เปิดใจ" เรียนรู้ที่จะสร้างงานในกรอบของความพร้อมของตนเอง ไม่ใช่สร้างงานในวิมานที่ไม่สามารถเป็นไปได้ และอย่าติดยึดอยู่กับงบประมาณจนคิดอะไรไม่ออก รวมถึงการนำเอางบประมาณไปผูกยึดกับกระแสของคนอื่นจนหาตัวตนของตนเองไม่เจอ

ก่อนละวางจากงานบริหาร  ผมทิ้งทวนด้วยโปรเจคง่าย ๆ  ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน  ซึ่งก่อนนั้นก็เคยมอบแนวคิดให้ลูกน้องได้นำไปสร้างกิจกรรม  แต่ก็ยังไม่เกิดเป็นรูปเป็นร่างเสียที   ผมเลยลงไปตะลุยกับเขาให้สิ้นเรื่อง  เรียกได้ว่าท้ายที่สุดแล้วก็ "ร่วมคิด  ร่วมทำ..ร่วมชะตากรรมอันเป็นหนึ่งเดียว"

 

โปรเจคที่ผมกล่าวถึงนั้นก็คือโครงการ "ประกวดร้องเพลงลูกทุ่งต้านยาเสพติด"  อันเป็นกระบวนการหนึ่งในการขับเคลื่อนเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในมหาวิทยาลัย   เพื่อนำมหาวิทยาลัยก้าวไปสู่ทิศทางของการเป็น "มหาวิทยาลัยแห่งการสร้างเสริมสุขภาพ"  อันเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยฯ กับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

 

ผมมีความฝันมานานแล้วว่าต้องการจัดให้มีเวทีแห่งการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งของนิสิต  เพราะนั่นคือการเปิดพื้นที่ให้นิสิตได้แสดงออกซึ่งความสามารถในด้านการร้องเพลง  โดยก่อนนั้นอยากให้จัดขึ้นในทุกเย็นของวันพุธ  ..และเปิดเวทีดังกล่าวให้นิสิต หรือแต่ชมรมต่าง ๆ  ขยับมาร่วมแสดงกิจกรรม หรือความสามารถของตนเองอย่างเต็มที่  "ใครมีอะไรดีก็นำมาเสนอ ..ใครว่างก็แวะมาดู  ใครอยากรู้ก็แวะมาสัมผัสเอง.."

 

แต่ด้วยเงื่อนไขของอะไรต่อมิอะไรหลายอย่าง  กิจกรรมนี้ก็เกิดขึ้นไม่ได้  หลัก ๆ  ที่เจ้าหน้าที่พยายามสื่อสารมายังผมก็คือ  งบประมาณและรูปแบบที่ไม่ลงตัว ...

 

สำหรับผมแล้ว,  ผมพยายามบอกกล่าวอย่างเป็นนัย ๆ เสมอมาว่า  "เมื่อมีความฝัน  จงอย่าลังเลที่จะทำความฝันให้เป็นจริง"  ... ดังนั้น  กิจกรรมนี้เมื่อเป็นส่วนหนึ่งในความฝันของผม  ผมจึงพิสูจน์ให้เขาเห็นว่า  "ความฝันจะถูกค้นพบก็ต่อเมื่อเราลงมือทำ.."

 

 

 

ผมตัดสินใจลงไปลุยงานนี้   ด้วยการกำหนดให้จัดขึ้นบนพื้นฐานของงบประมาณที่มีอยู่  ไม่จำเป็นต้องสร้างงานให้อลังการใหญ่โตมโหฬารนัก  นำเงินที่ควรจะตกแต่งเวทีอย่างหรูเลิศนั้นมาเป็นค่าเช่าเครื่องเสียงและทุนการศึกษาเป็นหลัก  แทนที่จะทุ่มงบประมาณไปกับการประชาสัมพันธ์ด้วยสื่ออันทันสมัย  ก็หันมาทำแผ่นปลิวขนาดเท่าฝ่ามือแจกจ่ายไปทั่วทุกทิศ   โดยเชื่อว่าแผ่นปลิวเล็ก ๆ  เพียงแผ่นเดียวจะขยายผลการรับรู้ให้เราได้อย่างน้อยก็สองถึงสามคนเป็นอย่างต่ำ ...

 

ผมพยายามให้ความมั่นใจกับผู้รับผิดชอบว่า  กิจกรรมนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีทั้งในกลุ่มผู้ประกวดและกลุ่มผู้ฟัง  และขอให้ถือซะว่ากิจกรรมนี้เป็นการมาพบปะสังสรรค์กันก่อนสอบ ภายใต้แนวคิดที่ผมพูดอย่างชัดเจนว่า "ตุ้มโฮมก่อนสอบ..ปลอบขวัญกำลังใจกับการสอบปลายภาค"

 

 

 

(อ.มงคล  คาร์น  ผู้ช่วยอธิการบดี ฯ  มอบทุนการศึกษา จำนวน 2,500 บาทแก่นายทวีศักดิ์  ตั้งปฐมพงษ์  ในฐานะผู้ชนะเลิศการประกวดคำขวัญรณรงค์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด  "ยาเสพติดคือยาพิษ  ทางออกของคนสิ้นคิด..ไร้ปัญญา")

