ส่งผลงานทางวิชาการต้องเป็นไปตามเงื่อนไข

         ช่วงนี้เป็นช่วงเดือน(มีนาคม)ที่ครบรอบปีที่เสนอขอให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สำหรับผู้ยื่นคำขอระหว่างวันที่ ๑-๓๐ เมษายน จะครบรอบปีในวันที่ ๓๑ มีนาคม ของปีถัดไปที่ยื่นคำขอ ดังนั้นเป็นความรับผิดชอบของผู้ยื่นคำขอ(ผู้ขอรับการประเมิน)ไว้ ต้องรับผิดชอบตนเอง หากไม่ส่งรายงานผลการปฏิบัติงาน(๕-๑๐ หน้า/๒๐-๕๐ หน้า)และผลงานทางวิชาการ อย่างละ ๔ ชุด ตามกำหนดเวลา  ถือว่าสละสิทธิ์ ถ้าจะส่งรายงานผลการปฏิบัติงานและผลงานทางวิชาการเพื่อเลื่อนวิทยฐานะ ก็ต้องยื่นใบสมัครตามแบบ วฐ.๑ ที่กำหนดใหม่ แล้วถูกประเมินด้านที่ ๑ และด้านที่ ๒ ให้ผ่านก่อนจึงจะส่งรายงานผลการปฏิบัติงานและผลงานทางวิชาการได้

         เงื่อนไขที่สำคัญผู้ยื่นขอรับการประเมิน จะต้องปฏิบัติ คือ

            ๑.เวลาที่กำหนด ถ้าไม่เป็นไปตามเวลาถือว่าสละสิทธิ์ในรอบปีนั้น ๆ

            ๒.รายงานผลการปฏิบัติงาน ตามจำนวนหน้าที่กำหนด เช่น ๕-๑๐ หน้า สำหรับวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ ต้องไม่ให้ขาดและเกิน ไม่มีเอกสารอ้างอิงในภาคผนวก ถ้าขาดหรือเกินถือว่าผิดเงื่อนไข สำหรับวิทยฐานะเชี่ยวชาญหรือเชี่ยวชาญพิเศษ ๒๐-๕๐ หน้าไม่รวมเอกสารอ้างอิง หากจำเป็นต้องมีเอกสารอ้างอิงที่มีความสำคัญอย่างยิ่งให้ใส่ไว้ภาคผนวกได้ไม่เกิน ๒๐ หน้า

            ๓.ผลงานทางวิชาการ ถ้าเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษอย่างน้อย ๑ รายการ และวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ผลงานทางวิชาการไม่น้อยกว่า ๒ รายการ ซึ่งต้องเป็นงานวิจัย ๑ รายการและงานวิชาการอื่น ๑ รายการ(กรณีผิดเงื่อนไข เช่น ส่งผลงานวิจัยทั้ง ๒  รายการ หรือส่งผลงานวิชาการอื่น ๒ รายการ เป็นต้น) สำหรับวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ ผลงานทางวิชาการไม่น้อยกว่า ๒ รายการ ซึ่งต้องเป็นงานวิจัยและพัฒนาอย่างน้อย ๑ รายการ ถ้าจะส่ง เช่น งานวิจัย ๑ รายการ ประเมินโครงการ...อีก ๑ รายการ เป็นต้น 

         ผลงานทางวิชาการที่จะส่งต้องตรวจสอบอย่างน้อย ๒ ประเด็นใหญ่(๗ ประเด็นย่อย ต้องครบ)

        ๑.คุณภาพของผลงานทางวิชาการ ต้องคำนึงถึง

        ๑.๑ ความสมบูรณ์ของเนื้อหาสาระ ต้องมีความถูกต้อง เหมาะสม ครบถ้วน ตามหลักวิชาการและทันสมัย(ไม่ควรเกิน ๑๐ ปี ถ้าเป็นไปได้) มีการค้นคว้าอ้างอิง(มีเชิงอรรถ บรรณานุกรม ถูกต้องเป็นรูปแบบเดียวกัน)ถูกต้องเชื่อถือได้ เรียบเรียงเนื้อหาได้ถูกต้องตามหลักการใช้ภาษา จัดเรียงหัวข้อเนื้อหาเป็นระบบเดียวกัน

        ๑.๒ ความถูกต้องตามหลักวิชาการ ต้องถูกต้องตามรูปแบบ ขั้นตอน ในการนำเสนอถูกต้องตามหลักวิชาการของผลงานประเภทนั้นๆ เช่นผลงานวิจัย ต้องถูกต้องตามระเบียบวิธีวิจัย บทเรียนสำเร็จรูปต้องทำให้ถูกต้องตามรูปแบบของบทเรียนสำเร็จรูปประเภทนั้น ๆ รายงานประเมินโครงการ ต้องจัดทำให้ถูกต้องตามรูปแบบของรายงาน

       ๑.๓ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีเนื้อหา สาระและมีรูปแบบใหม่ ๆ ไม่คัดลอกหรือลอกเลียนแบบผลงานทางวิชาการของผู้อื่น เกิดความรู้ใหม่ ผลงานใหม่

       ๑.๔ การพิมพ์และการจัดรูปเล่ม มีความสวยงามและถูกต้องตามหลักวิชาการ ไม่ฉีกคำ ย่อหน้าตรงกันเป็นระเบียบ

      ๒.ด้านประโยชน์ของผลงานทางวิชาการ ต้องตรวจสอบว่าผลงานนั้นต้อง

       ๒.๑ ประโยชน์ต่อความก้าวหน้าทางวิชาการหรือในวิชาชีพ(ครู ผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์) เป็นแบบอย่าง ใช้เป็นแหล่งอ้างอิง หรือเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติได้เป็นอย่างดี

       ๒.๒ ประโยชน์ต่อผู้เรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา หน่วยงานทางการศึกษา การจัดการศึกษาและชุมชนตามบทบาทและหน้าที่นั้น ๆ เช่น ศึกษานิเทศก์ ต้องเกิดประโยชน์ต่อครู นักเรียนและการจัดการศึกษา ผู้บริหารต้องเกิดประโยชน์ต่อนักเรียน ครู โรงเรียนและชุมชน เป็นต้น

       ๒.๓ การเผยแพร่ในวงวิชาการ ต้องมีการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการด้วยวิธีการต่าง ๆ ลงในวารสาร เอกสาร วารสาร จัดนิทรรศการ การประชุม Website เป็นต้น

        ถ้าผลงานทางวิชาการเข้าเงื่อนไขและข้อกำหนด ๒ ประเด็น มีโอกาสไล่อนวิทยฐานะอย่างแน่นอน