ใครที่ได้ดูละครเรื่อง "แดจังกัม" มักจะเห็นว่าการปรุงอาหารของเธอจะแฝง
ถึงผลลัพท์ที่ดีต่อสุขภาพเสมอ และกลายเป็นผลงานให้กับเธอ
ทุกครั้งที่ทำอะไรประหลาดๆ    และก็รอดตัวทุกที่ไปเมื่อมีการ
อธิบายความจำเป็นหรือที่มาที่ไปของการกระทำการนั้นๆ 
แถมได้ดีอีกเพราะคำแก้ตัวของเธอนั้น เข้าตากรรมการทุกทีไป

 

ผมจะอธิบายให้ฟังเพื่อผู้อ่านบางท่านไม่ได้ติดตามละครเกาหลี
สุดฮิตเรื่องนี้ มาดูกันว่าเธอไปทำอะไรมาแล้วถึงได้หน้าและ
เป็นที่รักของทุกคน

จังกึมมีตำแหน่งมีเป็นนางในของราชสำนักมีหน้าที่ปรุงอาหารให้กับ
พระราชาและพระราชวงค์  

ในครั้งหนึ่งมีทูตจากเมืองจีนมาเยี่ยมเยียนพระราชา จังกึมถูกมอบหมายให้ "เอ็นเตอร์เทน" ด้วยอาหารกับทูตท่านนี้ซึ่งเอาใจยากมากกกก......

 

เบื้องลึกแล้วจังกึมถูกกลั่นแกล้งจากเพื่อนรวมสายงานที่อิจฉาเธอ(เพราะเธอสวยบาดใจกรรมการ)
จากภาระกิจหลักอันยากลำบากนี้เธอจำต้องมีหน้าที่ปรุงอาหารให้ท่านทูต(ขี้หงุดหงิด)ให้เป็นที่พอใจ....ซึ่งถ้าถูกตำหนิแล้วก็จะมีโทษร้ายแรงถึงขั้นหมดสวยได้

 

ด้วยโชคของเธอ ที่ได้รู้ปัญหาสำคัญของท่านทูต
จังกึมจึงนำปัญหานั้นมาแก้ไขด้วยความสามารถในการเป็น"กุ๊กระดับเทวดา"

ทุกคนประหาดใจมากกับอาหารมื้อแรกที่เสริปให้กับท่านทูต
"มีแต่ผักต้ม, ผังนึ่ง ปราศจากสิ่งของเลิศรสที่สมเกีรยติ์เอกอักคราช....

"อะหย่า เสร็จแน่คนสวยของผม"

จังกึงเกลือบจะถูกลงโทษแต่ด้วยเหตุผลของเธอและข้อตกลงที่ชวนพิสูจน์
หล่อนจึงรอดตัวมาได้ อย่างน้อยก็ช่วงเวลานั้น

....เฉลย....
ท่านทูตป่วยมานานแล้ว "เป็นโรคร้อนใน" เนื่องจากบริโภคอาหารประเถทมันๆ ทอดๆ
อยู่เป็นเนืองนิจกิจวิสัย เธอจึ่งอยากแก้ไขปัญหานี้ด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมการกินของท่าน
ให้หันมากินอาหารประเภทต้มนึ่ง มันน้อย ผักเยอะๆ แทน
เพื่อให้หายจากโรคนี้

".ขอเวลาห้าวัน (กินอาหารตามใบสั่ง) แล้วชีวิตท่านจะเปลี่ยนไป."
สิ่งที่เธอพูดได้ผล

งานของเธอเริ่มจากการแก้ปัญหา ปัญหาที่น่ารำคาญของคนบางคนที่เส้นใหญ่
เธอแก้ปัญหาด้วยการมอบผลลัพท์ที่ดีจากการปฏิบัติที่ถูกต้องเป็นของขวัญให้กับชีวิต

ผมดูแล้ว...ที่เธอทำได้เพราะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ของผู้อื่นและของตนเอง
มาใช้ให้สถานะการณ์ที่เหมาะสม

ส่งสัยว่า....เธอคงเป็นคนช่างจินตนาการเลยจับประสบการณ์ที่เธอมีไว้เป็นเครื่องมือแล้ว
"นำมันมาต่อจิ๊กซอในหัว."   เพื่อหาคำตอบของโจทน์ที่เป็นตัวปัญหา?
โดยผ่านขบวนการทดลองและใช้จริง.... จนพบส่วนผสมที่ลงตัว

หนี้!!....ถ้าให้เธอมาเขียน Software ประเภท Object-Oriented Programming  (OOP)
เพื่อแก้ปัญหาในการดำเนินงานขององค์กร คงเกิดแน่ๆ(ได้ดี)

ปล.
จะได้มีละครเรื่องใหม่ให้เราๆ ท่านๆ
ได้ตามดูกันต่อไป

ฮือจะจบแล้วอยากดูอีก.......................

โป้ง-เขียน