งานวันเกิดที่ยิ่งใหญ่ใครคนนั้น

ฉลองกันในกลุ่มผู้ลุ่มหลง

หลงลาภยศสรรเสริญเพลินทนง

วันเกิดส่งชีพสั้นเร่งวันตาย

ณ มุมหนึ่งซึ่งเหงาน่าเศร้าแท้

หญิงแก่แก่นั่งเหงาและคอยหาย

โอ้วันนั้นในวันนี้อันตราย

แม่คลอดบุตรสายโลหิตแทบปลิดชนน์

แม่เจ็บเจียนขาดใจในวันนั้น

กลับเป็นวันที่ลูกฉลองกันผ่องใส

ได้ชีวิตแล้วเหลิงระเริงใจ

ลืมผู้ให้ชีวิตอนิจจา

ไฉนพวกเราเรียกกันว่าวันเกิด

วันผู้ให้กำเนิดจึงถูกกว่า

คำอวยพรที่เราเขียนควรเปลี่ยนมา

ให้มารดาเป็นสุขจึงถูกแท้

ระลึกถึงพระคุณอบอุ่นแด

อย่ามัวแต่จัดงานประจานตัว

(จำไม่ได้ว่าใครเป็นผู้แต่งกลอนบทนี้ แต่จำได้ว่า อ.นเรศ จิตรักษ์ อ่านให้ฟัง ตอนเรียนวิชาธรรมนิเทศ )

 

 

       เมื่อครบรอบวันนี้ของทุกปี จะนึกถึงกำกลอนบทนี้อยู่เสมอและ วันนี้ของทุกปีจะไม่การจัดงานวันเกิด จะไม่รับของขวัญจากใดๆทั้งสิ้น ไม่ใช่ว่าไม่อยากได้ เหตุผลที่ไม่รับของขวัญและ ไม่จัดงานวันเกิด ก็ด้วยบทกลอนบทนี้

     ปีนี้ก็เช่นกันมีน้องสาวผู้แสนดี คนเดิม จะให้ของขวัญ  แต่ผมบอกว่า ถ้าจะให้ของขวัญ ขอเปลี่ยนเป็นสมุดได้ไหม ผมบอกเธอว่า พอดีทางครูโรงเรียนบ้านแม่โพ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก เป็นโรงเรียนภาคี ผมทำงานร่วมกับโรงเรียนนี้ คุณครูท่านได้มาพูดกับผมว่าในปีนี้ทางโรงเรียนขาดสมุด สมุดที่ได้จัดสรรมาหมดแล้ว ไม่รู้จะหามาจากไหน อีก  ขอขอบคุณเธอมา ณ โอกาส อีกครั้งหนึ่ง ที่ได้ให้สมุดแก่เด็กๆโรงเรียนบ้านแม่โพ เป็นของขวัญ แด่ผู้ให้กำเนิดผม

       ดังที่บอกว่า ผมถือว่า วันที่ 3 มีนาคม ของทุกปี ไม่ใช่เป็นวันเกิดผม แต่เป็น วันผู้ให้กำเนิดผม (แม่) มากกว่า เมื่อถึงวันนี้ของทุกปี ผมจะขอลางาน กลับไปอยู่ไกล้ท่าน ซื้อสังฆทาน ไปถวายพระกับท่าน   วันที่ 3  ที่ไกล้จะถึงนี้ก็เช่นกัน  ผมได้ขอลางานเป็นพิเศษหน่อย ขอลา 3  วัน  วันที่ 6 มีนาคม ถึงจะกลับมาทำงานต่อ  แล้วคุณๆหละ ทำอะไรให้กับ ผู้ให้กำเนิดบ้างครับ? เล่าให้ผมฟังหน่อย