เรื่องเล่าจากเมืองพล

วันนี้ขับรถอย่างอันตรายสุด ๆ เพราะง่วงมาก เนื่องจากเมื่อคืนนอนกลางดินกินกลางทุ่ง  นอนอาบยุ่งและลมที่พัดแรง หมอก็แรง  ส่งผลให้นอนไม่หลับและสะสมความเหนื่อยมาหลายวัน เมื่อไปถึงเมืองพลก็แทบจะล้มหลับแบบยืน ๆ แต่กลั่นใจเดินเข้าโรงทอก่อน

วันนี้กี่ทอผ้า 5 ตัวได้ทำงานพร้อมกันเป็นครั้งแรก โดยเป็นกี่สำหรับงานวิจัยสี่กี่ และ กี่ทอผ้าเพื่อขายและเป็นทุนในการทำงานอีกหนึ่งกี่ ช่างทอทั้ง5 คนลงกี่ครบไม่มีใครติดขัดอะไร ส่วนยายลี ก็ลงมือตีเกลียวเส้นไหมอยู่เพียงลำพัง

ผมไม่ได้เข้ามาดูกี่หลายสิบวันดังนั้นเมื่อมาถึงก็พบว่าหลายลายที่ออกแบบไว้และเมื่อลลงทอแล้วจำเป็นต้องปรับ แต่ผมเดินทางมาช้าไปทำให้แม้จะปรับก็เสียเส้นไหมไปมากจึงได้แต่โทษตัวเองที่มัวไปเสียเวลากับงานอื่นจนงานของตนเองต้องมีปัญหา

ดังนั้นบ่ายวันนี้จึงลงแก้ผ้าทุกกี่เพื่อให้ลายผ้าลงตัวมากขึ้น 

กี่ของช่างนง จำเป็นค้องปรับสีทางยืนใหม่ซึ่งหมายถึงการย้อมใหม่บางส่วนเนื่องจากสีในผ้าขาดเอกภาพ ไม่กลมกลืนกันเลย ผมจึงให้ทำลองเปลี่ยนสีใหม่  ส่วนลายที่ทอที่ออกแบบไว้ให้ดูอิสระรื่นไหล ผมคือมันแข็งกระด้างไป เหตุผลเพราะช่างมัดยังยึดติดกับรูปแบบโครงสร้างลายผ้าแบบเดิม การแก้ไขปัญหาหลังจำเป็นต้องลงมือร่างลายมัดหมี่ให้ดูก่อนจะมัดอีกครั้ง

ส่วนช่างอรุณแม้จะชำนาญอยู่มาก แต่ลายหมี่วันนี้ดูเล็กและซ้ำกันจนน่าเบื่อ ดังนั้นผมจึงแก้ไขโดยให้กลับลายผ้าไปมา ไม่ให้ช้ำกันมากและมีการสอดเส้นไหมล้วนเข้าไปปทรกในลายเพื่อให้เกิดลายที่พิเศษกว่าเดิม ผลที่ออกมาเกิดความสวยงามจนการทำแบบนี้กลายเป็นต้นแบบในการแก้ปัญหาของกี่อื่น ๆ

การเดินทางมาวันนี้ก็เป็นเครื่องย้ำสำหรับนักวิจัยเชิงปฏิบัติการที่ต้องลงพื้นที่และเอาใจใส่งานมากกว่าที่เป็นและสม่ำเสมอ  และใครที่เป็นนักออกแบบลายผ้าการแก้ปัยหาที่กี่ทอผ้าจะเกิดขึ้นทุกวัน ดังนั้นการเฝ้าติดตามงานจึงถือเป็นบทบาที่สำคัญของคนทำงาน

วันนี้รู้สึกผิดหวังกับตนเองมากพอสมควร