ปัญหาที่เป็นข้อถกเถียงกันมาแต่ไหนแต่ไร ของนักเล่นว่านทั้งหลายก็คือว่านทั้งหมดมีกี่ชนิดกันแน่ ชื่อไหนที่เชื่อได้ว่าเป็นว่านแน่นอนและชื่อไหนที่ไม่ใช่ว่านเพราะอะไร ตลอดระยะเวลา 89 ปีนับตั้งแต่ตำราว่านเล่มแรกได้ถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อ พ.ศ.2473จวบจนกระทั่งถึงปัจจุบันก็ยังไม่เคยมีใครที่คิดจะแก้ปัญหานี้ให้กระจ่างเพื่อให้ความสงสัยมันหลุดพ้นออกไปจากวงการนักเล่นว่านเสียที วันนี้ผู้เขียนจะมาขออาสาเป็นผู้คลี่คลายปัญหาในข้อนี้เพื่อที่จะลดความเห็นอันขัดแย้งกันภายในแวดวงของนักเล่นว่านทั้งหลายและเพื่อให้เป็นหลักในการเรียนรู้และอ้างอิงสำหรับนักเล่นหน้าใหม่หรือบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจในเรื่องว่าน
รายชื่อว่านต่อไปนี้เป็นชื่อที่ผู้เขียนได้ทำการรวบรวมและตรวจสอบมาอย่างดีแล้ว ว่ามีบันทึกอยู่ในตำราว่านหลักทั้ง 5 เล่ม ซึ่งจัดพิมพ์ก่อน พ.ศ.2500 จริง (ว่านหลักทั้งหมดมี 11 เล่มนะครับ สามารถหาอ่านรายละเอียดทั้งหมดได้จากตอนที่1) เหตุที่ต้องแยกออกเป็น 2 ส่วน คือที่จัดพิมพ์ก่อน พ.ศ.2500 จำนวน 5 เล่ม และที่จัดพิมพ์หลัง พ.ศ.2500 อีก 6 เล่ม เพราะชื่อว่านใน 5 เล่มแรกนั้นจะซ้ำๆ และเหมือนๆ กัน แสดงเป็นว่านดั้งเดิมที่แท้จริงเชื่อถือได้แน่นอน เพราะยังไม่มีการเสริมเติมแต่งหรือเพิ่มชื่อเข้ามามากนัก ส่วนอีก 6 เล่มหลังบางเล่มก็เพิ่มพวกไม้นอกที่นำเข้ามาเล่นหากันในขณะนั้นเข้ามาเป็นว่านด้วยหลายชนิด แต่อย่างไรก็ดีผู้เขียนจะพยายามรวบรวมรายชื่อว่านที่บันทึกอยู่ในตำราหลักทั้ง 6 เล่มหลังมานำเสนอต่อไป
นี่คือรายชื่อว่านทั้งหมด 155 ชนิด จากตำราว่านหลักในยุคก่อน พ.ศ.2500 ทั้ง 5 เล่ม เรียงลำดับตามตัวอักษร ดังนี้
1 กบ
2 กลอยจืด
3 กระจายหางดอก
4 กระชายดำ
5 กระท่อมเลือด
6 กระทู้
7 กระสือ
8 กะบูนเลือด
9 กีบแรด
10 เกราะเพชรไพทูรย์
11 กำบัง
12 กำแพงขาว
13 กำแพงเจ็ดชั้น
14 ขอ
15 ขอทอง
16 ขมิ้นขาว(ปัดตลอด)
17 ขมิ้นแดง(ปัดตลอด)
18 ขันหมาก
19 ข่า
20 เขาควายเล็ก
21 เขาควายใหญ่
22 เข้าค่ำ
23 เขาวัว
24 เขามูกหลวง
25 เขียด
26 คงคา
27 ครรภมาลา
28 ครรภมาลาขาว
29 ครรภมาลาน้อย
30 คางคก
31 คืบ
32 งาช้าง
33 งูเห่า
34 จั๊กจั่น
35 จ่าว่าน
