ถูไถ่มาตั้งแต่ต้นเทอมครับ สำหรับโน้ตบุ๊คคู่ใจของผม อายุของมันก็สามปีกว่าครับ แต่ก็ไม่เคยรวนเลย มีเทอมนี้แหละครับ ที่อาการไม่ดีตลอดมา เริ่มตั้งแต่แบตเตอร์รีเสีย (ไปเปลี่ยนแบตฯไม่ก็ไม่ได้ สุดท้ายต้องซื้อใหม่) ตามมาก็อะแด็บเตอร์ช็อต ก็ต้องซื้อใหม่อีกเช่นกัน แล้วอีกอาการหนึ่งที่ตามมาพร้อมๆ กัน คือ อาการดับแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย แต่ระยะหลังมาผมใช้วิธีการเคาะสองสามที (โบราณจริงๆ) แต่ได้ผลครับ มันติดกลับมาทุกที

มาวันนี้ วันที่งานหลักๆ ที่ผมต้องรีบทำเสร็จแล้ว เหลืองานที่ต้องส่งที่พอจะยึดอายุส่งได้ เนื่องจากไม่ต้องนำเสนอในชั้นเรียนแล้ว แค่พิมพ์และพริ้นท์ไปส่งอาจารย์เท่านั้นเอง และเมื่อคืนผมก็ทำการสำรองข้อมูลในฮาร์ดิสต์สำรองไว้ ปรากฏตั้งแต่เช้ามาเปิดเครื่องไม่ติดอีกเลย สุดท้ายต้องส่งร้านซ่อมจนได้ครับ จริงๆ เมื่อสองเดือนก็เอาไปส่งที่ร้านแล้วครับ (ตอนนั้นยังพอใช้ได้อยู่บ้าง) ปรากฏร้านบอกว่า ต้องส่งไปศูนย์ที่หาดใหญ่ (ผมแปลกใจมากครับ ร้านใหญ่ๆ ทำไมไม่ซ่อมเอง ต้องส่งไปหาดใหญ่อย่างเดียว) ผมเลยต้องเอากลับมาก่อน เพราะขืนให้ไปซ่อมหลายวัน ผมแย่ก่อน (คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์หลักสำหรับการเรียน ป.เอกจริงๆ ครับ)

แต่แล้วเมื่อเช้าก่อนจะเอาโน้ตบุ๊คไปซ่อม ท่านคณบดีก็โทรมาสั่งงานว่า พรุ่งนี้ยังงัยผมจะต้องรับที่จะเป็นวิทยากรอบรมการทำแผนยุทธศาสตร์ให้กับสหกรณ์จังหวัดปัตตานี จริงๆ ทราบล่วงหน้ามาหลายวันแล้ว แต่ยังพยายามจะหาคนอื่นไปแทนอยู่ เพราะจำแบบลางๆ ว่า มีงานที่จะต้องนำเสนอในชั้นเรียน ปรากฏก่อนคณบดีโทรมาก็ได้สอบถามอาจารย์อีกครั้งว่า จะต้องนำเสนอวันไหน ปรากฏว่าเป็นวันศุกร์ไม่ใช่พรุ่งนี้และมะรืนนี้ ซึ่งเป็นวันของการอบรม

ปัญหาก็เกิดขึ้นทันทีครับ คือ ผมจะเตรียมข้อมูลสำหรับการอบรมอย่างไรละ ในเมื่อโน้ตบุ๊คไม่มี แฮะๆ จริงๆ มีคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะอีกเครื่องครับ แต่สภาพไม่พร้อมใช้งานแล้ว (สายคียบอร์ดและเม้าส์ขาด เมนบอร์ดมีปัญหานิดหน่อย และซีดีรอมเสีย) กลับมาถึงบ้าน (วันนี้ทั้งวันอยู่ มอ.ปัตตานี) ก็ซ่อมคอมฯ ครับ สุดท้ายก็รู้ว่า จอเสียอีกต่างหาก หมดปัญญาซ่อมครับ จอคอมซ่อมไม่เป็นจริงๆ

