กฎหมายว่าด้วยการป้องกันการผูกขาด กฎหมายว่าด้วยการป้องกันรางวัลและฉลากที่ไม่ถูกต้อง และคณะกรรมการการค้าที่เป็นธรรม

สาระสำคัญเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการผูกขาด  กฎหมายว่าด้วยการป้องกันรางวัลและฉลากที่ไม่ถูกต้องของญี่ปุ่น และคณะกรรมการการค้าที่เป็นธรรม

นายเทตซึจิ โยโกเตะ รองผู้อำนวยการกองกิจการระหว่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการการค้ายุติธรรมแห่งประเทศญี่ปุ่นได้บรรยายสรุปให้ผู้เขียนได้รับทราบเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการผูกขาดของญี่ปุ่นและคณะกรรมการการค้าที่เป็นธรรม เมื่อครั้งที่ผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางไป ประเทศญี่ปุ่น ดังนี้

กฎหมายว่าด้วยการป้องกันการผูกขาดของญี่ปุ่นได้เริ่มบัญญัติขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. ๑๙๔๗ เนื่องจากในอดีตประเทศญี่ปุ่นมีแต่ผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่จึงผูกขาดส่วนแบ่งทางการตลาด จึงไม่มีแนวความคิดในเรื่องการแข่งขันทางการค้าอย่างอิสระ  ต่อมา หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ได้มีการนำแนวความคิดประชาธิปไตยมาใช้ ทำให้ประชาชนเริ่มมีสำนึกมากขึ้น จึงเริ่มมีแนวความคิดในเรื่องการแข่งขันทางการค้าโดยเสรี

ปัจจุบัน ประเทศญี่ปุ่นเป็นสังคมเศรษฐกิจที่เสรี บริษัทผู้ผลิตต่างก็แข่งขันกันผลิตสินค้าทั้งทางด้านคุณภาพและราคา เพื่อให้ผู้บริโภคหันมาสนใจสินค้าของตน ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีของระบบเศรษฐกิจเสรี แต่เมื่อใดที่ผู้ประกอบการมีพฤติการณ์ในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันทางการค้า ส่งผลให้ผู้บริโภคไม่สามารถซื้อสินค้าได้ในราคาถูก  ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องมีกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการผูกขาดขึ้น เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรม และเป็นหลักประกันด้านสิทธิประโยชน์ของผู้บริโภค 

กฎหมายว่าด้วยการป้องกันการผูกขาดได้กำหนดลักษณะที่สำคัญ ๓ ประการ ดังนี้

๑. การไม่ให้มีการผูกขาดของเอกชนโดยให้มีการแข่งขันอย่างอิสระ

๒. การจำกัดทางการค้าที่มีลักษณะที่ผู้ประกอบการหลายรายในธุรกิจประเภทเดียวกันร่วมมือกันจำกัดในการแข่งขันในตลาดหรือที่เรียกว่า cartel

๓. วิธีทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมซึ่งคณะกรรมการการค้าที่เป็นธรรมได้กำหนด เช่น การจำหน่ายราคาที่ต่ำกว่าทุน การรับซื้อสินค้าในราคาที่สูงเกินควร การขายพวง การจำกัดสิทธิในขณะธุรกรรม และการเข้าแทรกแซง เป็นต้น

กฎหมายว่าด้วยการป้องกันการผูกขาดนี้มีเจตนารมณ์เพื่อต้องการให้มีการแก้ไขปัญหาหรือขจัดอุปสรรคทางการค้าโดยอิสระโดยเร็ว โดยอาศัยอำนาจของคณะกรรมการการค้าที่เป็นธรรมในการออกคำสั่งหรือคำแนะนำแก่ผู้ประกอบธุรกิจนั้น ๆ หากพบว่ามีผู้ประกอบธุรกิจใดกระทำผิดในลักษณะดังกล่าวก็สามารถร้องทุกข์กล่าวโทษต่อคณะกรรมการการค้าที่เป็นธรรมได้ เมื่อได้รับเรื่องแล้วก็จะมีการส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจข้อมูลในทางลับเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน และจะสอบสวนผู้ประกอบธุรกิจรายนั้นโดยตรงต่อไปหากมีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอ แล้วนำเสนอต่อคณะกรรมการฯ เพื่อทำการวินิจฉัย  ในทางปฏิบัติ คณะกรรมการการค้ายุติธรรมจะมอบหมายให้มีคณะกรรมการอีกชุดหนึ่งประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวน ๕ คน ทำหน้าที่พิจารณาแล้วสรุปสำนวนให้แก่คณะกรรมการฯ พิจารณาและวินิจฉัยในขั้นสุดท้ายว่าจะพิจารณาหรือวินิจฉัยไปในทางใดเพื่อจะได้ออกคำสั่งหรือคำแนะนำตักเตือนผู้ประกอบธุรกิจ หากผู้ประกอบธุรกิจรายใดไม่พอใจต่อคำสั่งฯ ก็สามารถอุทธรณ์ต่อศาลยุติธรรมได้ หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฯคณะกรรมการก็จะส่งให้พนักงานอัยการดำเนินคดีต่อศาลยุติธรรมต่อไป                       

