ในระหว่างวันที่ 6 - 8 มีนาคม 2551 ขอเชิญผู้สนใจและเกษตรกรทั่วไป การผลิตการเกษตรทีดีและเหมาะสม : การผลิตมะปรางเชิงการค้าในเขตภาคเหนือตอนล่าง
6 มีนาคม 2551 เวลา 9.00 น. พิธีเปิดโดย ท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร
รศ.ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี
7 มีนาคม 2551 ตั้งแต่เวลา 9.00-12.00 น. บรรยายพิเศษเรื่องการผลิตมะปรางเชิงการค้า โดยผศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท รศ.ดร.ภูมิศักดิ์ อินทนนท์ ผศ.ดร.สิริรัตน์ แสนยงค์ ผศ.ดร.อุดมพร เพ่งนคร
ตั้งแต่เวลา 13.00-14.00 น. การสาธิตการขยายพันธุ์มะปรางเชิงการค้า (วิธีการเสียบยอดและเสียบข้างมะปราง)
ตั้งแต่เวลา 14.30-16.00 น. การอภิปราย การปลูกและดูแลรักษาของชาวสวนมะปรางพิจิตรและสุโขทัยมืออาชีพ (ทำอย่างไรจึงจะขายได้กิโลกรัมละ 350 บาท)
8 มีนาคม 2551 ตั้งแต่เวลา 9.00-12.00 น. ประกวดมะปรางหวานมะยงชิด
ชิงโล่ห์รางวัลจากท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร
cheer you up!
อยากรู้เกี่ยวกับการผลิตมะยงชิดว่าจะดูแลรักษาอย่างไรดี
แนวทางการปฏิบัติเพื่อเพิ่มคุณภาพและผลผลิต
เดือนเมษายน-พฤษภาคม
ช่วงหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตจำเป็นต้องเร่งบำรุงต้นให้สมบูรณ์ เริ่มจากการตัดแต่งกิ่งที่โรคแมลงทำลายเสียหาย ได้แก่ กิ่งแห้ง กิ่งฉีกหัก กิ่งน้ำค้าง กิ่งร้าว เพื่อให้แดดส่องทั่วทรงพุ่ม นอกจากนี้ควรกำจัดวัชพืชที่มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นมะปราง และการใส่ปุ๋ยเพื่อเร่งการแตกยอดใหม่โดยใส่ปุ๋ยคอก อัตรา 5-20 กิโลกรัม/ต้น ร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 0.5-1.5 กิโลกรัม/ต้น อัตราที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับอายุและขนาดของทรงพุ่ม
เดือนมิถุนายน-สิงหาคม
ระยะนี้เป็นช่วงที่มะปรางแตกใบอ่อนและเจริญเติบโตทางใบ เนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูฝนต้นจะมีใบอ่อนมาก จึงควรฉีดพ่นปุ๋ยทางใบเพื่อให้ใบสามารถสังเคราะห์แสงได้เต็มที่ การป้องกันกำจัดโรคและแมลง โดยเฉพาะโรคแอนแทรคโนส ราดำและราแป้ง ซึ่งจะทำลายใบและกิ่งหากมีการระบาดควรทำการฉีดพ่นด้วยคาร์เบนดาซิม เคปแทนหรือแมนโคเซป และหากพบแมลงเข้าทำลายใบและลำต้น ได้แก่ เพลี้ยไฟ เพลี้ยหอย แมลงค่อมทอง และเพลี้ยจักจั่น ควรฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดแมลง เช่น คาร์บาริล, เคปเทน หรือสารเคมีชนิดดูดซึมอื่น ๆ ต้นมะปรางที่มีอายุ 1 ปีขึ้นไปควรให้น้ำ 5 - 7 วัน/ครั้ง หากฝนทิ้งช่วงการกำจัดควรทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของแมลงดังกล่าว ซึ่งมักจะปล่อยสารที่มีองค์ประกอบของน้ำตาลที่ก่อให้ เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อราตามมา
เดือนกันยายน – ตุลาคม
ระยะที่ใบเริ่มแก่จัดต้นมะปรางจะเข้าสู่ระยะพักตัวและสะสมอาหาร ในช่วงนี้ควรงดการให้น้ำ การให้ปุ๋ย เพื่อเร่งตาดอกสูตร12 - 24 -12 สำหรับต้นมะปรางอายุ 4 - 5 ปี อัตรา 0.5 กิโลกรัม/ต้นและควรงดให้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง เพราะจะทำให้เกิดการพัฒนาตาดอกเป็นใบ
เดือนพฤศจิกายน
ช่วงระยะเริ่มแทงช่อดอกและดอกเริ่มบานในช่วงปลายเดือน ดังนั้นควรให้น้ำอย่างระมัดระวังเพียง
เล็กน้อย และเมื่อแทงช่อดอกยาวประมาณ 5 - 7 เซนติเมตร การให้น้ำควรให้แค่หน้าดินเปียกและต่อเนื่องเพื่อให้ดอกมีความสมบูรณ์ซึ่งจะทำให้ติดผลดี การป้องกันกำจัดโรคแมลงช่วงที่มะปรางเริ่มแทงช่อดอก ควรป้องกันกำจัดแมลงประเภทเพลี้ยไฟ เพลี้ยหอย แมลงค่อมทอง เพลี้ยจักจั่น ที่จะเข้าทำลายดอกอาจจะฉีดพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดแมลงชนิดดูดซึม 1 - 2 ครั้ง และฉีดพ่นป้องกันกำจัดโรคแอนแทรคโนสและราดำ โดยฉีดพ่นครั้งแรก เมื่อช่อดอกยาว 10 เซนติเมตร ครั้งสองในระยะมีการยืดของช่อดอกแต่ยังไม่มีการบานของดอก