แต่ก็อุ่นใจอยู่อย่างหนึ่งครับ ที่ อ.สุวิทย์ หมัดอาดัม เสนอตัวว่าจะให้ยืมโน้ตบุ๊คของท่านให้ผมใช้ จริงๆ เกรงใจครับ อยากปฏิเสธแต่ก็คงปฏิเสธไม่ไหวแล้วละครับ หลังละหมาดมักริบ (ทุ่มครึ่ง) อาจารย์ก็เอาโน้ตบุ๊คของท่านมาให้ผมใช้ แฮะๆ ก็ที่พิมพ์บันทึกนี้ก็โน้ตบุ๊คอาจารย์สุวิทย์แหละครับ  ที่อาจารย์สุวิทย์ใจดีกับผมมากในครั้งนี้ ก็ไม่ใช่เพราะอะไรหรอก แค่การอบรมครั้งนี้ท่านเป็นคนรับหน้าเสื่อเขามาประสานงานหาวิทยากรให้ ฮาฮาฮา แล้วคนเก่งๆ เกือบทั้งคณะก็ติดภาระกิจหมด มีวิทยากรหล่อๆ อย่างผมอยู่คนเดียวที่พอจะไปทำงานให้ท่านได้ ฮาฮาฮา

การเป็นวิทยากรเกี่ยวกับการทำแผนกลยุทธนี้ ผมเป็นมาเมื่อหลายปีก่อนครับ แล้วก็หยุดไปสักปีสองปีแล้วครับ ไม่เคยเรียนเรื่องนี้ในห้องเรียนเลยครับ แต่ที่ำทำให้กล้าเป็นวิทยากรในเรื่องนี้ เนื่องจากความสนใจส่วนตัวเมื่อในอดีต แล้วก็ต่อมาดูแลงานแผนของคณะ แล้วก็เลยลองให้ความรู้ที่ค้นคว้ามา จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน จากความสำเร็จในการทำแผนของคณะ ท่านคณบดีเลยให้ไปเป็นวิทยากรเรื่องนี้ แล้วก็หยุดไปเมื่อไม่ได้ดูแลงานแผนของคณะ และก็ไม่มีคนเชิญ กลับมาปีนี้มีคนเชิญ ข้อมูลที่เหลืออยู่คือที่ตกผลึกอยู่ในสมองครับ ที่เหลือหายไปหมดแล้ว นี้ก็เลยต้องใ้ช้เวลาทบทวนจากคู่มือที่เจ้าภาพเขาเตรียมไว้ให้

ถ้าถามผมว่า วิธีการส่วนใหญ่ที่เขาใช้ทำแผนกลยุทธกันในปัจจุบัน (โดยเฉพาะหน่วยงานราชการ) ผมต้องขอบอกว่า ผมไม่ค่อยจะชอบเท่าไรครับ คือ ที่เขียนไว้ในคู่มือนะดีครับ แต่เวลาทำจริง ไม่ค่อยมีีหน่วยงานไหนทำตามขั้นตอนเลย ลักไก่ ลักเป็ด เป็นส่วนใหญ่ เสียดายครับ จากแผนกลยุทธก็กลายเป็นแผนหลงยุคแทน แต่ที่ว่าชาวบ้านเขานี้ ผมไม่ได้ว่าเขาอย่างเดียวนะครับ ผมว่าผมด้วย เพราะเวลาผมทำเอง ผมก็ใช้การประยุกต์์จากตำราเหมือนกัน เพียงแต่ไม่ถึงขั้นลักไก่ แฮะแฮะ แค่ลักขี้ไก

ออ. แต่ผมยอมรับอยู่อย่างหนึ่งครับ ว่า ไม่ว่าทฤษฏีไหน แนวคิดไหนดี เวลาเอามาใช้ในเมืองไทย เจ้าของทฤษฏีมาดูยังงงเลยครับ นี้นะหรือทฤษฏีของฉัน อาฮา