36 จางจืด
37 ชักมดลูก
38 ไชยมงคล
39 แดกแด้
40 ตะเถาน้อย
41 ตะเภาใหญ่
42 ตาลปัตรฤๅษี
43 ท้าวอังกุลี
44 นกคุ้ม
45 นาคราช
46 นาคลดา
47 นางกวัก
48 นางคุ้ม
49 นางคำ
50 นางมาควดี
51 นางล้อม
52 นิลพัตร
53 เนรกันถีย์
54 น้ำ
55 บัวสันโด
56 โบตั๋น
57 ประกายเหล็ก
58 ปลาไหลขาว
59 ปลาไหลน้อย
60 ปลาไหลม่วง
61 ปลาไหลสอด
62 ปลาไหลเหลือง
63 ปลาไหลใหญ่
64 เปราะบ้าน
65 เปราะป่า
66 ผักเบี้ยโหรา
67 ผักปลัง
68 พืช
69 พระจันทร์
70 พระเจ้าห้าพระองค์
71 พระฉิม
72 พระตะบะ
73 พระนารายณ์
74 พระมเหศวร
75 พระอาทิตย์
76 พระยากรวด
77 พระยากลอย
78 พระยากระบือ
79 พระยากา
80 พระยางู
81 พระยาช้างเผือก
82 พระยาดาบหัก
83 พระยาดำ
84 พระยานก
85 พระยาริดตีนปู
86 พระยาแร้งคอคำ
87 พระยาแร้งแค้น
88 พระยาหมอก
89 พระยาหัวศึก
90 พระยาอังกุลี
91 เพชรกลับ
92 เพชรตาเหลือก
93 เพชรน้อย
94 เพชรนารายณ์
95 เพชรม้า
96 เพชรหลีก
97 เพชรใหญ่
98 ไพลดำ
99 ภาค
100 ม่วง
101 มหากาฬ
102 มหาประสาน
103 มหาปราบ
104 มหาเมฆ
105 ม้า
106 เมฆ
107 ร่อนทอง
108 โรหิณี
109 ล้อมทั่วมฤคี 500
110 เศรษฐีชะม่อม
111 เศรษฐีด่าง
112 เศรษฐีเรือนกลาง
113 เศรษฐีเรือนนอก
114 เศรษฐีเรือนใน
115 สบู่ทบ
116 สบู่ทอง
117 สบู่นั่งแท่น
118 สบู่นางใย
119 สบู่เลือด
120 สบู่หนังแห้ง
121 สบู่หมึก
122 สบู่หยวก
123 สบู่หลวง(สัณ)
124 สบู่เหล็ก
125 สมอ
126 สรรพากร
127 สลักไก่
128 สะดุ้ง
129 สื่ทิศ
130 สากเหล็ก
131 สามพันตึง
132 เสน่ห์จันทน์
133 เสน่ห์จันทน์ขาว
134 เสน่ห์จันทน์เขียว
135 เสน่ห์จันทน์แดง
136 เสน่ห์จันทน์มหาโพธิ์
137 แสง (แสงฟ้า)
138 แสงจันทร์
139 แสงทอง
140 แสงพระอาทิตย์
141 แสนนางล้อม
142 เสือ
143 หญ้า ณ.รังษี (ญาณรังสี)
144 หนุมาณ
145 หมอก
146 หมูกลิ้ง
147 หัวน่วม (นวม)
148 หัวหอม
149 หางช้าง
150 หางนาค
151 อณุมาน
152 อานุภาพ
153 อาหนัง
154 อึ่ง
155 เอ็นเหลือง
