ย้ำนะครับว่า ทั้งหมดที่เล่ามา มีทั้งดี และไม่ดี หากสนใจอันไหน เลือกหยิบเอาไปใช้ได้ไม่หวงครับ เอาไปปรับอีกทีให้เหมาะมือท่านเอาเองนะครับ

วันท้ายสุดของ workshop ครั้งนี้  ซึ่งมีเวลาอีกครึ่งวันเท่านั้น  เราจะเลิกกันแค่เที่ยง  เพราะหลายท่านต้องเดินทางไกล 

วันนี้เริ่มด้วย check-in อีกเช่นเคย   ได้ประเด็นเหล่านี้จากผู้เข้าร่วมครับ

ได้มากกว่าที่คิด, สร้างความมุ่งมั่น, ฟังให้มากและจับใจความ, เปิดใจให้กว้าง, ขอบคุณผู้จัดได้ทักษะใหม่, ดีใจที่ได้มาเรียนรู้, เอา KM ไปใช้กับงานดีแน่นอน, เห็นความแตกต่างหลากหลาย, ให้โอกาสกับทุกคน, เกิดความชำนาญทำหลายๆครั้ง, วิธีการง่ายๆ แต่ได้ผลยิ่งใหญ่, หลายหัว ดีกว่าหัวเดียว, ฝึกปฏิบัติมากๆ ไม่มีถูกผิด, เรื่องเล่าเล็กๆน้อยๆมีประโยชน์มหาศาล, จัดกลุ่มสายงานเดียวกัน, วิสัยทัศน์กว้างขึ้น, ขุมทรัพย์ความรู้ได้จากผู้มีประสบการณ์, อดทนเท่านั้นช่วยให้สำเร็จ, ใช้ KM ถูกวิธี องค์กรจะมีความสุข, ฟังให้มากๆ, วันแรกไม่รู้เรื่องเลย ตอนนี้เข้าใจมากขึ้น, ปล่อยวางบ้างก็จะดี, กบนอกกะลามีจริง, สามัคคีเป็นหนึ่งเดียว, ทุกคนพัฒนาการดีขึ้น, เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี, ชื่นชมกันและกันช่วยกันเสริมสร้าง

จากนั้นก็แบ่งกลุ่มออกเป็น 4 กลุ่ม

กลุ่ม 1 ศูนย์ฯภาค 1-6

กลุ่ม 2 ศูนย์ฯภาค 7-12  

กลุ่ม 3 งานสนับสนุน

กลุ่ม 4 งานวิชาการ

โจทย์กลุ่มก็คือ  เมื่อท่านเห็น "ทรัพยากรของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล" แล้ว  ท่านจะจัดการกับมันอย่างไรต่อไปดี?

 

ลองมาดูผลการพูดคุยนะครับ

กลุ่ม 1  ศูนย์ฯภาค 1-6

* ให้ความรู้เรื่อง KM แก่ศูนย์ย่อย  รวบรวมเป็นวารสาร  website ของแต่ละกลุ่ม-ศูนย์  มีปัญหาเปิดดูได้

* ความรู้พิเศษ เช่น การเจาะน้ำพุร้อน  แลกเปลี่ยนข้ามศูนย์

* ผู้บังคับบัญชาต้องเห็นความสำคัญ  กรมควรกำหนดนโยบายและกระจายไปที่ศูนย์นิดหนึ่ง

กลุ่ม2 ศูนย์ฯภาค 7-12

* รวบรวมทุกเรื่องใน website เช่น ข้อมูลน้ำบาดาล  ศูนย์ทุกศูนย์เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย

* เครือข่ายน้ำบาดาล หน่วยงาน สิ่งแวดล้อมเชิญทุกปี  น่าจะเอาความรู้แบบนี้ไปนำเสนอ

* พัฒนาระบบ GIS สนับสนุนโดยกรม   อย่างน้อยมีเนื้อที่ 200 GB /จังหวัด

กลุ่ม 3 งานสนับสนุน

* จัดการข้อมูลให้เป็นหมวดหมู่ ทำเป็นรูปเล่มให้ผู้ปฏิบัติงาน

* มีที่ปรึกษา KM เอาหลัก KM ไปใช้กับส่วนงานที่เกี่ยวข้อง  ลองใช้ในกลุ่มงานเดียวเล็กๆก่อน

