บทบาทเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการจัดการศึกษา
การจัดการศึกษาในโลกปัจจุบันนี้จำเป็นต้องมีเทคโนโลยีเข้ามีบทบาทในการจัดกระบวนการเรียนสอนไม่ว่าระดับใด ในประเทศหรือต่างประเทศ เพื่อให้ทันกับ กระแสโลกาภิวัฒน์ในโลกปัจจุบัน การให้ นักศึกษาหรือประชาชนทั่วไปมีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่ว่าเทคโนโลยีสื่อสารมวลชนในการรับรู้ข่าวสารที่ถูกต้องและรวดเร็ว ทันเหตุการณ์ เป็นเรื่องที่จำเป็นต่อการทำธุรกิจหรือการปรับตัวให้ทันกับกระแสของโลกและเทคโนโลยีโทรคมนาคม การขนส่งติดต่อขนส่งที่ฉับไวในการประกอบการต่าง ๆ และเทคโนโลยีสารสนเทศในเรื่องของข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำและรวดเร็วก็จะทำให้การตัดสินใจต่าง ๆ เพื่อจะได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ที่ตรงกับความต้องการของการประกอบการต่าง ๆ ดังนั้นเทคโนโลยีสารสนเทศจึงมีบทบาทสำคัญใน การจัดการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย
การใช้เทคโนโลยีสื่อมวลชนเพื่อการศึกษา
เหตุผลหรือความจำเป็นด้านต่างๆ ในการใช้สื่อมวลชนเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาสรุปได้ดังต่อไปนี้ คือ
1. การเพิ่มของประชากร
1.1 ประชากรในระบบโรงเรียน ในปัจจุบันจำนวนนักเรียน นักศึกษา ตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงระดับอุดมศึกษามีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นอันมาก จำนวนผู้เรียนต่อห้องเรียน ในสถาบันหลายแห่งมีจำนวนสูงถึง 50 คน สถาบันต่างๆ จึงไม่สามารถที่จะจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนได้อย่างสมบรูณ์ ด้วยวิธีการเรียนการสอนแบบเดิมๆ ที่เคยปฏิบัติกันมา สื่อมวลชนนั้นสามารถกระจายความรู้ข่าวสารไปสู่ผู้ฟังได้เป็นจำนวนมากพร้อมกัน หากสามารถคิดค้นหาวิธีการ ที่จะนำสื่อมวลชนต่างๆ มาใช้ได้อย่างเหมาะสม ย่อมจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างแน่นอน
1.2 ประชากรวัยเรียนนอกระบบโรงเรียน ที่สำคัญในประเด็นนี้ คือ กลุ่มประชากรที่มีอายุในวัยที่ควรจะได้รับการศึกษาเล่าเรียน คือมีอายุประมาณไม่เกิน 25 ปี ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก ที่ ขาดโอกาสเข้ารับการศึกษาในระบบโรงเรียน ด้วยเหตุผลความจำเป็นในด้านต่างๆ ประชากรในวัยนี้จะต้องเรียนรู้ซึมซับเอาสิ่งต่างๆ ในสังคมรอบตัว หากไม่ช่วยให้ได้รับการศึกษา ย่อมจะส่งผลให้เกิดปัญหาสังคมในอนาคต ซึ่งหลายฝ่ายได้พยายามแก้ปัญหาเรื่องนี้ การสื่อสารมวลชนจึงเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถกระจายข่าวสาร สร้างค่านิยม ตลอดจนให้ความรู้ในช่องทางการประกอบอาชีพให้แก่ประชากรกลุ่มนี้ได้
2. แนวคิดการศึกษาตลอดชีวิต
แนวคิดทางการศึกษาในปัจจุบัน ถือว่า การศึกษาของคน มิใช่จะเกิดขึ้นเฉพาะผู้ที่อยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียนเท่านั้น แต่จะต้องเกิดขึ้นตลอดเวลาที่คนมีชีวิตอยู่ ซึ่งเรียกว่า การศึกษาตลอดชีวิต เริ่มตั้งแต่วัยเด็ก ก่อนการเข้าศึกษาในระบบโรงเรียน ซึ่งเด็กมีวุฒิภาวะเพียงพอสำหรับการเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากสังคมรอบตัว แต่เนื่องจากความจำเป็นทางครอบครัว