สังเกตกันหรือเปล่าครับว่า ว่านที่เรานิยมเล่นหากันอยู่ในปัจจุบัน เช่น ว่านสาวหลง ว่านช้างผสมโขลง ว่านดอกทองทั้งตระกูล(ดอกทอง+มหาอุดม+มหาเสน่ห์+ดินสอฤๅษี) ว่านมหากวัก+พุทธกวัก ว่านเทพรำลึก+เทพรัญจวน ว่านขมิ้นขาวเสน่ห์ ว่านมหาหงส์ ว่านน้ำเต้าทอง ว่านห้าร้อยนาง ว่านดอกไก่(ไก่ฟ้า) ว่านกวักทั้งตระกูล(กวักพุทธเจ้าหลวง+กวักนางพญาใหญ่+กวักนางพญาเล็ก+กวักหงสาหรือมหาลาภ+กวักแม่ทองใบและสิบแสน) ว่านปัดตลอด ฯลฯ เรียกว่าว่านประเภทเมตตามหานิยมแทบทั้งตระกูล(ยกเว้นพวกเสน่ห์จันทน์ และมหาโชคหรือนางมาควดี) รวมทั้งว่านประเภทสิริมงคลโชคลาภส่วนใหญ่ด้วย ไม่เคยมีปรากฎอยู่ในตำราว่านรุ่นก่อน พ.ศ.2500 เลย เป็นว่านที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามาใหม่ในยุคหลัง พ.ศ.2500 ทั้งสิ้น
โอ้....สุดยอดเลยครับ จะติดตามอ่านนะครับ
ผมคิดไปเองหรือเปล่านะ ผมว่าดอกว่านนี่มันสวยกว่าไม้ดอกบางอันอีก เห็นแล้วยิ่งอยากเลี้ยง พยายามหาหัว หรือหน่อหลายๆ ชนิดอยู่ครับ แต่ไม่รู้ว่าปลูกแล้วจะขึ้นมั้ย ^^ ขอบคุณสำหรับความรู้และแรงบันดาลใจนะครับ
ไม่ทราบว่าผมจะซื้อว่านได้ที่ไหนบ้างอยากได้ว่านมาปลูกที่บ้าน
เช่น. ว่านนารายณ์แบ่งภาค,ว่านจ่าว่าน,ขอความกรุณาด้วยครับ
ไม่ใช้นักเล่นว่า่นแต่อยากสะสมไว้กลัวสูญพันธุ์และอยากได้ครับ
ดอกสวยมากๆ
ที่จตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ ดูเหมือนจะมีแผงขายหัวว่านประจำอยู่หลายเจ้านะครับ
ขอบคุณครับ
อ่านทั้ง 3 ตอนแล้วได้รอตอนต่อไปอยู่นะครับ ^^
ว่านช้างผสมโขลง ปากสีเขียวครับ ปากสีชมพู เป็นเขาควายใหญ่ครับ
คุณjoe เองก็ต้องนับว่าเป็นผู้ที่มีความรอบรู้และชำนาญในเรื่องว่านเป็นอย่างดีคนหนึ่งทีเดียว เพราะน้อยคนนักที่มองเพียงปราดเดียวก็สามารถแยกความแตกต่างระหว่างดอกว่านของทั้งสองชนิดนี้ได้
เดี๋ยวพอผมเขียนเสร็จแล้ว ก็คงต้องลบทิ้งน่ะครับ นำลงไว้ให้ดูพอแก้ขัดไปอย่างนั้นเอง
นิดหน่อยครับ :) แค่สนใจและงงงวยกับว่านต่างๆ ที่แยกแยะยาก เลยพยายามหา จุดแตกต่าง เปรียบเทียบ
ว่าแต่ว่าคุณซานมีว่านมากเลยหรือครับ ปลูกไว้ที่ไหนครับ อนุญาติให้ ไปเยี่ยมชมหรือไม่
ตอนนีมีอยู่กี่ชนิด และจะออกหนังสือบ้างไหมครับ ผม กำลังอยากได้หนังสือดีๆ สักเล่มที่เป็นที่พึ่งได้
อีกคำถาม คุณซานรู้จักว่านอ้านต้าน หรือ เพชรต้าน ที่อยู่ในตำราของ ครูท่านหนึ่งสายเขาอ้อ ไหมครับ
