ค่ำคืนการปิดเทอมของลูกชายสุดโปรดทั้งสองคน  นำพาความตื่นเต้นมาสู่ผมอย่างมหาศาล  ปีนี้เจ้านักเลงลูกทุ่งของผมลั่นวาจาชัดแจ้งว่าจะขึ้นเวทีวาดลวดลายขาโจ๋อย่างเต็มกำลัง  และจะไม่ยอมถอดใจเหมือนปีที่แล้วอย่างแน่นอน

 

ปีนี้รู้ล่วงหน้าว่าเจ้าจุกถูกจัดวางเป็นนักเต้นแถวหน้า   คุณครูประจำชั้นย้ำนักย้ำหนาว่าน้องแดนส่ายสะโพกโยกเอวได้อย่างน่ารัก    และมีใจรักเฮฮา  ขยันซ้อมเต้นเป็นที่สุด  !  ส่วนเจ้าตัวก็จริงจังกับเรื่องนี้มาก  โทรไปย้ำให้ปู่ย่ามาดูมาชมให้จงได้,  ซ้ำร้ายก็ไม่วายฝากปู่ย่าให้ชวนผู้เฒ่าผู้แก่แถว ๆ บ้านมาให้กำลังใจแกเยอะ ๆ  ....

 

 

 

ก่อนการแสดงจะเริ่มขึ้น   ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ไปขลุกอยู่หลังเวทีกับลูก  ซึ่งก็เห็นได้ชัดว่าแกไม่ตื่นเต้น  แถมยังกระชุ่มกระชวย  และคอยกำชับซักซ้อมกับเพื่อน ๆ  อย่างเอาจริงเอาจัง พร้อม ๆ กับยืนกอดอกมาดแมนอย่างมั่นใจ   ซึ่งเมื่อก้าวขึ้นไปบนเวทีเจ้าตัวก็ยังคงไม่แสดงอาการประหม่าใด ๆ ... ยืนอย่างมั่นคง ... แลหน้าเหลียวหลังอย่างพอประมาณ  รวมถึงกวาดสายตาดูเพื่อน ๆ  ว่าอยู่ในความพร้อมหรือยัง ....

 

 

ทันทีที่เสียงเพลงกระหึ่มขึ้น,  นักเลงลูกทุ่งของผมก็ออกลีลาราวกับผู้จัดเจนกับการเต้นมาอย่างชำนาญการ  แกยิ้มไม่หุบและเต้นไม่ยุบเลยก็ว่าได้  แต่พอมองไปเห็นคู่เต้นออกอาการเหนื่อยหอบและหยุดเต้น  แกก็ไม่ลืมที่จะหันไปสะกิดให้คู่เต้นได้โยกย้ายส่ายเอวอย่างทันที  ทำเอาแขกเรื่อที่เกาะหน้าเวทีออกอาการขำกันอย่างยกใหญ่ ...

 

 

น้องแดนเต้นได้ดีและเต้นได้อย่างต่อเนื่อง ...  ซึ่งหากไม่คิดว่าเข้าข้างตัวเองจนเกินไปนัก  ก็ถือได้ว่า  แกทำหน้าที่ของแกได้ดีอย่างดีเยี่ยม  สมแล้วกับที่ถูกจัดวางเป็นแกนนำให้เต้นอยู่ แถวหน้า.. 

 

 

 

ทันทีที่การเต้นยุติลงและทุกคนก็ลงมารวมกันที่หลังเวที  โดยมีครูประจำชั้นกล่าวชื่นชมอย่างชัดแจ้ง  ขณะที่ผู้ปกครองก็กรูเข้ามาโอบกอดและหอมแก้มลูกหลานตัวเองอย่างมีชีวิต ...ส่วนเจ้าจุกกลับไม่สนใจอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนเวที ตรงกันข้ามกลับรบเร้าให้แม่ไปเอาชุด นายพราน  มาให้เปลี่ยนโดยเร่งด่วน  ซึ่งชุดนายพรานที่ว่านี้เป็นชุดการแสดงของน้องดินและเพื่อน ๆ ในชั้นอนุบาล 3/2  แต่แกได้ชุดนี้มา  เพราะครูประจำชั้นน้องดินเห็นว่าเจ้าจุกไปคลุกคลีและฝึกซ้อมกับพี่ ๆ เกือบทุกวัน  จึงนับได้ว่าเป็นหนึ่งในนายพรานด้วยเหมือนกัน  เพียงแต่ไม่มีโอกาสได้ข้ามรุ่นไปอวดโฉมบนเวทีเท่านั้นเอง ...

 

 

น้องแดน ดูจะมีความสุขเป็นอย่างมากกับค่ำคืนนี้   และยิ่งการได้สวมใส่ชุดนายพรานสะพานย่ามเล็ก ๆ  ของ "พี่หน่อย" (ดอกแก้ว)  นั้นยิ่งดูว่าแกมีความสุขอย่างมหาศาล  เที่ยววิ่งเล่นอยู่กับพี่ ๆ อนุบาลอย่างเป็นกันเอง  และกลมกลืนราวกับว่าเป็นเพื่อนร่วมชั้นเดียวกัน   มิหนำซ้ำตลอดค่ำคืนนั้น  แกก็ไม่ยอมที่จะถอดชุดนายพรานอันแสนรักนี้ ..ซึ่งกว่าจะปลงใจถอดก็ปาเข้าเกือบเที่ยงคืนไปแล้ว !

 

ปู่ย่ามาให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด : เจ้าจุกในชุดนายพรานและย่ามคู่ใจกับเพื่อนต่างวัยในระดับอนุบาล 3

 

ผมมีความสุขกับค่ำคืนนี้ไม่แพ้ลูก  .. ดีใจที่เห็นลูกทั้งสองได้มีบทบาทและกล้าแสดงออกกับกิจกรรมที่เขาควรจะต้องเรียนรู้และสัมผัส  ถึงแม้ภาพชีวิตเหล่านั้นจะยังประเมินชีวิตของเขาไม่ได้  แต่ก็เชื่อมั่นว่า ..วันนี้จะเป็นต้นทุนที่ดีสำหรับเขาในอนาคต

 

 

ผมเคยถามครูที่คุ้นเคยกันว่า  ที่โรงเรียนมีใครมีบุคลิกเหมือนนักเลงลูกทุ่งผมบ้างหรือเปล่า  คำตอบนั้นก็สะท้อนออกมาชัดเจนว่า  น้องแดนเป็นเด็กหัวจุกคนเดียวในโรงเรียน  และดูห้าวห้วนแบบนักเลงลูกทุ่ง  บางวันสะพายย่ามมาโรงเรียนอย่างหน้าตาเฉย  บางวันใส่หมวกปีกของชาวนาแบบไม่ยอมถอด ..  บางวันครูเผลอก็ให้เพื่อนทำการบ้านให้   บางวันเรียกครูที่สนิทกันว่า อู๊ด ๆ ...  ซึ่งหมายถึงเสียงร้องของหมู ...บางวันก็วางมาดราวกับมาเฟียผู้กว้างขวาง ...  มีเพื่อนพ้องเป็นรุ่นพี่แทบทั้งสิ้น

 

ฟังดังนั้น,  ผมก็ยิ่งแปลกใจว่า   แกไปชนะการประกวดนักเรียนมารยาทในระดับอนุบาล 1  มาได้อย่างไร  โดยเฉพาะการชนะเลิศสูงสุดในระดับยอดเยี่ยมนั้น,  ผมแปลกใจกับเจ้านักเลงลูกทุ่งคนนี้ของผมจริง  ๆ ...