หนึ่งในเพลงโปรดของผมที่ฟังในรถ ...เพลงบ้านกลางไพร เพลงนี้ฟังก็รอบก็ไพเราะ

ถนนคดเคี้ยว จากเมืองปายสู่เมืองเชียงใหม่ ท่ามกลางความสวยงามของป่าเขา บรรยากาศใสๆของภูสูง ป่าสนสามใบที่เรียงรายตามไหล่ทาง ทำให้ทิวทัศน์สวยงามแปลกตา

ผมไม่เคยเบื่อที่จะขับรถระยะทางไกลบ่อยๆ กลับรู้สึกเพลิดเพลินและมีความสุข อย่างน้อยเสียงเพลงขับกล่อมในรถก็เป็นเพื่อนที่ทำให้คลายเหงา และมีรอยยิ้มเสมอครับ

 

Doibt

เพลงบ้านกลางไพร เป็นเพลงที่ได้รับความนิยมจากแฟนเพลงเป็นอย่างมาก และเพลงนี้เองทำให้พี่อ้น ธวัชชัย ชูเหมือน เป็นที่รู้จัก นอกจากชุดนี้ยังมีอัลบั้ม "อุ่นไอแสงตะวัน" ที่ผมมีอยู่เป็นอัลบั้มสามัญประจำรถ ก็เพราะแทบทุกเพลง

ไม่กี่วันเพื่อนคนหนึ่งของผม เขาบอกว่า ได้ฟังเพลง"บ้านกลางไพร" แล้วรู้สึกไม่ถูก เหมือนอยากจะร้องไห้ เขาบอกอีกว่าท่วงทำนองพร้อมกับเนื้อหางามๆของเพลงนี้ มโนภาพบ้านเกิดของเขาแจ่มชัดมากกว่าที่เคย

มาฟังเพลงนี้ไปพร้อมๆกันกับผมครับ

 


 

บ้านกลางไพร
อ้น ธวัชชัย  ชูเหมือน
.....
ยามเช้า ลมหนาวแผ่วมา
จับต้องกายาหนาวเย็นจับใจ
กระท่อมน้อย เริ่มมีแสงใต้
กองฟืน สุมไฟ สัญญาณวันใหม่ เริ่มมา


เสียงไก่ขันระงมไกล้ไกล
กล่อมพฤกษ์พงไพร มีชีวิตชีวา
ดาวน้อย ลาลับจากฟ้า
แสงทองส่องมา แลอุ่นตาเพลินใจ
เป็นชีวิตบ้านดง พนา อยู่กันมาปู่ย่าตายาย
ตั้งนมนานหลายรุ่นผ่านไป อยู่อย่างสุข สบาย
เรียบง่ายกันเอง


มีพันธุ์ไม้ มีปลาจากคลอง ข้าวจากท้องนา
เสียงนกร้องเพลง เก็บผัก เก็บฟืนครื้นเครง
ไร่นาทำเองพอมีเลี้ยงกาย
ยามเย็น แดดร่มลมโชย สายลมโบกโบย
เฉียดฉิวเสียดกาย ร่ำสุราล้อมวงญาติสาย
แค่เพียงกระสัย หายเหนื่อยหายเพลีย


หมู่เพื่อนพ้อง บ้านเรียนเคียงกัน
รวมกลุ่มประสาน เสียงเพลงเสียงเชียร์
เด็กร่ายรำผัวหยอกล้อเมีย
อยู่อย่างสุข ถึงจน ไม่เคยสนใจ

บ้านกลางไพรประสาป่าดอย
ความสุขเล็กน้อย แต่ดูยิ่งใหญ่
มีแต่รัก และความ จริงใจ แบ่งปันกันไป ไม่เคยทิ้งกัน
ไม่หลอกลวงไม่เห็นแก่ตัว
ไม่หลงเมามัว แก่งแย่งแข่งขัน
สนุกสนานอยู่ไปวันๆ หลังเสร็จสิ้นงาน พอชื่นบานใจ


กลับเข้านอน พักผ่อนพวกเรา
เก็บเรี่ยวแรงรอรุ่งต่อไป
ครอบครัวเราแสนสุข สบาย
ลำคลองท้องนาป่าไพร หล่อเลี้ยงชีวี.