คุณjoe ครับ สิ่งที่คุณกำลังทำนั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของเซียนว่านผู้เก่งกาจในอนาคต บางคนชอบและสนใจว่านเพียงแค่เที่ยวเสาะซื้อหาเอามาปลูกเลี้ยงไว้ดูเล่น บางคนอ้างเป็นนักอนุรักษ์เพียงแค่รวบรวมบรรดาต้นไม้ที่ได้ยินชื่อว่าเป็นว่านเอามาปลูกให้มากๆ ชนิดเข้าไว้ โดยไม่เคยคิดที่จะศึกษาค้นคว้าถึงรายละเอียดของว่านแต่ละชนิดเลยด้วยซ้ำ
ถ้าเราอยากจะทราบว่าเซียนว่านคนไหนเก่งจริงหรือไม่เค้าให้ดูที่การแยกแยะว่านในตระกูลขมิ้นครับ นำหัวว่านตระกูลขมิ้นซัก 20 ชนิดมาให้ดูแล้วถามชื่อ ถ้าตอบถูกเกิน 15 ชนิดคนนั้นเก่งมาก ถ้าถูกเกิน 10 ชนิดเก่ง แต่ถ้าไม่ถึง 10 สมควรไล่ให้ไปศึกษามาใหม่ แต่ถ้าให้ดูจากต้นที่ปลูกรวมๆ กันอยู่ ใครตอบถูกเกินครี่งก็โคตรเก่งแล้วครับ
ครั้งหนึ่งประมาณ พ.ศ.2523-2533 ผมเชื่อว่าผมน่าจะมีว่าน "มากชนิด" ที่สุดในประเทศไทยและในโลกด้วยครับ เพียงแต่ว่าผมไม่เคยคุยหรือบอกกับใครๆ เท่านั้น ช่วงนั้นผมเคยตั้งใจว่าจะปลูกว่านให้ครบทุกต้นเท่าที่มีบันทึกอยู่ในตำราว่าน แต่ผมก็ทำไม่ได้เพราะว่านหลายอย่างมันมีอยู่แต่ในตำราเท่านั้น ช่วงนั้นผมมีเฉพาะว่านดอกทองชื่อเดียวถึง 23 ต้นซึ่งไม่ซ้ำกันเลย จาก 12 อาจารย์ว่านชื่อดัง และทุกอาจารย์ต่างก็ยืนยันว่าต้นของตัวเองแท้ทั้งนั้น ผมก็เอามาปลูกลงแปลงเรียงกันเป็นแถวๆ แบบปลูกผักแล้วคอยสังเกตุดูตั้งแต่เริ่มงอกจนโตเต็มที่ ก็ขุดเอาหัวขึ้นมาแยกแยะดูลักษณะ ขนาดหัวภายนอก หักดูสี ดมกลิ่น และชิมรส พร้อมจดบันทึกไว้ทุกขั้นตอน และขั้นสุดท้ายก็คือนำลักษณะทั้งหมดมาเปรียบเทียบกับตำราว่าต้นไหนที่มีลักษณะใกล้เคียงกับในตำรามากที่สุด ผมจะทำแบบนี้กับว่านทุกต้นที่มีปัญหา (คือว่านชื่อเดียวกันแต่มีเล่นกันอยู่หลายต้น)
ปัจจุบันผมมีว่านปลูกอยู่ 20 ชนิดโดยประมาณ ส่วนมากก็เป็นว่านพื้นๆ ที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป จะเน้นไปทางพวกที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริง เช่นพวกว่านยาสมุนไพร
ผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับว่านของทางสำนักเขาอ้อเลยครับ ไม่เคยศึกษาว่านเฉพาะถิ่นเพราะลำพังว่านที่มีบันทึกมาในตำราเก่าทั้ง 12 เล่มนั่น ผมก็แทบจะประสาทกินแล้วครับ ยังคงต้องศึกษากันอยู่จนทุกวันนี้ไม่รู้จักจบสิ้นซักที
