นี่ไม่ใช่ทั้งหมดในชีวิตของลูก และมันก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวของทั้งหมดในชีวิตของเขาเท่านั้น

เช้าวันนี้  (8  มีนาคม  2551)    เราทุกคนในครอบครัวตื่นเช้าด้วยความสดชื่น    น้องดินถลาเข้าห้องน้ำก่อนใครอื่น  ส่วนเจ้าจุกก็ยังวาดลวดลายอยู่บ้าง    แต่จากนั้นไม่นานนัก   เจ้าตัวก็แจ้นเข้าห้องน้ำตามก้นพี่ไปติด ๆ  

 

วันนี้เป็นวันที่น้องดินจบการศึกษาในระดับอุบาล 3  ซึ่งโรงเรียนจัดพิธีรับประกาศนียบัตรขึ้นที่โรงแรมหรูในใจกลางตัวเมือง    เราต่างตื่นเต้นไม่แพ้น้องดิน    และเห็นได้ชัดว่าคืนที่ผ่านมาเจ้าตัวนอนไม่ค่อยหลับ  พลิกตัวกระสับกระส่ายอยู่เป็นนาน   พอถามจริง ๆ ก็รู้ว่าเขากำลังตื่นเต้น .. 

 

เราออกจากบ้านตั้งแต่ละครจักร ๆ วงศ์ ๆ  ยังไม่เปิดตัวขึ้น  
ระยะทางจากมหาวิทยาลัยฯ  จนถึงโรงแรมก็ราว ๆ 
12  กิโลเมตร    น้องดินและน้องแดนทานข้าวเหนียวหมูปิ้งกันในรถ   ส่วนผมทำหน้าที่พลขับอย่างชื่นมื่น   น้องดินนั่งหน้าแฉล้มแจ่มใสอยู่ข้าง ๆ  ส่วนเจ้าจุกนั้นเดี๋ยวก็นั่งหลัง  เดี๋ยวก็นั่งหน้าสลับไปมาจนน่าหยิก

 

 

ครอบครัวของเราไปถึงที่หมายอย่างเป็นสุข   ด้านหน้าของโรงแรมมีร้านจำหน่ายตุ๊กตาและช่อดอกไม้อยู่ 2  ร้าน    น้องดินวาดสายตาไปราวกับรู้ว่าวันนี้เขาควรที่จะได้รับรางวัลแห่งชีวิตด้วยสิ่งเหล่านั้น  และก็เป็นเจ้าจุกนั่นเองที่ถลาเข้าไปก่อนใครอื่น  พร้อมกับชี้นิ้วไปยังตุ๊กตาโดเรมอนตัวใหญ่  แต่พี่ชายก็ไม่ลืมที่จะบอกกับน้องชายแสนซนว่า เอาโตน้อย ๆ กะได้ !”

 

 

ก่อนพิธีการจะเริ่มต้นขึ้น   เรามีเวลามากพอที่จะกรีดกรายกันตามประสาคนที่เปี่ยมไปด้วยความสุข   น้องดินและน้องแดนเตร่ไปด้านไหนก็ดูราวจะมี่คนทักทายอยู่อย่างสม่ำเสมอ   ไม่ว่าครู   ผู้ปกครองและบัณฑิตน้อย    โดยเฉพาะน้องดินนั้นจะมีผู้ปกครองร้องทักว่า  นี่ไงน้องดิน...หัวหน้าห้อง...เก่งจริงนะ

 

 

ผมไม่เคยมีโอกาสได้แอบดูลูกชายพาเพื่อน ๆ ร้องเพลงชาติและสวดมนต์หน้าเสาธงเลยแม้แต่ครั้งเดียว   แต่จากการทักทายเช่นนั้นก็แสดงว่าผู้ปกครองหลายท่านนั้นได้พบเห็นภาพเช่นนั้นอยู่บ้าง   อย่างน้อยก็มากกว่าผมเป็นแน่   ส่วนน้องแดนนั้นก็สร้างความประหลาดใจให้กับผมไม่ใช่ย่อย   เพราะดูเหมือนเจ้าตัวจะกลายเป็นผู้กว้างขวางในหมู่บัณฑิตน้อยอยู่มากโข   ทำเอาผมอดสงสัยไม่ได้ว่า  ตกลงน้องแดนแสนซนนั้น  เป็นเด็กอนุบาล 1  หรืออนุบาล  3   กันแน่   แต่เมื่อมีโอกาสเจอครูประจำชั้นก็เลยรู้ว่า   แท้จริงแล้วเจ้าจุกนักเลงลูกทุ่งท่านนี้,  นิยมชมชอบวิ่งเล่นกับพี่ ๆ อนุบาลเป็นที่สุด  เรียกได้ว่าขยับรุ่นขึ้นมาแล้วก็ว่าได้