และระบบการศึกษาในปัจจุบันยังไม่สามารถจัดการศึกษาให้เด็กเหล่านี้ได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในชนบทห่างไกลซึ่งยังมีเด็กขาดการดูแลเตรียมความพร้อมอีกเป็นจำนวนมากเด็กก่อนวัยเรียนโดยทั่วไป ได้รับการเลี้ยงดูอยู่กับบ้านซึ่งดูเหมือนว่าเด็กเล็กๆ เหล่านั้น ไม่ได้รับการศึกษาเรียนรู้อะไรมาก แต่ในความเป็นจริง ปัจจุบันสื่อวิทยุ โทรทัศน์ได้กระจายไปถึงประชาชนทุกระดับ เด็กจำนวนมากใช้เวลาส่วนใหญ่ที่มีอยู่ สำหรับการชมโทรทัศน์ จึงเห็นได้ชัดเจนว่า โทรทัศน์มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของเด็กเป็นอย่างมาก ทั้งในด้านที่ดี และในด้านที่ไม่ดี ดังนั้นผู้เกี่ยวข้องจึงควรจัดทำรายการ และเลือกทำรายการที่เหมาะสมให้กับเด็ก
ในวัยผู้ใหญ่ ที่ต้องประกอบอาชีพและรับผิดชอบตนเอง ความรู้ที่เคยได้รับมา อาจไม่สามารถใช้ได้ตลอดไป จำเป็นต้องรับทราบข่าวสารและเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งในส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคมส่วนรวม
3. การขาดแคลนผู้สอนที่เชี่ยวชาญ
ในการเรียนการสอน ครูผู้สอนเป็นปัจจัยที่สำคัญ ที่ช่วยให้การสอนประสบผลสำเร็จ การเรียนการสอนสาขาวิชาการต่างๆ ในปัจจุบัน มีหลายสาขาวิชาที่ขาดแคลนผู้สอนที่มีความรู้ความสามารถและเชี่ยวชาญการสอน แม้ว่าหลายฝ่ายจะได้พยายามแก้ปัญหานี้ โดยการจัดอบรมบุคลากรในรูปแบบต่างๆ ก็สามารถช่วยได้เพียงส่วนหนึ่ง ปัญหาการสอนในบางวิชา เช่น ภาษาต่างประเทศ ที่ต้องออกเสียงให้ถูกต้อง จำเป็นต้องใช้เสียงคนที่เจ้าของภาษามาช่วยออกเสียง หรือแม้แต่ภาษาไทยเองก็ยังพบว่ามีปัญหาในการสอนอยู่ทั่วไปโรงเรียนหรือสถานศึกษาต่างๆ ปัจจุบัน ส่วนใหญ่ขาดแคลนครูผู้สอนที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทาง การจัดหาครูจะต้องเสียค่าจ้างในอัตราที่สูง จึงเป็นไปได้ยากที่จะจัดหาผู้สอนที่มีความรู้ความสามารถให้เพียงพอ แต่สื่อมวลชน เปิดโอกาสให้นำรายการสอนจากผู้สอนที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ไปสู้ห้องเรียนตลอดจนถึงชุมชนบ้านเรือนได้อย่างกว้างขวาง
4. ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์การสอน
วัสดุอุปกรณ์การเรียนการสอนประเภทสื่อโสตทัศนศึกษา และวัสดุอุปกรณ์สำหรับการทดลองปฏิบัติการต่างๆ นับว่าเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับการเรียนการสอน ซึ่งในสภาพโดยทั่วไปของโรงเรียนหรือสถานศึกษาต่างๆ ในปัจจุบัน ยังขาดแคลนสิ่งเหล่านี้อยู่มาก
สื่อมวลชนในปัจจุบันมีศักยภาพอย่างเพียงพอ ในการนำเสนอสาระความรู้ต่างๆ โดย เฉพาะโทรทัศน์ ที่นำเสนอภาพยนตร์ หรือการสาธิตที่มีวัสดุอุปกรณ์ประกอบอย่างสมบรูณ์ ทำให้เราเข้าใจเนื้อหาได้อย่างชัดเจน ตัวอย่างการศึกษาวิชาเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ผู้สอนโดยทั่วไปมักจะใช้เอกสาร หรือรูปภาพเป็นสื่อช่วยในการสอน เนื่องจากขาดแคลนสื่ออย่างอื่นที่ดีกว่า ซึ่งช่วยให้เข้าใจบทเรียนได้เพียงเล็กน้อย หากจะให้ดีขึ้นครูสามารถนำรายการสารคดีทางภูมิศาสตร์ หรือการท่องเที่ยวต่างๆ ที่เผยแพร่ทางโทรทัศน์ มาใช้สอนได้เป็นอย่างดี การทดลองหรือปฏิบัติการในวิชาทางด้านวิทยาศาสตร์ ก็เช่นเดียวกัน ปัจจุบันมีการนำเสนอเนื้อหาวิชาด้านนี้ทางโทรทัศน์ เป็นจำนวนมาก ซึ่งสามารถแสดงให้กระบวนการและปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ชัดเจน
5. การกระจายของประชากร