ผมคงจะเขียนหนังสือเป็นเล่มกับเค้าไม่ได้ เพราะคงต้องหนาเป็นพันๆ หน้า ราคาก็คงจะเป็นพันๆ บาท สำนักไหนเขาจะรับพิมพ์แล้วใครจะซื้ออ่าน สู้เขียนในนี้ไม่ได้จะเขียนให้ยาวและละเอียดขนาดไหนก็ได้ ใครอยากอ่านก็เข้ามาอ่านได้ทุกคนไม่ต้องเสียอะไรทั้งสิ้น ถ้าอยากจะเก็บไว้ก็ปริ๊นออกมาเป็นแผ่นแล้วเย็บเข้าเล่มราคาไม่กี่บาทเอง
ก็ตั้งใจเอาไว้นะครับว่าจะพยายามถ่ายทอดทั้งความรู้และประสบการณ์ จากการที่ได้ศึกษาและปลูกเลี้ยงดูว่านมานานกว่า 30 ปี ออกมาให้ดีที่สุด คือหลังจากที่รวบรวมชื่อว่านไว้เป็นหลักแน่นอนแล้ว(ตอนที่ 3-4)ขั้นต่อไปก็จะแจกแจงถึงรายละเอียดของว่านแต่ละชนิดในทุกแง่ทุกมุม เอาแบบชนิดถึงลูกถึงคนคือแบบที่ไม่มีตำราเล่มไหนกล้าเปิดเผยความจริง หรือให้รายละเอียดมาก่อนก็แล้วกัน
ขอบคุณคุณซานครับ ผมก็ จะติดตามผลงานของคุณต่อไปครับ
ผมดีใจมากที่เจอพวกพี่ทุกคนที่เล่นว่าน ผมนั้นเป็นแค่มือใหม่ครับ
จุดเริ่มของผมเริ่มจากแม่ผมเหงา เลยหาต้นไม้มาปลูกครับ ตัวผมไม่ได้ชอบเท่าไหร่
พอแม่ปลูกมากขึ้น ผมเห็นแม่มีความสุขผมเลยชอบแกล้งถามให้แกเล่า เพราะดูแกมีความสุข แล้ววันนั้นผมพาแม่ไปไหว้พระแล้วเห็น ร้านขายพวกหัวว่าน แบบเอามาใช้ทำยา ผมเลยสนใจหยุดดู แล้วผมก็เจอ หัวว่าน จูงนาง คนขายบอกว่ามีดีทางนักเลงหญิงให้พกหัวไป ผมเห็นราคาถูกดี จึง ชื่อมา และด้วยเป็นคนที่ปลูกอะไรก็ขึ้น
ผมเลย นำหัวว่านไปแช่น้ำ แล้วไปหาดิน โดย เอาดิน จากกระถาง ว่านที่แม่ให้มาไว้หน้าร้านผม ขุนแผน นางคุ้ม ต้นกาหลง ต้นมะยม มาปลูก ดูว่าจะขึ้นไหม ปรากฏว่า มันเริ่มแทงหน่อด้วย 55+
ตอนนี้ ผ่านไปสองเดือนกว่า มันยาวประมาณ 10 เช็นแล้วครับ โตช้า ใช่ไหมครับ
ลืมบอกไปผมไม่คอยมีเวลาดูแล ตอนนั้นยังทำงานที่ กทม.อยุ่ ตอนนี้กลับมาแล้ว
เลยกำลังหาข้อมูลกะเอาดีทางการปลูกต้นไม้ว่านไว้ดุยามแก่ มรดกแม่ คือ ว่าน ผมต้องเลี้ยงให้ดีครับ
ผมเป็นคนนึงที่เลี้ยงว่านครับ...ตามที่ได้โพสต์ไปแล้วในตอนที่ 1 เป็นกำลังใจให้คุณซานและทุกๆคนที่เลี้ยงว่านครับ..ผมฝันไว้ว่าคงได้มีโอกาสเอาว่านของตัวเองไปโชว์หรือประกวดที่ไหนซักที่ในชีวิต...และถ้ามีโอกาสก้อจะสนับสนุนเรื่องนี้เต็มที่ครับ
อ้อ..แล้วอยากทราบว่าสมาคมว่านแห่งประเทศไทยนี่ยังมีอยู่ไหมครับ..รบกวนขอข้อมูลผู้รู้ทุกท่านด้วย..เพราะผมจะได้ถ่ายถาพ..พาว่านที่ผมพอมีไปขอความรู้ครับ..