 

 

ผมและเพื่อนชีวิตถูกนำไปนั่งในเก้าอี้ที่จัดไว้สำหรับผู้ปกครองดีเด่น   บ่อยครั้งเราต่างชะเง้อหาว่าตอนนี้น้องดินกำลังเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ? ...ตื่นเต้นหรือเปล่า ? ...  ขณะที่เจ้าจุกก็ใช้เวลาว่างด้วยการกรีดกรายไปมาราวกับเป็นเจ้าของงานเสียเอง

 

 

ประมาณเกือบ ๆ  09.30  น.   แถวแรกของบรรดาบัณฑิตน้อยก็เดินเข้าสู่ห้องประชุมอย่างน่ารัก   ห้องทั้งสองถูกประดับด้วยความสดใสของเด็ก ๆ  หลายคนชะเง้อมองหาผู้ปกครองอย่างลิงโลด   ขณะที่ผู้ปกครองหลายท่านก็ลุกขึ้นโบกไม้โบกมือ   และส่งรอยยิ้มแห่งความรักไปให้กำลังใจกับลูกของตนเองอย่างพิสุทธิ์ใส ...

 

น้องดินเดินมาเป็นอันดับสองของแถวแรก  ....   
ผมชี้นิ้วให้เจ้าจุกได้เห็นว่าบัดนี้พี่ชายของเขากำลังเดินมาอย่างสง่า  ขณะที่เบื้องลึกหัวใจของผมก็เริ่มเต้นแรงขึ้น, ถี่ขึ้น   และดูเหมือนจะพองโตขึ้นเรื่อย ๆ  ราวกับว่าตนเองเป็นบัณฑิตน้อยเองก็ไม่ปาน
!  ส่วนเจ้าจุกก็ได้แต่ยิ้ม ๆ  และยิ้มแบบเขิน ๆ ...  ซึ่งผมเองก็แปลกใจกับอากัปกริยาของแกอยู่เหมือนกัน  แต่ก็ไม่กล้าถามเพราะเกรงว่าแกจะทุบด้วยมืออันหนักหน่วงและทรงพลังของแกเข้าให้  

 

 

อันที่จริงลำดับการเข้ารับประกาศนียบัตรของน้องดินนั้น  น่าจะอยู่ในอันดับไม่ต่ำกว่า  70   แต่ด้วยความที่ว่าเป็นนักเรียนที่มีผลการเรียนดีเด่นจึงได้รับโอกาสให้ขึ้นรับเป็นอันดับต้น ๆ ...  ผมจึงถือโอกาสบอกกับเจ้าจุกในทำนองว่าถ้าอยากนั่งแถวหน้าก็ต้องเรียนให้เก่ง ๆ   ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบแบบยียวนแกมรำคาญนิด ๆ  ว่า  เซาแนน้า ...  กะหยังว่าแดนได้ทีหนึ่งคือกัน ..  ผมเองก็ได้แต่ตอบแบบถนอมน้ำใจว่า  เอ้อ ..ทีหนึ่งกะทีหนึ่ง  ส่วนความเป็นจริงที่ว่าแกได้อันดับ 7  นั้นก็เลยต้องเก็บงำเอาไว้ก่อน !

