กิจกรรมการทบทวนขณะดูและผู้ป่วย (C3 THER)  ในศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยนอก 
              ครั้งแรกที่ทำความรู้จักกับกิจกรรมการทบทวนขณะดูแลผู้ป่วย ดิฉันและทีมการฟื้นฟูแบบผู้ป่วยนอกมีความรู้สึกว่า เราจะนำเครื่องมือนี้ไปใช้กับผู้ป่วยนอกอย่างไรดี  และยิ่งเป็นผู้ป่วยนอกที่เป็นผู้ติด  ยาเสพติดด้วยแล้ว มีความรู้สึกว่ามีความแตกต่างกับฝ่ายกาย  แต่หลังจากที่ได้ตัดสินใจนำ  กิจกรรมการ  ทบทวนขณะดูแลผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนของปัญหาโดยความเห็นของสหวิชาชีพแล้ว  ดิฉันและทีมงานจึงได้ทราบว่าไม่ว่าจะเป็นการดูแลด้านร่างกาย จิตใจ สังคมหรือวิญญาณ  สามารถนำกิจกรรมการทบทวนขณะดูแลผู้ป่วย (C3 THER) มาประยุกต์ใช้ได้อย่างยอดเยี่ยม  ดังเหตุการณ์ที่จะเล่าและสงวนสิทธิ์ในรายละเอียดบางอย่างเพื่อเป็นการรักษาสิทิผู้ป่วย เอ (นามสมมุติ)  เป็นผู้ติดยาเสพติดยาบ้าและกัญชา(สูบ)  มาประมาณ 1 ปี หลังเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูนาน 1 เดือน เอสามารถดูแลตนเองได้หยุดการใช้ยาเสพติดได้อย่างต่อเนื่อง แม่และนักบำบัดทุกคนชื่นชมเป็นอย่างมาก แต่อาทิตย์ต่อมาเอกลับไปใช้กัญชา(พบกัญชาในปัสสาวะ) ดิฉันและทีมงานได้ทุกลงนำ  (C3 THER) มาใช้ในการทบทวนขณะดูแลผู้ป่วยในด้านของ C = Care  (การดูแลอย่างเต็มความสามารถด้วยความระมัดระวัง) ยังขาดการประเมินและการวางแผนการแกปัญหาอย่างครอบคลุม โดยนักบำบัดวิเคราะห์การติดซ้ำ และให้วิธีการป้องกันโดยให้ผู้ป่วยค้นหาวิธีการด้วยตนเองแต่ขาดการประเมิน และการวางแผนอย่างครอบคลุมโดยทีมสหวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง(C = Continuity)  และภายในทีมขาดการสื่อสารกันระหว่างทีม ( C = Communication)~ และยังพบว่าผู้ป่วยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีตัวกระตุ้นภายนอกคือต้องทำงานกับกลุ่มเพื่อนที่ยังคงใช้ยาอยู่  นอกจากนั้นเอยังอยู่ในช่วงเลิกยา 1 / 1 ½ เดือน ซึ่งเป็นช่วงระยะฝ่ากำแพง (The wall stage) เป็นระยะที่สารเคมีในสมองเปลี่ยนแปลง  อารมณ์ก็เปลี่ยนแปลง  ส่งผลต่อการควบคุม    ตนเองเป็นตัวกระตุ้นภายในด้วย( E = Environment) จากผลของการทบทวนขณะดูแลผู้ป่วย ดิฉันและทีมจึงมีแผนการดูแลผู้ป่วย โดยการจัดให้มีการพูดคุยรายบุคคลกับผู้ป่วย มีการประชุมวางแผนทบทวนขณะดูแลผู้ป่วยโดยเฉพาะกรณีทีมีปัญหารุนแรงซับซ้อน  และนำคาร์เด็กซ์(KARDEX) ซึ่งเป็นนวตกรรมที่เราได้รับรางวัล มาเป็นเครื่องมือในการส่งเวรและประชุมสหวิชาชีพในส่วนของการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของผู้ป่วย จัดให้มีการให้ความรู้และทักษะ พร้อมประเมินปัญหาอุปสรรคของกานนำทักษะไปใช้ในชีวิตจริง  พร้อมกิจกรรมทางเลือกที่เป็นกิจกรรมให้ผู้ป่วยแข็งแรงและเพลิดเพลิน  เช่น การออกกำลังกายหรือกิจกรรมที่ชอบ  ปัจจุบันเอใกล้จบโปรแกรมและดูแลตนเองได้ไม่กลับไปเสพซ้ำอีก 
          ดิฉันและทีมงานคิดว่าช่องว่างทางวิชาการที่เรามีอยู่กับการทำงาน (Gap analysis)  ยังมีอีกมาก  เราจะต้องอาศัยเครื่องมือทางคุณภาพเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยของเราถึงเป้าหมายสูงสุดคือเลิกยาเสพติดให้ได้   “เรามี HA ในหัวใจ...บรรจุเอาไว้ในงานประจำ”
                                                                   วันเพ็ญ  ใจปทุม
                                                       หัวหน้างานการพยาบาลฟื้นฟูผู้ป่วยนอก
                                                                     21 ก.พ. 49