สิ่งแรกที่ผู้เขียน จะบอกกับทุกคนวันนั้น คือ เอาบุญมาฝากค่ะ

                      โลกเรานี้ก็แปลก ทำไมวันสุดท้าย กับวันแรก จึงใกล้กันที่สุด เช่นผู้เขียนกำลังนั่งนับวันถอยหลัง ที่จะอยู่ที่เมืองไทย ขณะเดียวกัน การไปเริ่มต้นชีวิต ในแผ่นดินใหม่ อินเดีย กลับเป็นการนับก้าวหน้า จนถึงวันเริ่มแรก  เหมือนเกิดและดับ ที่อยู่ติดกัน และความรู้สึก ก็แตกต่างกัน การจาก กับการเริ่มต้น

   ผู้เขียนมองบล็อกตัวเองทีไร ก็บังเกิดความรู้สึก เหมือนเป็นนกน้อยตัวที่กำลังโผบินบนท้องฟ้าไปด้วย ประเดี๋ยวท้องฟ้าก็แจ่มใส ประเดี๋ยวท้องฟ้าก็ครึ้มสลัว ขอบคุณอ.ศิริพร เกื้อกูลนุรักษ์ ที่สรรค์หา ภาพการแต่งบล็อก ที่ถูกใจผู้เขียนอย่างมาก...." นกน้อยคล้อยบินมาเดียวดาย......"

 การไปอินเดียครั้งนี้ คงทำให้ต้องห่างเหิรชาว gotoknow พอสมควร ไม่แน่ใจว่า จะได้เขียนบันทึกไหม ต้องดูสถานการณ์ ที่พักอาศัย และงานที่ภารกิจ ที่จะไปทำ ทั้งนี้ ก็ตั้งใจว่า จะบันทึกใส่สมุด สมอง และกล้องถ่ายรูปให้มากที่สุด พี่น้องมวลสมาชิกทั้งหลาย ที่ทราบเหตุผล ก็คงทำลืมๆไป ไม่นานก็ จะได้พบบันทึก เล่าสู่กันฟัง ของตันติราพันธ์ กันต่อไป  ระหว่างนี้ ท่านก็คงมีเพื่อนๆ ที่ยังพูดคุย แลกเปลี่ยน และหยอกเย้า ตามประสาคน g2k อีกทั้งยังจะมี สมาชิกใหม่ๆ มาให้ท่านได้ช่วยกันดูแล เป็นพี่เลี้ยง ให้กำลังใจอีกมากมาย

 .............และแล้ววันเวลา ของคนในgotoknow ก็สุขสโมสร เหมือนเคย..........

 ในส่วนตัวของผู้เขียน ก็คงจะรู้สึกแปลกใหม่ต่อสถานที่ ผู้คน การต้องดำรงอยู่ด้วยกันฉันมิตร ที่อาจต้องสื่อภาษา ด้วยวิธี ที่ยังบอกไม่ได้ คงมีพระเป็นพี่เลี้ยง ที่เมื่อถึงเวลาหนึ่ง ท่านก็ต้องปล่อยให้ผู้เขียน อยู่อย่างลำพัง ทั้งด้วยความเป็นสมณะเพศ และกิจของสงฆ์ จากนั้นผู้เขียน ก็คงต้องหาสหาย ตามวิถีสัตว์สังคม ก็คงไม่ยากเย็นอะไร อาจต้องอาศัยเวลา หรืออาจต้องอยู่กับตัวเอง เสียมากกว่า ก็น่าจะดี เพราะการได้อยู่กับตัวเอง เป็นสิ่งที่ทุกคน ต้องฝึก ที่จริงไม่น่าฝึก เพราะตัวของตัวเองแท้ๆ แต่ที่จริงคือ จะมีสักกี่เวลา ที่จะได้อยู่กับตัวเองนานๆ ผู้เขียนจะใช้ชีวิตที่นั่น อย่างสบายๆ ไม่กดดันใดๆทั้งสิ้น จะทำทุกอย่าง อย่างมีเป้าประสงค์ เราจะมาทำงานเอาบุญ ซึ่งที่ผ่านมา สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นแรงบันดาลใจที่ดีทั้งสิ้น

  ทั้งตั้งใจและตามที่คุณพลเดชแนะนำ ให้ทำตัวเหมือนเด็กวัด ที่ดี จะเข้าสวดมนต์เช้า เย็น และปฏิบัติธรรม กับคณะสงฆ์และแม่ชี จะกินง่าย อยู่ง่าย ตามแต่เขาจะจัดเตรียมให้  จะไม่เป็นภาระแก่ใคร

  บันทึกนี้ เมื่อได้อ่านทบทวนแล้ว ก็รู้สึกสบายใจ เมื่อได้ ลองแทนใจทั้งผู้อยู่ และผู้ไป ก็คงไม่มีผลกระทบอะไร จะจากกันคราวนี้ หรือคราวไหน ที่สุด เราก็ต้องจากกัน วันสุดท้ายของชีวิตอยู่ดี

 วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๑ คงเป็นวันดี ฤกษ์ดี ที่จะสั่งลากัน ผู้เขียนไม่ถือ และก็คงไม่มีใครถือ กับเลข ๑๓ นะ

    ถ้าในวันต่อๆไป ถ้าใครบังเอิญผ่านเข้ามาในบันทึก เล่าสู่กันฟัง ก็จะได้จำกันได้ว่า ผู้เขียนบันทึกความในใจเอาไว้แล้ว เพราะยิ่งใกล้เดินทาง จิตใจ ก็จะไปฝักใฝ่กับเรื่องอื่น เฉพาะหน้าเสียมากกว่า เอาเป็นว่า วันนี้ มีสมาธิ ในการถ่ายทอดความรู้สึกที่ดีที่สุดก็แล้วกัน

 สุดท้าย ผู้เขียนหวังว่านะ ทุกอย่างคงจะผ่านไปด้วยดี จนถึงวันเดินทางกลับ ที่เที่ยวบินเหลือที่นั่งวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ เมษา ๒๕๕๑วันเดียว จะเดินทางถึงแผ่นดินไทย ราวๆ ๓ ทุ่มครึ่ง ก็ขอให้ทุกอย่างเป็นเช่นที่ปรารถนา และสิ่งแรกที่ผู้เขียน จะบอกกับทุกคนวันนั้น คือ เอาบุญมาฝากค่ะ