วันนี้เป็นวันที่สุดที่รักของเรากลับจากการดูงานต่างประเทศ(อิตาลี สวิส ฝรั่งเศษ)

วันแรก ไป ดูโคลอสเซียม ที่เล่น แกดิเอเตอร์ ต่อไปหอเอนปิซ่า หอเอนนี้ ยังดูมีความแข็งแรง พระราชวังแวซาย สำนักวาติกัน อากาศช่วงนี้ประมาณ สอง-สิบ องศา

ความประทับ ที่มากเป็น ที่โรม เป็นเมืองที่ เป็นเมืองเก่า มีความยิ่งใหญ่มหึมา มีงานศิลปะมากกาย มีความเชื่อในเรื่องของพระเยซูมากมาย มีรูปปั้นสวยงามมาก เป็นที่พระแม่มารีอุ้มพระเยซู ทำด้วยหินอ่อน

โคลอสเซียมของจริงใหญ่มากมาก กรงเลี้ยงสัตว์อยู่ใต้ดิน เมืองที่โรม แระแรก สกปรก มาก มีเศษก้น บุหรี่ มากมาย สองข้งทางมีศิลปะ ภาพวาดมากมาย ดูสกปรก พอเข้า กรุงโรม ปรากฎว่า มีความอลังการ สีของเมือง ส่วนใหญ่ เป็น เอิร์ทโทน ตึงส่วนมาก ไม่สูงมาก เพระ เค้ามีข้อกำหนด ไว้ คล้ายๆกับแถวราชดำเนินใน แต่ของบ้านเราเล็กกว่า  ผู้คน ส่วนมาก เป็นอิตาเลียน สภาพจราจร ดีกว่า บ้านเรามากๆ คนบ้านเค้า มีระเบียบวินัยสูง โดยเฉพาะเรืองการจราจร โรมเป็นเมืองประวัติศาสตร์ซึ่งเค้าอนุรักษ์ไว้ได้ดีมาก ๆ อาหารพื้นเมืองโรม ไม่ถูกปากคนไทย ส่วนมากจืด+เลี่ยน ที่โรมมีกำแพงที่สูงคล้ายกำแพงเมืองจีน แต่ดูแข็.แรงกว่ามาก มีกำแพงยาวเป็นกิโลเลย เทียบกับ บ้านเรายังห่างไกลกัน จำนวนประชากรไม่มากนัก

           ถ้าไปเที่ยวตอนกลางคืน จะมีถนน สะพานสเปน(เพราะมันอยู่หน้าสถานทูตสเปน ) ผู้คนออกมาเดินเล่นกันแยอะมาก เป็นวัยรุ่น หนุ่มสาว แต่วตัวดี สีดำเป็นส่วนมาก เหมือนกับว่าเป็นการเดินเพื่ออวดเสื้อผ้ากันซะมากกว่าเดินเล่นร้านขายของเยอะ ขายเครื่องสำอางฯ ยังมีบันไดสูงๆ มีคนขึ้นไปนั่งตามบันไดนี้เยอะแยะ มีร้านหรุๆ เช่น หลุย วิตตอง ซึ่งราคาแพงมากถ้าไม่ใช่เศรษฐีจริงๆคงไม่สามารถ แล้วปัจจุบันเมืองไทยเราก็มีหลุย ติงต๊อง ซึ่งสามาราถหาได้ค่อนข้างง่าย พระอาทิตย์ตกประมาณ หนึ่งทุ่ม แล้วมือทันที ไม่มีร้านรถเข็นตามฟุตบาท ผู้คนมีระเบียบวินัยค่อนข้างสูง (พูดตลอดเลย แสดงว่าดีจริงๆ) แต่ที่สำคัญสำหรับนักท่องเที่ยว เวลาเดินต้องระมัดระวังเรื่องกระเป๋าสิ่งของต่างๆซึ่งจะมีมิจฉาชีพมาขโมยได้โดยง่ายดาย ย้ำว่าต้องระมัดระวังจริงจริง

            รัฐวาติกัน มีเนื้อที่น้อยที่สุดในโลก ประมาณ หนึ่งร้อยกิโลเมตร ในที่นี้ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก บรรยากาศคล้ายกับ เวลา เราไปวัดพระแก้วอย่างงัย อย่างนั้นเลย แต่ใหญ่กว่าบ้านเรา สิบเท่า ไม่มีของขาย มีแต่ลานโล่งๆ กว้างใหญ่ มีตึกใหญ่โตมากๆ มีการแกะสลักทั้งใน-นอกอาคารเลย หลังจากนั้นก็กลับที่พัก กว่าจะถึงก็มืดแล้ว กินข้าวกินปลากันเสร็จสิ้นแล้วก็กลับไปที่พักนอน หลับสนิททุกคืนเพราะเที่ยวจนเหนื่อย อีกทั้งเวลาก็แตกต่างจากบ้านเรามากก็ต้องปรับตัวเล็กน้อย ที่เล่ามานี้เป็นแค่ หนึ่งในสี่ ของประสบการณ์ต่างแดน ของสามีข้าพเจ้า แล้วพรุ่งนี้จะเล่าเกี่ยวกับ แหล่งเครื่องหนัง เฉพาะอิตาลี คล้ายโอทอปแต่ดีกว่า เพระแต่ละคนจะดีไซน์กันหลากหลาย ร้านที่คณะทัวร์พาไปนั้นราคาค่อนข้างแพง  ก็ไปดูของทั่วๆร้าน ถ้าเราไม่ยึดติดเรื่องแบรนด์ เราก็สามารถซื้อได้เพราะเค้าดีไซน์กันเอง สวยงามมาก ชาวอิตาลี ที่พูดภาษาอังกฤษ ฟังไม่ยาก แต่ที่สำคัญอย่าใจร้อน ค่อยๆดู สามารถต่อรองได้ สามีข้าพเจ้าได้ต่องรอง จากราคา หมื่นนิดๆ ได้เป็นซัก หกพันบาท แต่ โนฟรีแทกซ์ เป็นที่เล่ามานี้ เป็นเมืองฟลอเรนซ์ เป็นที่ๆมีศิลปะ แทฝนด้วย เวลาไปเที่ยว ต้องเอาร่ม ไปด้วย พวกเราคนไทย ที่ไปแต่งตัวกัน เหมือนพวกที่ไม่ค่อยมีรสนิยม พวกเสื้อกันหนาว ควรหาที่ ราคาแพงหน่อย เช่นที่ทำจาก ขนเป็ด เพราะ จะมีน้ำหนักเบา แต่อบอุ่น เก็บรักษาง่าย ดูมีรสนิยม ด้วย เสียงเริ่มแหบแล้ว วันนี้ก็ขอพอแค่นี้ก่อน แล้วเดี๋ยวมาเล่าเรื่องไปเวนิช แล้วกัน