 

 

ภายหลังการมอบประกาศนียบัตรสิ้นสุดลง   ทางโรงเรียนได้เชิญนักเรียนที่มีผลการเรียนดีเด่นจำนวน  4  คนขึ้นรับประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติอีกรอบ  และหนึ่งในนั้น  เด็กชายแผ่นดิน  ปรีวาสนา   ก็เดินขึ้นไปพร้อมกับก้มไหว้รับประกาศนียบัตรอันทรงเกียรติของตนเองอย่างแสนงาม   ถัดจากนั้นก็ถึงคิวที่ผมกับเพื่อนชีวิตก็ขึ้นไปบ้าง  ...  เป็นการขึ้นไปรับประกาศนียบัตรในฐานะผู้ปกครองดีเด่น   โดยก่อนขึ้นไปบนเวทีนั้น   ผมหันกลับมายิ้มให้กับน้องดินเพื่อให้เขารู้ว่า  ..ดีใจด้วยนะลูก...  ส่วนเจ้าจุกของผมนั้น  พลาดโอกาสเดินขึ้นบนเวทีอย่างน่าเห็นใจ    เพราะก่อนที่ผมและเพื่อนชีวิตจะเข้าไปยืนรอประชิดทางขึ้นนั้น   ครูท่านหนึ่งก็เข้ามากระซิบกับน้องแดนอย่างเป็นกันเองว่า  แดนไทอยู่กับครูตรงนี้ก่อน...!”   ซึ่งเจ้าตัวก็ปฏิบัติตามด้วยดี   แต่ผมก็ไม่ลืมที่จะหันไปยิ้มให้กับลูกพร้อมกับบอกว่า  ถ่าอยู่นี่ก่อนเด้อ ...เดี๋ยวพ่อมารับ..

 

ภายหลังกระบวนการทั้งหมดยุติลง   ภายในห้องอบอวลไปด้วยความรักและความสุขของผู้ปกครองหลากวัย  หลายคนกรูเข้าไปยึดพื้นที่การถ่ายรูปกับฉากของเวที  แต่ผมกับลูก ๆ  พยายามแทรกกายเบียดตัวออกมาสู่ภายนอก  และไม่ลืมที่จะถ่ายรูปกับน้องนินู..หลานสาวคนสวยของท่าน อ.แป๋ว  ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้นเดียวกับน้องดิน

 

ผมรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ทั้งหมดในชีวิตของลูก  .. และมันก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวของทั้งหมดในชีวิตของเขาเท่านั้น  แต่ถึงกระนั้นก็เถอะ -  
ผมก็อยากจะบอกกับเขาเหลือเกินว่า   วันนี้คือวันอันแสนงามของชีวิตเขา 
และขอให้เขาจดจำวันอันแสนงามนี้ไว้ตลอดไป   
เผื่อว่าวันหนึ่งในภายภาคหน้า 
หากต้องพบเจอกับความอ่อนล้าใด ๆ  ...
เขาก็จะมีวันนี้เป็นแรงใจให้ลุกขึ้นต่อสู้ได้อย่างทระนง
!

 

ผมไม่รู้หรอกว่าวันข้างหน้าของเขาจะเป็นเช่นใด   ผมรู้แต่เพียงว่า   วันนี้ไม่ใช่เพียงเช้าชื่นอันแสนงามของเขาเท่านั้น  หากแต่วันนี้   คือวันอันแสนงามของเรา  ซึ่งหมายรวมถึง  ผม  เพื่อนชีวิต  น้องแดนไท  และอื่น ๆ  อีกมากมายที่ล้วนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขาอย่างสนิทแน่น  ...

................

ข้อมูลเพิ่มเติม

ปี 2548   น้องดินสอบได้อันดับ  2  (อนุบาล 1)

ปี 2549   น้องดินสอบได้อันดับ  1 ของห้อง และได้รับรางวัลมารยาทงาม  ประจำชั้นอนุบาล  2

            น้องแดน  สอบได้อันดับ  5  ของห้องในระดับชั้นเตรียมอนุบาล

ปี 2550   น้องดินสอบได้อันดับ  1  ของห้อง และได้รับรางวัลมารยาทงาม  ประจำชั้นอนุบาล  2

            น้องแดน  สอบได้อันดับ 7  ของห้อง (อนุบาล 1)  และได้รับรางวัลมารยาทยอดเยี่ยมในระดับ

            อนุบาล  1