การตั้งชุมชนที่อยู่อาศัยของประชาชน ปัจจุบันยังมีจำนวนมากที่กระจัดกระจายอยู่ตามแหล่งชุมชนที่ห่างไกลจากโรงเรียน เช่น ชาวเขา เกษตรกรที่ย้ายถิ่นฐานเข้าไปหาที่ทำกินในเขตป่า หรือแม้แต่กลุ่มประชากรจากในเมือง ที่จำเป็นต้องออกไปปฏิบัติงานในสถานที่ห่างไกล ซึ่งไม่ว่าประชากรกลุ่มใดก็ตาม ความจำเป็นในการรับทราบข่าวสาร และการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ย่อมจะต้องมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง การจัดการศึกษาให้ในรูปแบบอื่นอาจทำได้ยาก แต่หากจัดการศึกษาให้ได้รับทางสื่อสารมวลชนย่อมสามารถทำได้เสมอ
6. การเปลี่ยนแปลงของสังคมและข่าวสาร
สถานการณ์ของสังคมและข่าวสารต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอและมีอัตราการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมากกว่าในอดีต เกี่ยวกับวิชาการในสาขาวิชาการต่างๆ หากพิจารณาเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ของช่วงเวลาหนึ่งในอดีต กับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของช่วงเวลาที่เท่ากันในระยะหลังๆ จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ช่วงเวลาหลังๆ มีการเปลี่ยนแปลงที่เร็วมาก ผู้ติดตามความรู้ข่าวสารต่างๆ ทางสื่อมวลชน ไม่ว่าจะเป็น วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ วารสารนิตยสาร จะทราบได้อย่างดีว่า แต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ มีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งความรู้ข่าวสารต่างๆ ที่เกิดขึ้นใหม่เหล่านี้ ในระบบหลักสูตรและการเรียนการสอนทั่วไป ไม่สามารถปรับให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงได้ แบบเรียนที่จัดทำขึ้นในการปรับปรุงหลักสูตรแต่ละครั้ง ก็ใช้ไปอีกหลายปี ซึ่งเนื้อหาความรู้บางอย่างอาจเปลี่ยนแปลงไปแล้ว จึงมีความจำเป็นต้องหาทางเลือกใหม่ โดยใช้สื่อมวลชนสำหรับการศึกษาในส่วนนี้
ด้านสังคม มีเหตุการณ์หรือกิจกรรมต่างๆ เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เช่น การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง การเลือกตั้ง เศรษฐกิจการค้า โรคระบาด ฯลฯ ซึ่งข่าวสารเหล่านี้จะถูกรายงานให้ประชาชนทราบอยู่ตลอดเวลาโดยสื่อมวลชนต่างๆ การศึกษาทางด้านสังคมจึงสามารถใช้ข้อมูลข่าวสารจากสื่อมวลชนได้โดยตรง
7. ความก้าวหน้าของสื่อมวลชน
ความต้องการรับรู้ข่าวสารของประชาชน ประกอบกับความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การสื่อสาร และการศึกษาค้นคว้าทางด้านการสื่อสารมวลชน ทำให้สถานภาพการสื่อสารมวลชนปัจจุบันได้รับการพัฒนาขึ้นหลายด้าน เช่น
- ด้านปริมาณ มีสื่อมวลชนเพิ่มจำนวนขึ้นมาก นำเสนอเนื้อหาหลากหลาย ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างทั่วถึง
- เนื้อหาสาระ หรือรายการที่เป็นประโยชน์ทั้งด้านบันเทิงและด้านการศึกษามีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก
- คุณภาพของสื่อ ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นมาก เช่น สิ่งพิมพ์ต่างๆ มีคุณภาพดีขึ้น ตัวหนังสือ ภาพประกอบ สี มีความสวยงาม สื่อความหมายได้ชัดเจน วิทยุโทรทัศน์ ได้รับการปรับให้เสียงและภาพชัดเจนขึ้น