* ผลงาน (เล็กๆ) เหล่านี้ เสนอให้ผู้บริหารทราบด้วย

* สัปดาห์ละ 1 วัน จัดวงพูดคุยกันในกลุ่ม

* ทุกเช้าคุยกันก่อน 10 - 15 นาที  Morning talk 

กลุ่ม 4 งานวิชาการ

* ลปรร. กันในโครงการก่อน

* เอาเทคนิคที่ได้ไปทดลองปฏิบัติให้มากขึ้น

* รวบรวมความรู้จากทุกศูนย์ แยกเป็นหมวดหมู่

* จัดการฝึกอบรมไปอย่างต่อเนื่อง

* มอบหมายให้มีหน่วยที่รับผิดชอบเรื่องนี้ให้ชัดเจน

* คลังปัญญา มารวมกันระดับกรม เก็บใน website

* กรมสนับสนุนแนวคิด  เวลา  อัตรากำลังเพื่อทำสิ่งเหล่านี้

ซึ่งประเด็นที่ได้จากกลุ่ม  ไม่มีการวิพากษ์ วิจารณ์อะไรมากนัก  เพราะทั้งหมดที่สะท้อนออกมาถือว่าดีหมด  เพียงแต่ว่า  ในขณะนั้นภาพ "กลไกจัดการ" เพื่อสานต่อในระดับกรม ยังไม่เห็นชัดเจนนัก   ซึ่งยังคงเป็นคำถามอยู่ในใจเหมือนกันว่า  2-3 วันนี้  หัวใจเริ่มพองโต  แต่พอกลับไปที่เดิม  หากไม่มีกลไกปั้มหัวใจ   หัวใจหลายๆดวง ก็อาจจะแฟบได้   อันนี้ก็คงจะแล้วแต่บุญวาสนาละครับ

และตามสไตล์ สคส. ที่จะไม่ลืมปิดท้ายด้วยการทำ After Action Review (AAR)

ผมขออนุญาตยกมาเพียงบางถ้อยคำเท่านั้นนะครับ

"ได้เกิน รู้ว่ามันอยู่ในตัวเรา แต่เราไม่ได้ทำจริงๆ จังๆ

เอาไปใช้กับตัวเอง  share ความรู้กับน้องในหน่วย และต้องบันทึกออกมา

หาวิธีให้ช่างเจาะได้มานั่งคุยกัน

เป็นมวยแทน ไม่ได้คาดหวังตอนแรก เห็นความสำคัญของเพื่อนร่วมงาน ไม่รู้มาก่อน

เทคนิคบันทึก clip VDO

ชอบบรรยากาศนั่งคุย หารือ มีเวทีได้พูด ถ่ายทอดประสบการณ์

เอาไปใช้ในโครงการ จัดแผนเย้า-เยือน  ทีมเจาะน้ำพุ  ทีมเจาะริมฝั่งโขง นักธรณีวิทยามาแลกประสบการณ์กัน

เอาผู้บริหารมานั่งแบบนี้บ้าง

ได้อะไรแปลกใหม่

เข้าใจว่าไม่ใช่แค่การเก็บใน ICT แต่ลงลึกในประสบการณ์เอาไปต่อยอดงานตัวเองได้

รูปแบบนั่งแบบนี้ไม่เคยเจอมาก่อน

รู้ว่าแต่ละคนไม่เคยเล่าให้ใครฟังมาก่อน

เห็นว่ามีผู้รู้มาก  มีเทคนิคมากมาย แต่ยังไม่ได้จัดการ

ทำมาบ้างแล้ว แต่ไม่ได้เขียนบันทึกไว้

กำหนดเจ้าภาพ ทำศูนย์ข้อมูล

เห็นพลังของพี่ๆ กรมน้ำบาดาล  ฯลฯ"

-จบแล้วครับ-