เกือบสิบปีที่ไม่เคยทำผิด

เช้าวันหนึ่ง  ผู้เขียนขี่รถจักรยานยนต์  และเลี้ยวซ้ายตรงสี่แยกสัญญาณไฟ  ซึ่งความเคยชินของผู้เขียน  คิดว่า  สามารถเลี้ยวซ้ายผ่านตลอด  บวกกับมองไม่เป็นป้าย เพราะความที่มองแต่ตรงถนนและรถ  ไม่ได้สนใจป้าย  เลยเลี้ยวซ้ายผ่านไป  สักพัก มีตำรวจนายหนึ่งโบกมือเรียก  เราก็งงว่าเรียกทำไม และตำรวจผู้น่ารัก  บอกว่าทำไมถึงเลี้ยวซ้าย  ไม่เห็นป้ายหรือ  ว่าให้เลี้ยวตามสัญญาณไฟ  โอ้  ได้ฟังดังนั้น  หันหลังกลับไปดูป้าย  พระเจ้า!  เลี้ยวซ้ายรอสัญญาณไฟ  (เพราะกฎหมายจะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้  ทุกคนต้องรู้)  ซึ่งเห็นแบบนั้น  เราผิดเต็มๆ  อยู่แล้ว  ด้วยความที่ไม่มองป้ายนี่เอง  (และในขณะนั้นมีคนโดนแบบผู้เขียนแบบนี้ประมาณ  7  ราย  ด้วยความไม่เห็นป้ายหรือเพราะความเคยชินหรือเพราะความมักง่าย  หรือเพราะมองไม่เห็นตำรวจยืนอยู่  อิอิ  อันนี้ขึ้นอยู่กับบุคคล  แต่สำหรับผู้เขียนเอง  ไม่เห็นป้ายจริงๆ)  แล้วคุณตำรวจก็บอกว่าเขียนใบสั่ง  ซึ่งเราเองก็ยอมรับโดยดุษฎี  เพราะยังไงก็ต้องไปเสียเงินที่สถานีตำรวจ  แต่คุณตำรวจ  ได้ยึดใบขับขี่ไปด้วย  และด้วยความไร้เดียงสาของผู้เขียน  เหอๆ  ไปเถียง  ไม่ใช่สิ  บอกเหตุผลคุณตำรวจว่า  ใบขับขี่ไม่สามารถยึดได้นะคะ เพราะมีใบสั่งแล้วเดี๋ยวจะไปจ่ายที่สถานีตำรวจ  คุณตำรวจบอกว่าทำไมจะยึดไม่ได้  ไปเรียนกฏหมายฉบับไหนมา  ผู้เขียนยืนฟังเงียบ  แต่คิดในใจว่า  ตายละสิ  ฉบับไหนหว่า  (จริงๆ  ไปอ่านเจอในอีเมล์ที่มีคนส่งต่อกันมา)  สุดท้าย  คุณตำรวจก็ยึดใบขับขี่และบอกว่าให้ไปรับคืนได้ที่โรงพัก  เฮ้อ!  แล้วผู้เขียนก็กลับมาที่ทำงาน ด้วยความไม่เคลียร์ในความคิด  เลยเข้าไปหาข้อมูลในเว็บสรุปได้คือ

      เรื่องนี้เป็นประเด็นจากนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบงานจราจร ให้สัมภาษณ์ทางสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย สรุปได้ว่า ในอนาคตประเทศไทยเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรไม่จำเป็นจะต้องยึดใบอนุญาตขับขี่ของผู้ทำผิดกฏจราจร เพราะใบอนุญาตเป็นทรัพย์สินของแต่ละบุคคล แต่สามารถใช้ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมการเรียกให้ผู้กระทำผิดไปชำระค่าปรับได้เช่นเดียวกับต่างประเทศ แต่มีสื่อมวลชนและมีการนำไปสนทนาทาง Internet ทำให้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อน จนเข้าใจกันว่าตำรวจจราจรไม่สามารถยึดใบขับขี่ได้ และปรากฎตามหน้า เวปไซด์ต่างๆ ทำให้เกิดความขัดแย้งถกเถียงระหว่างตำรวจจราจรกับผู้ที่ถูกจับกุมเป็นจำนวนมาก แต่ขณะนี้ส่วนใหญ่จะเข้าใจกันดีแล้ว เนื่องจากมีการเผยแพร่ข้อเท็จจริงโดยตลอด อย่างไรก็ตามขอยืนยันอีกครั้งว่า ตำรวจจราจรสามารถเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ของผู้กระทำผิดกฏหมายจราจรได้อย่างแน่นอน แต่เป็นการเรียกเก็บชั่วคราว เรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่แล้ว ต้องออกใบแทนใบอนุญาตขับขี่ให้ (ใบสั่ง) โดยตำรวจจราจรจะต้องรีบนำใบอนุญาตขับขี่ที่เรียกเก็บไว้ไปส่งมอบพนักงานสอบสวนภายในแปดชั่วโมงนับแต่เวลาที่ออกใบสั่ง และใบสั่งสามารถใช้แทนได้ 7 วัน ทั้งนี้ตามพ.ร.บ.จราจรทางบกพ.ศ.2522 มาตรา 140 ดีที่สุดคือพยายามหลีกเลี่ยงการทำผิดกฏจราจร ก็จะไม่ต้องพบกับปัญหาการเรียกเก็บใบอนุญาต ขอให้โชคดีครับ พ.ต.อ.ยอดชาย ผู้สันติ ผกก.ฝอ. 3 บก.อก.บช.น. ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บก.02  

http://www.dek-d.com/board/view.php?id=885226

     พออ่านเสร็จก็รู้สึกผิดทันที  เหอๆ  ยึดได้หรอเนี้ยะ  แต่ที่สงสัยอีกอย่างหนึ่งคือ  ให้ตำรวจจราจรรีบนำใบอนุญาตขับขี่เรียกเก็บไว้ไปส่งมอบพนักงานสอบสวนภายในแปดชั่วโมงนับแต่เวลาที่ออกใบสั่ง  และใบสั่งสามารถใช้แทนได้  7  วัน  แล้วถ้าคุณตำรวจไม่ส่งคืนภายในแปดชั่วโมง  จะทราบได้อย่างไร 

 

สุดท้าย  ผู้เขียนเองยอมรับผิดทุกข้อกล่าวหาและจะรอบคอบในการขับขี่ให้มากกว่านี้  และเมล์บางครั้งควรใช้วิจารณญาณในการอ่านเพราะบางครั้งสิ่งที่ได้รับไม่ได้ถูกเสมอไปควรหาข้อเท็จจริงก่อนจะเชื่ออะไร  เป็นบทเรียนอีกบทหนึ่ง

ขอให้ทุกคนเคารพกฎจราจรจะทำให้ลดอุบัติเหตุจ้า