• มี ๒ แนวใหญ่ๆ คือแนว training  กับแนว learning
• แนว training มีสมมติฐานว่าพนักงานไม่มีความรู้    จึงให้ไปรับการอบรม หรือรับการถ่ายทอดความรู้    มักจะได้ความรู้เชิงทฤษฎีกลับมา
• แนว learning มีสมมติฐานว่าพนักงานมีความรู้อยู่แล้ว     และสามารถเรียนรู้เพิ่มขึ้นได้ตลอดเวลาโดยการทำงาน    จึงมุ่งจัดระบบงาน/บรรยากาศการทำงาน ให้เกิดการเรียนรู้ – KM    ได้ความรู้ปฏิบัติเป็นหลัก
• ในความเป็นจริงต้องใช้ทั้ง ๒ แนว    โดยควรใช้แนว training : แนว learning = 10 – 20 : 80 – 90 
• องค์กรส่วนใหญ่ (เกือบทั้งหมด?) ยังลุ่มหลงวนเวียนอยู่กับภพภูมิ training    จึงไม่สามารถพัฒนาสู่ Learning Organization 
• ภพภูมิ training ขาดวิธีคิดที่เคารพความเป็นมนุษย์    ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยศักยภาพของมนุษย์   
• การพัฒนาบุคลากร ต้องเน้นการส่งเสริมให้บุคลากรร่วมกันพัฒนาตนเอง/พัฒนากันเอง    ไม่ใช่เข้าไปพัฒนาเขา    ไม่มีใครพัฒนาใครได้    การพัฒนาคนเป็นกระบวนการ internalization หรือเรียนรู้/พัฒนา/เติบโต ออกมาจากภายใน    ไม่สามารถเอาความรู้จากภายนอกยัดใส่ตัวหรือหัวสมองได้
• กิจกรรมพัฒนาบุคลากรในหลายกรณีจึงน่าเบื่อหน่าย หรือก่อความเครียด     หรืออาจสนุกสนาน แต่เมื่อจบกิจกรรมก็จบ    ไม่เกิดการพัฒนาต่อเนื่องด้วยตนเอง    ไม่เชื่อมโยงกับงาน   
• กิจกรรมพัฒนาบุคลากรที่ให้ความสุขความภาคภูมิใจไปพร้อมๆ กันทำได้โดยใช้ KM    เริ่มด้วยการเอาความสำเร็จเล็กๆ มา ลปรร. กัน ในบรรยากาศชื่นชมยินดี บรรยากาศเชิงบวก    และจดบันทึกไว้     เมื่อนำเทคนิควิธีทำงานดีๆ ไปลองประยุกต์ใช้ได้ผลอย่างไรก็นำมา ลปรร. กันอีก     โดยใช้เทคนิค AAR

วิจารณ์ พานิช
๒๑ กพ. ๔๙