เพราะตระกูลแม่ทองใบที่ผมเรียนให้ทราบนั้น..ผมมีหลายลักษณะมาก..แต่ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอย่างไรแน่ เพื่อให้ถูกต้องตามตำราและไม่เพี้ยนไปในอนาคตครับ...
...ขอให้พวกเราสูต่อไปครับ..
ว่านตระกูลกวักแม่ทองใบ มีมากเหลือเกินครับ เหตู ก็ เพราะ มันขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดได้ ทำให้ กลายไปมากรูปแบบ แต่ลักษณะทางพฤกษศาสตร์นั้น เหมือนกันครับ
ดังนั้น แทบไม่มีทางแยกออกครับ ว่าอะไรเป็นอะไร จะมีก็ คล้ายๆ แล้วก็ ว่าใช่กันไปเรื่อยๆ ดูข้อมูลในหนังสือคุณณรงค์ศักดิ์ เขาบรรยายได้ตรงมาก ช่วง ฟุตโน้ต แต่ดันไม่มีภาพ ประกอบของว่านชนิดนี้ครบ มีแต่แม่ทองใบอะไรนิดหน่อย
คุณรุด ครับ
ที่จริงผมไม่อยากจะตอบก่อน คืออยากให้ไปอ่านในรายละเอียดที่ผมเขียนถึงกวักแม่ทองใบโดยตรงเลย แต่เห็นว่าคงจะอีกนานจึงขอให้ข้อสังเกตุคร่าวๆ เกี่ยวกับกวักแม่ทองใบไว้ดังนี้ครับ
1) ถ้าคุณรุดผ่านการอ่านในตอนที่หนึ่งมาแล้ว คงจะทราบนะครับว่าตำราว่านต้นแบบที่นับว่าเชื่อถือได้นั้นมีทั้งหมด 12 เล่ม แต่เล่มที่ 1-10 นั้นไม่มีชื่อว่านกวักแม่ทองใบปรากฏอยู่เลย เพิ่งมาปรากฏชื่อว่านกวักแม่ทองใบครั้งแรกในตำราเล่มที่ 11 ที่พิมพ์ครั้งแรกใน พ.ศ.2516 ซึ่งจัดว่าเป็นช่วงปลายๆ ของตำราในยุคแรก และชื่อว่านเริ่มมีการผันแปรไปบ้างแล้ว
2) ตำราเล่มที่ 11 บอกลักษณะของว่านกวักแม่ทองใบไว้คร่าวๆ ว่าห้วเหมือนหัวหอม ต้นใบเหมือนมาควดี(ชื่อเดิมของว่านมหาโชค)ดอกสีขาวมีกลิ่นหอม ที่สำคัญคือมีภาพขาวดำให้ดูด้วย ผมดูแล้วปรากฏว่าภาพนั้นคือต้นที่ปัจจุบันเราเรียกกันว่า "ว่านสิบแสน" ครับ
ต้องขอบคุณทั้งคุณ Joe กับคุณซานครับ..ผมก้อคิดว่าอย่างนั้นครับ..ว่าน่าจะเป็นขนิดเดียวกัน..แต่ลองไปถามหลายๆคน ( คนรุ่นก่อน+เก่า+แก่ ) เค้าบอก ( และยืนยัน )ว่าไม่เหมือนกันแน่นอน ( ..งง )
วันก่อนได้แม่ทองใบมา 4-5 ต้น แต่ลักษณะใบไม่เหมือนกันเลย ผู้ปลูกบอกว่าใช้เมล็ดปลูก แต่จำไม่ได้ว่าอะไรผสมกับอะไร..ผมดูแล้วมานก้อไม่เหมือนกันจริงๆ
