เรื่องของตด เป็นเรื่องขำๆที่เล่าเร้าพลัง ทำให้เกิดความรู้สึกได้หลายอย่าง ขำปนโกรธบ้าง อายบ้างต่างๆนาๆ เป็นเรื่องธรรมดา และหลายคนก็อยากตดไม่เหม็น

การเขียนบันทึกวันนี้ เช้าเป็นพิเศษ เพื่อต้อนรับวันแห่งประวัติศาสตร์อีกวันหนึ่ง  วันแห่งการเลือกส.ว.ภายใต้กฎหมายใหม่หนึ่งฉบับ

 

เมื่อวานนี้ 5ส. เอกสารที่เลือกเก็บบทความมาไว้อ่านเกี่ยวกับอาหารที่มักจะต้องให้คำแนะนำคนไข้เบาหวาน  ก็ไปเจอบทความที่กล่าวถึง ผลของการกินถั่วและน้ำตาลกับกลิ่นตด  วันนี้วันพิเศษ เลยนำมา ลปรร. ซะเลย

 

  • เชื่อไหมว่า คนที่ตดบ่อยที่สุดในโลก ตดให้ก๊าซตั้ง 8 ลิตรต่อวัน  อย่างนี้ก็สามารถนำไปอัดถังเป็นก๊าซหุงต้มได้ซิ  ก็ในตดประกอบด้วยก๊าซไฮโดรเจน และ มีเธนนี่นา    ส่วนคนปกติตดให้ก๊าซพอบรรจุในลูกโป่งได้ 1 ลูก   หญิงให้ลมตดได้น้อยกว่าชาย เพราะสรีรตัวเล็กกว่า  

 

  • อาหารที่กินแล้วตดมาก  มีถั่ว บร็อคโคลี  กะหล่ำ  อาหารไขมันและน้ำมัน  จะไม่ให้ตดบ่อยให้กินถั่ว บร็อคโคลี กะหล่ำไม่เกิน 25 กรัม/วัน

 

  • การกินขิง peppermintหรืออบเชย  กำมะถัน ช่วยลดก๊าซ แต่ไม่ช่วยลดความเหม็น

 

  • เรื่องที่เคยสร้างกระแสเรื่อง ตดติดไฟได้ คือ รัฐมนตรีเกาหลีใต้คนหนึ่ง แกเรียบเรียงหนังสือเรื่อง Does a Fart Cath Fire?  ขึ้นเพื่อให้เด็กเกาหลีใต้หันมาสนใจวิทยาศาสตร์

 

  • คนที่ตดบ่อยที่สุดในโลก ตดวันละ 34 ครั้ง  คนปกติตดวันละ 10 ครั้ง  หญิงกับชายมีสิทธิตดบ่อยได้เท่าๆกัน การตดบ่อยหรือไม่บ่อยขึ้นกับอาหารที่กิน  

 

  • กลิ่นเหม็นในตดเกิดจากสาร 3 ตัว คือ ก๊าซไข่เน่า  methanethiol และ dimethyl sulphide  ฉะนั้น สวยไม่สวย สาวไม่สาว หญิงหรือชาย มีสิทธิตดเหม็นเท่ากัน 

 

  • อาหารที่ทำให้ตดบ่อย คือ อาหารที่มีสาร Sorbitol  อาหารค้างคืนที่นำมาอุ่นใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

  • อาหารที่มี alpha-galactoside ทำให้ตดเหม็น   พบอยู่ในถั่ว  มีวิธีต้มถั่วให้กินแล้วตดไม่เหม็น แต่วิธีนี้ทำแล้ว  ถั่วหมดอร่อย หมดรสชาด  จึงต้องเลือกเอา จะกินถั่วอร่อย หรือ จะตดไม่เหม็น

 

 2 มีนาคม 2551