คณะกรรมการการค้ายุติธรรมประกอบด้วยปรานกรรมการจำนวน ๑ คน และกรรมการจำนวน ๔ คน และจะต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทางนิติศาสตร์หรือเศรษฐศาสตร์ มีอายุไม่น้อยกว่า ๓๕ ปี การแต่งตั้งจะกระทำได้โดยนายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของรัฐสภา มีระยะเวลาในการดำรงตำแหน่ง ๕ ปี และมีอำนาจวินิจฉัยโดยอิสระ

สาระสำคัญเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการป้องกันรางวัลและฉลากที่ไม่ถูกต้อง

พร้อมกันนี้ นายมาซาฮารุ มินามิ รองผู้อำนวยการกองการค้ากับผู้บริโภค กรมการค้า สำนักงานเศรษฐกิจคณะกรรมการการค้ายุติธรรมได้บรรยายสรุปเกี่ยวกับสาระสำคัญเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการป้องกันรางวัลและฉลากที่ไม่ถูกต้องให้ผู้เขียนทราบ ดังนี้

กฎหมายว่าด้วยการป้องกันรางวัลและฉลากที่ไม่ถูกต้องได้บัญญัติขึ้นเป็นพิเศษเมื่อปี ค.ศ. ๑๙๖๒ ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการผูกขาดทางการค้าเพื่อรักษาไว้ซึ่งการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรมและคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค โดยป้องกันการกระทำในลักษณะเป็นการชักชวนให้บริโภคสินค้าด้วยการใช้รางวัลและฉลากที่ไม่ถูกต้องเป็นสิ่งจูงใจ 

กฎหมายนี้มีเจตนารมณ์เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและผู้ประกอบธุรกิจ  พฤติกรรมดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าเพราะสิ่งจูงใจมากกว่าที่จะบริโภคตามความประสงค์ที่แท้จริง และการให้รางวัลโดยปราศจากกฎกติกาอาจส่งผลให้เกิดการค้าที่ไม่เป็นธรรมแก่ผู้ประกอบธุรกิจในลักษณะเดียวกันได้ การจะนำกฎหมายว่าด้วยการผูกขาดทางการค้าในสมัยนั้นมาใช้อาจไม่ทันต่อเหตุการณ์จึงได้มีกฎหมายว่าด้วยการป้องกันรางวัลและฉลากที่ไม่ถูกต้องนี้ขึ้นมาโดยกำหนดให้คณะกรรมการการค้ายุติธรรมและผู้ว่าราชการจังหวัด (ในท้องถิ่น) มีอำนาจสั่งหยุดระงับการกระทำหรือชี้แนะมาตรการอื่นๆ เพื่อป้องกันมิให้เกิดการกระทำใดๆ ในลักษณะเช่นว่านั้น

ขอสังเกตของผู้เขียน

คณะกรรมการการค้ายุติธรรมมีอำนาจกึ่งตุลาการ (quasi judicial) ใช้อำนาจออกคำสั่งทางปกครอง กระบวนการและห้องพิจารณามีลักษณะคล้ายศาลยุติธรรม มีบัลลังก์สำหรับคณะกรรมการการค้ายุติธรรมหรือคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมาย อย่างไรก็ตาม เมื่อคณะกรรมการฯ ได้มีคำสั่งเป็นประการใดแล้วย่อมไม่ตัดสิทธิ์ของผู้ที่ได้รับผลกระทบต่อคำสั่งนั้นที่จะอุทธรณ์ศาลยุติธรรมได้