เพราะต้นที่ผมได้มา..ขนาดใบไม่เท่ากัน...ลักษณะเส้นใบไม่เหมือนกัน...ความหนาของใบไม่เมือนกัน...ลักษณะตารางก้อไม่เหมือนกัน..ก้อกะว่าจะลองดูอีกซักเดือนให้ตั้งตัวได้มากว่านี้จะดูความแตกต่างอีกครั้ง ( แต่ยืนยันครับ..ว่าไม่เหมือนกันจริงๆ )
...ขอบคุณนะครับ
( เมื่อไรจะมีชมรมเพื่อแลกรูปหรือแลกเปลี่ยนกันดูน้อ..เนอะครับ )
การจำแนกพืชตามหลักวิทยาศาสตร์นั้น อาศัย ปัจจัยหลายประการ แต่อันหนึ่งที่ค่อนข้างใช้ในการฟันธงคือดอกครับ ดอกเท่านั้นที่จะช่วยให้ไม่หลงทาง
แต่อย่างไรก็ ดี ว่านไทยบางชนิดก็ลึกซึ้งกว่า ที่จะจำแนกทางพฤกษศาสตร์ได้ เช่นว่านในวงศ์ขิง Zingiberaceae
ในกลุ่ม Curcuma หรือกลุ่มพญาว่าน(กลุ่มขมิ้น) ว่านไทยมีตั้งหลายชื่อ แต่ชื่อพฤกษศาสตร์มีอันเดียวก็มีครับ เช่น ขมิ้นดำ กับมหาเมฆ ชื่อวิทย์เดียวกัน แต่ของไทยแยกกันได้ด้วยสี กลิ่น และ ลักษณะหัว เป็นต้น อันนี้แหละเป็นความภาคภูมิใจ แห่งภูมิปัญญาของชาติเราครับ ว่านอีกหลายชนิดแยกกันได้ด้วยรส เช่นม้าขาวกับปลาไหลเผือก หัวคล้ายกัน ปลาไหลเผือก รสขมมันลื่น ว่านม้า เผ็ดซ่า เป็นต้น(จริงๆ ดอกก็ ไม่เหมือน แต่มักไม่ค่อยออกดอกเลยต้องดูหัวแทน) บางชนิดแยกได้ด้วยกลิ่นผสมกับรส เช่น ม้าเหลืองกับกระบี่ทอง เป็นต้น
อยากมีความรู้เรื่องว่านครับ
แต่ยิ่งศึกษา ยิ่งงง
ต้นเดียวกัน มีชื่อเรียกกันเป็นสิบ
ไม่รู้ว่าจะยึดตำราเล่มไหนได้
เพิ่งเริ่มสนใจ
ตำรารุ่นเก่าๆ ก็ไม่มีกับเขา
555
ใจผมอยากหามาปลูกให้ครบครับ
ถึงพุทธคุณจะไม่เป็นไปตามตำราก็ตาม
อย่างน้อยก็ช่วยอนุรักษ์ให้ลูกหลานได้ศึกษาต่อไป
คุณปรีชาครับ ลองดูหนังสือ หมายเลข10 ที่คุณซานแนะนำสิครับ ยังมีขาย ที่จตุจักร ตรงข้างห้องน้ำ กลุ่มที่ขายหนังสือ ครับ ถ้าหันหน้าเข้าห้องน้ำจะอยู่ซ้ายมือ
อีกเล่มก็ ของบ้านและสวน แพงหน่อยแต่คุ้ม หนาปึก ลองเทียบชื่อวิทย์แล้ว ก็ ตรงกันมาก
คุณซาน เงียบไปเลยครับ
ผมรอด้วยความกระหายอยากรู้อยากเห็น เหมือนติดหนัง ซีรี่ เลยครับ
อยากขอเบอร์โทรคุณซาน ได้มั้ยครับ
ลงในเว็ปหรือส่งอีเมล์ก็ได้ ขอบคุณครับ