 

ค่ำคืนวันที่  26  กุมภาพันธ์ ..  เราเปิดงานอย่างเรียบง่าย  ไม่มีอะไรหรูเลิศในทางด้านสถานที่  ผู้เข้าประกวดจำนวน 34  คนมาในชุดนิสิต  (ผมไม่ต้องการให้มีการลงทุนเช่าชุดและแต่งกายจนเปล่าเปลือง)  และร่วมกันร้องเพลง "ภาพที่มีทุกบ้าน" แบบสด ๆ  โดยไม่มีดนตรีประกอบ ซึ่งนั่นก็เป็นเจตนาของผมที่อยากให้ทุกคนได้ซึมซับกับความไพเราะแบบ"เพียว ๆ" ....

 

 

ในค่ำคืนนั้น,  ผู้คนหลากล้นเนืองแน่นและล้นหลามทะลักเวที  บรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุก  อบอุ่นและเป็นกันเองอย่างที่สุด  พ่อค้าแม่ค้าจากตลาดน้อยหลายคนอดใจไม่ได้  ถึงขั้นทิ้งร้านมานั่งฟังและพ่วงแถมด้วยการกำนัลเงินรางวัลให้กับผู้เข้าประกวดอยู่เป็นระยะ  ขณะที่ลูกเต้าของแม่ค้าหลายคนก็กรีดกรายอยู่หน้าเวทีอย่างน่ารัก  สร้างเสียงเฮให้ผู้ชมอย่างต่อเนื่อง  แต่ก็ไม่ถึงขั้นสร้างความรบกวนต่อสมาธิของผู้เข้าประกวด ..  เรียกได้ว่านี่เป็นบรรยากาศในแบบฉบับของเรา "ชาวตลาดน้อย.."  ดี ๆ นี่เอง

 

นอกจากนี้แล้ว  ยังมีการทอล์คโชว์จากนิสิตต้นแบบเพื่อการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด  ซึ่งเรียกเสียงฮากันได้อย่างไม่อายใคร 

 

การประกวดครั้งนี้ต้องยอมรับว่านิสิตแต่ละคนคุณภาพคับแก้วกันทั้งนั้น   และแต่ละคนก็มาในเพลงที่ตนเองชื่นชอบและถนัด  ซึ่งเราก็ไม่จำกัดว่าจะเป็นลูกทุ่งสไตล์อะไร.. ใครจะมาในแบบฉบับของ "หมอลำ"  เราก็ไม่ว่ากัน ...

 

นี่คือกิจกรรมที่ผมได้ทำตามความฝันของตนเอง  ..คิดและทำภายใต้ความเป็นไปได้  .. (ทำในสิ่งที่สามารถเป็นไปได้  เพื่อให้สิ่งที่สามารถเป็นไปได้ ..เป็นไปด้วยความสมบูรณ์)  ซึ่งหลายคนก็คงไม่คิดกระมังว่าผมและทีมงานจะสร้างงานนี้ขึ้นมาได้  และประสบความสำเร็จมากมายก่ายกองถึงเพียงนี้ !

 

แน่นอนครับ,  นี่คือสิ่งที่ผมแสดง  หรือพิสูจน์ให้ลูกน้องได้แล้วเห็นว่า  "เมื่อมีความฝัน  จงอย่าลังเลที่จะทำความฝันให้เป็นจริง  ... ความฝันของคนเรา  จะถูกค้นพบก็ต่อเมื่อเราลงมือทำ.."   รวมถึงการ "เปิดใจ"  เรียนรู้ที่จะสร้างงานในกรอบของความพร้อมของตนเอง  ไม่ใช่สร้างงานในวิมานที่ไม่สามารถเป็นไปได้  และอย่าติดยึดอยู่กับงบประมาณจนคิดอะไรไม่ออก รวมถึงการนำเอางบประมาณไปผูกยึดกับกระแสของคนอื่นจนหาตัวตนของตนเองไม่เจอ..

 

 

 

นิสิตต้นแบบของผมขึ้นวาดลวดลายการทอล์คโชว์ต้านยาเสพติดได้อย่างเฮฮา..

 

 

ผมเชื่อเหลือเกินว่าในปีหน้านั้น  กิจกรรมนี้จะได้รับการต่อยอดอย่างใหญ่โต  ทุกอย่างจะเคลื่อนไปอย่างมีรูปแบบและมาตรฐานมากกว่านี้  แต่สำหรับผมแล้ว  ในฐานะของการได้ทำตามความฝันของตนเองบนกรอบที่ "ง่าย งาม"  และ "ไม่ฟุ้งเฟ้อ"  นี้คือความสุขใจอย่างมหาศาล

 

ผมยิ้มให้กับวันนี้ และยิ้มให้กับอนาคต  เพราะเชื่อว่าปีหน้าเวทีเช่นนี้จะได้รับการพัฒนาและส่งต่อไปอย่างเป็นระบบ  และดีไม่ดีอาจจะกลายมาเป็นงานในระดับ "มหาวิทยาลัย" เลยก็ได้ ...

 

หมายเหตุ..  จะนำภาพมาให้ชมกันในภายหลัง นะครับ