- เทคนิคการนำเสนอ ได้แก่ การจัดรูปแบบสิ่งพิมพ์ รูปแบบของรายการโทรทัศน์ ที่ได้รับการปรับปรุงให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ มีรายการแปลกๆ ใหม่ๆ ใช้เทคนิคการตัดต่อภาพหรือเสียง และเทคนิคพิเศษน่าสนใจ และก่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจได้มากขึ้น
เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม
เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมกำลังได้รับความสนใจอย่างยิ่ง การสื่อสารเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ประเทศที่พัฒนาแล้วจะมีระบบสื่อสารโทรคมนาคมที่ทันสมัย ขณะเดียวกันพัฒนาการทางเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมก็ได้ก้าวหน้าขึ้นไปอีกมาก มีการให้บริการระบบสื่อสารสมัยใหม่อยู่มากมาย เทคโนโลยีเหล่านี้จึงได้รับความสนใจ
1. การสื่อสารผ่านดาวเทียม (satellite-based communication) เนื่องจากท้องที่ทางภูมิศาสตร์เต็มไปด้วยภูเขา หุบเขา หรือเป็นเกาะอยู่ในทะเล การสื่อสารที่ดีวิธีหนึ่งคือการใช้ดาวเทียม ดาวเทียมได้รับการส่งให้โคจรรอบโลก โดยมีการเคลื่อนที่ไปพร้อมกับการหมุนของโลก ทำให้ดาวเทียมอยู่ในตำแหน่งคงที่เมื่อมองจากพื้นโลก ดาวเทียมจะมีเครื่องถ่ายทอดสัญญาณติดตั้งอยู่ การสื่อสารโดยผ่านดาวเทียมจะทำโดยการส่งสัญญาณสื่อสารจากสถานีภาคพื้นดินแห่งหนึ่งขึ้นไปยังดาวเทียม เมื่อดาวเทียมรับก็จะส่งกลับมายังสถานีภาคพื้นดินอีกแห่งหนึ่งหรือหลายแห่ง เราจึงใช้ดาวเทียมเพื่อแพร่ภาพสัญญาณโทรทัศน์ได้ การรับจะครอบคลุมพื้นที่ที่ดาวเทียมลอยอยู่ ซึ่งจะมีบริเวณกว้างมากและทำได้โดยไม่มีอุปสรรคทางภูมิศาสตร์ เช่น มีแนวเขาบังสัญญาณ ดาวเทียมจึงเป็นสถานีกลางที่ถ่ายทอดสัญญาณจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้
ปัจจุบันประเทศไทยมีดาวเทียมไทยคมสามดวงลอยอยู่เหนือประเทศทางด้านมหาสมุทรอินเดียและอ่าวไทย ดาวเทียมไทยคมนี้ใช้ประโยชน์ทางด้านการสื่อสารของประเทศได้มาก เพราะเป็นการให้บริการสื่อสารของประเทศในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่การรับส่งสัญญาณโทรทัศน์ สัญญาณจากวิทยุ สัญญาณข้อมูลข่าวสารต่างๆ
2. การสื่อสารด้วยเส้นใยนำแสง (fiber optic) เส้นใยนำแสงมีลักษณะเป็นท่อแก้วที่อ่อนตัวอยู่ในสายที่หุ้มด้วยพลาสติก ลักษณะของท่อแก้วหุ้มด้วยสารพิเศษที่ทำให้เกิดการหักเหของแสงอยู่ในภายท่อแก้ว ดังนั้นเราสามารถส่งแสงจากปลายด้านหนึ่งให้ไปปรากฏที่ปลายอีกด้านหนึ่งได้ แม้ว่าเส้นใยนำแสงนั้นจะคดงอไปอย่างไรก็ตามก็จะส่งแสงเข้าไปในท่อแก้วได้ เมื่อมีการนำเอาข้อมูลเข้าไปผสมกับแสง เพื่อให้แสงกระพริบตามการเปลี่ยนแปลงของข้อมูล ทำให้เรารับส่งสัญญาณข้อมูลไปกับแสงได้ การรับส่งข้อมูลเข้าไปในแสงทำได้มากและรวดเร็ว
ปัจจุบันในประเทศไทยมีการวางเครือข่ายเส้นใยนำแสงไปตามถนนหนทางต่างๆ ทั้งใต้ดิน และที่แขวนไปตามเสาไฟฟ้า มีการวางเชื่อมโยงกันระหว่างจังหวัด เพื่อให้ระบบสื่อสารเป็นเสมือนเส้นทางด่วนที่รองรับการสื่อสารของประเทศ
3. โครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล (Integrated Service Digital Network : ISDN) ลักษณะเครือข่ายนี้เป็นการขยายการบริการจากระบบโทรศัพท์เดิมให้เป็นระบบดิจิทัลคือส่งสัญญาณข้อมูลตัวเลขแทนเสียง แทนภาพ แทนข้อมูล การสื่อสารโครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลจึงเน้นการประยุกต์ใช้งานหลายอย่างบนเครือข่ายเดียวกัน โดยวางฐานขยายจากโทรศัพท์ เช่นในสายโทรศัพท์เส้นเดียวที่เชื่อมต่อไปยังบ้านเรือนผู้ใช้ สามารถประยุกต์ให้เป็นระบบโทรศัพท์ที่เห็นภาพ ใช้ส่งโทรสาร ใช้เป็นระบบการประชุมทางวีดิทัศน์ ใช้ในการส่งข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ เพื่อเชื่อมโยงกับระบบคอมพิวเตอร์อื่นๆ การดำเนินการเหล่านี้สามารถทำได้พร้อมกันบนสายสื่อสารเดียวกัน โครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลควรได้รับการพัฒนา โดยวางโครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมโยงต่างๆ ไว้ให้พร้อม เพื่อรองรับความเร็วของการรับส่งข้อมูลได้สูงขึ้น
4. ระบบเครือข่ายสวิตชิง (switching technology) ด้วยเทคโนโลยีเอทีเอ็มสวิตชิงที่มีความเร็วสูงทำให้การสื่อสารผ่านเส้นใยนำแสงในการส่งผ่านข้อมูลจากต้นทางไปยังปลายทางได้ด้วยความเร็วหลายร้อยเมกะบิตต่อวินาที เอทีเอ็มสวิตชิงจึงเป็นเทคโนโลยีของการสร้างเครือข่ายข้อมูลข่าวสารที่จะรองรับการใช้งานแบบสื่อประสม ปัจจุบันหลายหน่วยงานได้เริ่มใช้เครือข่ายด้วยเทคโนโลยีเอทีเอ็มสวิตชิงภายในองค์กรของตนเอง และมีแนวโน้มการขยายตัวเพื่อรองรับระบบนี้สำหรับเครือข่ายระยะไกลในอนาคตต่อไป
5. ระบบสื่อสารเคลื่อนที่ (mobile phone system) หรือที่เรียกว่าระบบเซลลูลาร์โฟน (cellular phone system) ที่ใช้กับโทรศัพท์ ทำให้มีโทรศัพท์ติดรถยนต์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ ปัจจุบันการสื่อสารระบบนี้เป็นที่แพร่หลายและนิยมใช้กันมาก ลักษณะการทำงานของระบบสื่อสารแบบนี้คือ มีการกำหนดพื้นที่เป็นเซลเหมือนรวงผึ้ง แต่ละเซลจะครอบคลุมพื้นที่บริเวณหนึ่ง มีระบบสื่อสารเชื่อมโยงระหว่างเซลเข้าด้วยกัน ครอบคลุมพื้นที่บริการไว้ทั้งหมด ดังนั้นเมื่อเราอยู่ที่บริเวณพื้นที่บริการใด และมีการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ สัญญาณจากโทรศัพท์เคลื่อนที่จะเชื่อมโยงกับสถานีรับส่งประจำเซลขึ้น ทำให้ติดต่อไปยังข่ายสื่อสารที่ใดก็ได้ ครั้นเมื่อเราเคลื่อนที่ออกนอกพื้นที่ก็จะโอนการรับส่งไปยังเซลที่อยู่ข้างเคียง โดยที่สัญญาณสื่อสารไม่ขาดหาย
6. ระบบสื่อสารไร้สาย (wireless communication) เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเพื่อสร้างความสะดวกในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้าสู่เครือข่าย ระบบที่รู้จักและใช้งานกันแพร่หลายคือ ระบบแลนไร้สาย (wireless LAN) เป็นระบบเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ต่างๆ เข้าสู่เครือข่ายด้วยสัญญาณวิทยุ สามารถเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าสู่ระบบด้วยความสูงถึง 11 เมกะบิตต่อวินาที ระบบเครือข่ายไร้สายที่รู้จักและนำมาประยุกต์ใช้กันมากอีกระบบหนึ่งคือ ระบบบลูทูธ (bluetooth) เป็นการเชื่อมโยงอุปกรณ์ต่างๆ เข้าสู่เครือข่ายในระยะใกล้ เพื่อลดการใช้สายสัญญาณ และสร้างความสะดวกในการใช้งาน
เทคโนโลยีสารเทศในการศึกษา
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการศึกษานั้น มีแนวทางในการใช้มากมายขึ้นแต่ที่ใช้กันอยู่โดยทั่วไปมี 6 ประเภท คือ
- การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction : CAI) เป็นการ
