองถามคนที่ไม่จบ IT
ดูนะครับว่า พระเอกคนเดียวกันที่เราเห็นตอน 12.00 กับพระเอกที่เราเห็นเมื่อเวลา
12.05 นั้น เป็นคนเดียวกันหรือไม่ แน่นอนเขาต้องตอบว่าคนเดียวกัน

        คราวนี้เรามามองมุมของ โครงสร้างของ DVD นั้น ตัวละครตัวเดียวกันสมมุติ
ณ เวลา 12.00 อยู่ใน Track ที่ 100-120 กับตัวละครเดียวกัน ณ เวลา 12.05 นั้นอยู่ใน
Track ที่ 2500 - 2550 อย่างนี้ ถามว่าตัวละครทั้งคู่เป็นตัวเดียวกันอีกหรือไม่!

        คำตอบคือไม่ใช่เลย พระเอก ที่ Track 100 กับพระเอกที่ Track 2500 นั้น
เป็นคนละพระเอกกัน ต่างคนก็ต่างอยู่ใน Track ของตน ก็เช่นเดียวกันกับจังหวะการสนใจ

เลข ๑ และเลข ๒ ที่อยู่คนละ Track กันนั่นแหละครับ

         ที่นี้มาถึงคำถามที่ว่าถึงผู้อ่านยอมรับแล้วว่ามันคนละ Track กัน แล้วจะได้อะไร
จะรู้อะไรเป็นประโยชน์อย่างไรหรือ  แน่นอนมันต้องเกี่ยวข้องกันอย่างมาก
แต่ผมหมดเวลาซะแล้ว เอาเป็นว่ารู้อยู่ในใจไปก่อนแล้วกัน ไว้พรุ่งนี้จะมาต่อให้อีก
ว่ารู้แล้วมีประโยชน์อะไร  มันจะช่วยอะไรเราได้หรือ แย้มไว้ก่อนละกันนะครับ
การที่คุณเปิดสิ่งเหล่านี้ออกมาได้ ธรรมมะได ๆ ผู้อ่านจะสามารถตีกระจายได้โดยง่าย
ใด ๆ ที่ครอบงำเราอยู่นั้นก็จะมลายหายไปสิ้น ง่ายเหมือนเปิดกะลาที่คว่ำให้หงาย
เลยทีเดียว…