เดือนธันวาคม
ระยะที่ดอกทยอยบานและติดผลขนาดเล็ก จำเป็นต้องปฏิบัติดูแลรักษาเป็นกรณีพิเศษ โดยการให้น้ำ ในช่วงที่ติดผลแล้วควรเพิ่มปริมาณน้ำมากขึ้นทีละน้อยอย่าให้แบบทันที หากมีการให้น้ำมากเกินไปซึ่งอาจทำให้เกิดการร่วงของผลอ่อนได้ การใส่ปุ๋ยเมื่อติดผลอ่อนขนาดเท่าหัวไม้ขีดต้องใส่ปุ๋ยเร่งการเจริญเติบโตทางดินที่มีธาตุโปแตสเซียมสูง เช่น สูตร 13-13-21 อัตรา 1 - 2 กิโลกรัม/ต้น อัตราที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับอายุและขนาดของทรงพุ่ม การป้องกันกำจัดโรคและแมลงในระยะดอกบานไม่ควรใช้สารเคมีป้องกันกำจัดโรคแมลงเพราะจะทำให้มีผลกระทบต่อการผสมเกสรและผสมติด ในขณะที่ผลโตเท่าหัวไม้ขีด ควรฉีดพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดแมลง เพื่อป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟ เพลี้ยหอย เช่น คาร์บาริลและผสมสารเคมีป้องกันกำจัดโรคที่เกิดจากรา เช่น ไธอะเบนดาโซล เพื่อป้องกันกำจัดโรคแอนแทรคโนส ราดำและราแป้ง
เดือนมกราคม
ระยะที่ผลกำลังเจริญเติบโตในช่วงนี้ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ 3 - 5 วัน/ครั้ง ควรใส่ปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจนและโปแตสเซียมสูง ได้แก่ 24 – 4 – 24 อัตราการใช้ขึ้นอยู่กับอายุและขนาดของทรงพุ่ม การป้องกันกำจัดโรคและแมลง โดยใช้คาร์บาริลเพื่อป้องกันกำจัดแมลงพวกเพลี้ยไฟและเพลี้ยหอย ผสมสารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น ไธอะเบนดาโซลเพื่อป้องกันกำจัดโรคแอนแทรกโนส ราดำและราแป้ง และฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดแมลงอีกครั้งเมื่อผลอายุประมาณ 3 สัปดาห์ เพื่อป้องกันแมลงผลไม้
เดือนกุมภาพันธุ์ - มีนาคม
ระยะผลเริ่มแก่จนถึงเก็บเกี่ยว ประมาณ 75 วันหลังจากดอกบาน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพันธุ์ อุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ของพื้นที่ปลูก การให้น้ำในช่วงนี้ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอและลดปริมาณให้น้อยลงเมื่อผลเริ่มแก่ และต้องให้อย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันผลแตก นอกจากนี้ควรมีการห่อผลเพื่อป้องกันแมลงวันทองเข้าทำลายในระยะผลสุก การเก็บเกี่ยวควรใช้กรรไกรตัดขั้วผลให้มีก้านผลติดมาด้วยอย่างน้อย 2 - 3 เซนติเมตร เพื่อยึดอายุการเก็บรักษามะปรางหรือมะยงชิดได้นานขึ้น การเก็บเกี่ยวควรทำอย่างระมัดระวังไม่ให้ผลช้ำหรือเกิดบาดแผลเนื่องจากเปลือกของผลบางง่ายต่อการเข้าทำลายของโรคและแมลง
อาทิตย์ที่แล้วผมไปงานศพที่อำเภอพิชัย จ.อุตรดิตถ์ มองดูข้างทางไม่เห็นผลผลิตมะปรางเหมือน 2 - 3 ปีที่ผ่านมา สอบถามชาวบ้านว่าไม่คุ้มกับค่าจ้างคนขึ้น เพราะราคามะปรางปีนี้ถูกมากๆ น่าสงสารชาวสวนนะ แต่ก่อนราคา 100 ขึ้น พันธุ์แสงอาทิตย์ของพิชัยโลละประมาณ 200 ขึ้น ตอนนี้ 3 โลร้อย ถ้าไม่สวยก็ 10 - 20 เท่านั้นเอง
เคยคิดว่ามะปรางน่าจะเป็นไม้ผลที่ราคาไม่ตก แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้วครับ
ยินดีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยครับ
ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ คุณภาพ และมาตรฐานครับ ตอนนี้ปริมาณไม่พอส่งออกมาเลเซีย
ราคาส่งออกจากสวนประกันราคาที่ 65 บาท ส่งออกไปแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ตัน (ปี 2551)