นำเอาคำอธิบายบทเรียนมาบรรจุไว้ในคอมพิวเตอร์ แล้วนำบทเรียนนั้นมาแสดงแก่ผู้เรียน เมื่อผู้เรียนอ่านคำอธิบายนั้นแล้ว คอมพิวเตอร์ก็จะทดสอบความเข้าใจว่าถูกต้องหรือไม่ หากไม่ถูกต้องก็ต้องมีวิธีการอธิบายเนื้อหาเพิ่มเติมให้เข้าใจมากขึ้น แล้วถามซ้ำอีก ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาการถึงระดับใช้สื่อประสม และใช้เทคนิคต่างๆ เพื่อให้การสอนบรรลุผลสัมฤทธิ์มากขึ้น
- การศึกษาทางไกล เทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้ในการจัดการศึกษาทางไกลมี
หลายแบบ ตั้งแต่แบบง่ายๆ เช่น การใช้วิทยุ โทรทัศน์ ออกอากาศให้ผู้เรียนศึกษาเอง ตามเวลาที่ออกอากาศ ไปจนถึงการใช้ระบบแพร่ภาพผ่านดาวเทียม (Direct To Home : DTH) หรือการประยุกต์ใช้ระบบประชุมทางไกล (Video Teleconference) โดยใช้ผู้สอน และผู้เรียนสามารถสื่อสารถึงกันได้ทันทีเพื่อสอบถามข้อสงสัยหรืออธิบายคำสอนเพิ่มเติม
- เครือข่ายการศึกษา เป็นการจัดทำเครือข่ายการศึกษา เพื่อให้ครู อาจารย์ และ
นักเรียนนักศึกษามีโอกาสใช้เครือข่ายเพื่อเสาะแสวงหาความรู้ที่มีอยู่อย่างมากมายในโลก และใช้บริการต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ทางการศึกษา เช่น บริการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) การเผยแพร่ และค้นหาข้อมูลในระบบเวิลด์ไวด์เว็บ (World Wide Web) ซึ่งในปัจจุบันมีเครือข่ายสคูลเน็ต (School Net) ที่เนคเทคได้ส่งเสริมให้เกิดขึ้น และมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการนี้ประมาณ 60 โรงเรียน (พ.ศ. 2540) และยังมีเครือข่ายกาญจนาภิเษกที่จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการกระจายความรู้ให้กับประชาชนโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเข้าใช้สารสนเทศแต่อย่างใด
- การใช้งานห้องสมุด ในปัจจุบันห้องสมุดมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนเกือบ
ทุกแห่ง ได้นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการดำเนินงาน นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้มีความร่วมมือในการให้การบริการในลักษณะเครือข่าย เช่น โครงการ PULINET (Provincial University Network) และโครงการ THAILINET (Thai Library Network) การนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศ มาใช้ในห้องสมุด ทำให้ผู้ใช้ได้รับความสะดวกมากขึ้น เช่น บริการยืมคืน การค้นหาหนังสือ วารสาร สิ่งตีพิมพ์ต่างๆ ที่ต้องการได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
- การใช้งานในห้องปฏิบัติการ มีการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการ
ทำงานในห้องปฏิบัติการร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ เช่น การจำลองแบบ การออกแบบวงจรไฟฟ้า การควบคุมการทดลอง ซึ่งอุปกรณ์ที่ทันสมัยในปัจจุบัน ต่างผนวกความสามารถของเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าไปด้วยแทบทั้งสิ้น
- การใช้ในงานประจำและงานบริหาร เช่น การจัดทำทะเบียนประวัติของ
นักเรียน นักศึกษา การเลือกเรียน การลงทะเบียนเรียน การแสดงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การแนะแนวอาชีพ และศึกษาต่อ ข้อมูลผู้ปกครอง หรือ ข้อมูลครู ซึ่งการมีข้อมูลดังกล่าว ทำให้ครูอาจารย์สามารถติดตาม และดูแลนักเรียนได้อย่างดีรวมทั้ง ครูอาจารย์สามารถพัฒนาตนเองได้สูงขึ้น
-------------------------
ที่มา สาโรจน์ เกษมสุขโชติกุล.เปิดโลกเทคโนโลยีสารสนเทศ. กรุงเทพฯ : ประพันธ์สาส์น.