การปฏิวัติเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับมวลชน การทวนกระแสเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล ปัจเจกบุคคลเปลี่ยนแปลงตัวของเขาเอง เขาไม่สนใจเกี่ยวกับโครงสร้างในทางอำนาจ เขาเพียงแต่จัดการเปลี่ยนแปลงชีวิตตนเอง ให้กำเนิดชีวิตใหม่ในตัวของเขาเอง สิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจที่สุดเกี่ยวกับการทวนกระแสก็คือมันมีการทำลายไปพร้อมๆ กับการสร้างสรรค์สิ่งใหม่

       สถานการณ์ในปัจจุบัน ทำให้ผมนึกถึงข้อความบางตอนในหนังสือ "หลุด: freedom" ของ Osho ว่า....

"อิสรภาพนั้นมีสองด้าน ด้านแรกคืออิสรภาพจากอะไร และด้านที่สองคืออิสรภาพเพื่ออะไร คนส่วนใหญ่มักให้ความสนใจในอิสรภาพแบบแรก คือเป็นอิสระจากสิ่งนั้นสิ่งนี้  อิสระจากพันธนาการที่มีอยู่ ...แต่เพื่ออะไรกันล่ะ? มันเป็นอิสรภาพทางด้านลบเท่านั้น หากท่านรู้จักแต่อิสรภาพจากอะไรบางอย่าง แสดงว่าท่านยังไม่ได้รู้จัก "อิสรภาพที่แท้จริง" ท่านรู้จักเพียงแค่ด้านลบของมัน ท่านควรจะรู้จักด้านบวกของมันด้วยเช่นกัน – เป็นอิสรภาพเพื่อที่จะสร้างสรรค์ อิสรภาพเพื่อที่จะเป็นอะไรบางอย่าง....

ประวัติศาสตร์ได้ยืนยันเรื่องเหล่านี้เป็นอย่างดี มีผู้คนเป็นจำนวนมากที่มักไม่เคยคิดเรื่องอิสรภาพแบบที่สองนี้เลย พวกเขาคิดแต่อิสรภาพแบบแรก ทั้งนี้เป็นเพราะพวกเขาไม่มีความสามารถที่จะเห็นและเข้าใจอิสรภาพแบบที่สองนี้ได้ชัดเจน อิสรภาพแบบแรกนั้นพวกเขาเห็นได้ชัด เพราะมันเป็นโซ่ตรวนที่มัดขาพวกเขาอยู่ มันเป็นกุญแจมือที่สวมข้อมือของพวกเขาไว้ พวกเขาต้องการจะเป็นอิสระจากมัน แต่เพื่ออะไรกันล่ะ? ท่านจะใช้มือของท่านทำอะไร?

....ในสมัยที่ข้าพเจ้ายังเด็ก ข้าพเจ้ามักจะถกเถียงกับพ่อและลุงของข้าพเจ้าว่า “ผมเข้าใจดีว่าการตกเป็นทาสนั้นมันเป็นสิ่งที่น่าเกลียด มันทำให้ความเป็นคนในตัวเราลดน้อยลง มันเป็นการดูถูกตัวเอง เป็นการทำลายเกียรติและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ แต่ประเด็นของผมก็คือ แล้วเราจะทำอะไรหลังจากที่เราได้เป็นอิสระล่ะ?  อิสรภาพจากอะไรนั้น มันชัดเจนอยู่แล้ว ผมไม่ได้ต่อต้านมัน ผมเพียงแค่อยากจะรู้ว่า ท่านกำลังจะทำอะไรกับอิสรภาพที่ได้มานี้ ท่านรู้ดีว่าจะอยู่อย่างไรในตอนที่เป็นทาส แล้วท่านรู้ไหมว่าจะอยู่อย่างไรในตอนที่ได้อิสรภาพ?

....แต่ข้าพเจ้าก็ไม่เคยได้รับคำตอบจากพวกเขา พวกเขาเอาแต่พูดว่า “ตอนนี้พวกเรากำลังยุ่งอยู่กับการต่อต้าน การปฏิวัติ เรากำลังจะออกจากการเป็นทาส เราไม่มีเวลาที่จะมาพูดเรื่องอิสรภาพเพื่ออะไรหรอก” ข้าพเจ้าพูดว่า “นี่ไม่ใช่วิธีคิดตามหลักทางวิทยาศาสตร์ เพราะหากท่านกำลังรื้อบ้านเก่าที่ท่านอยู่ หากท่านเป็นคนที่ฉลาด ท่านควรจะต้องเตรียมแบบพิมพ์เขียวของบ้านหลังใหม่ไว้ให้พร้อม ก่อนที่ท่านจะรื้อบ้านหลังเก่า เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ท่านจะไม่มีบ้านอยู่ – อยู่บ้านเก่าน่าจะดีกว่า ไม่มีบ้านอยู่”

...ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ในการปฏิวัติของอินเดียเคยมาพักอยู่กับครอบครัวของข้าพเจ้า – ข้าพเจ้ามักจะถกเถียงกับพวกเขาเสมอ และข้าพเจ้าก็ไม่เคยพบผู้นำแม้แต่คนเดียวที่มีคำตอบให้กับข้าพเจ้าว่าพวกเขากำลังจะทำอะไรกับอิสรภาพที่จะได้มา ...ปรากฏว่าชาวฮินดูและชาวมุสลิมต่างก็เข่นฆ่ากัน ตายเป็นล้านๆ คน กองกำลังของอังกฤษเคยควบคุมพวกเขาไว้ไม่ให้ฆ่าฟันกัน แต่พอเอากองกำลังนี้ออกไป ก็เกิดการจลาจลไปทั่วอินเดีย ชีวิตคนทุกคนต่างตกอยู่ในอันตราย เมืองถูกเผา คนในรถไฟทั้งขบวนถูกเผาทั้งเป็น ข้าพเจ้าพูดว่า “มันก็ประหลาดดี สิ่งเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นในสมัยที่เราเป็นทาส แต่มันเกิดขึ้นในตอนที่เรามีอิสรภาพ – ด้วยเหตุผลง่ายๆ เพียงเพราะว่าเราไม่ได้เตรียมตัวไว้รับกับอิสรภาพนี้”

ข้าพเจ้าไม่เคยเห็นด้วยกับ "การปฏิวัติ" สิ่งที่ข้าพเจ้าสนับสนุนคือ "การทวนกระแส" การปฏิวัติเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับมวลชน การทวนกระแสเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล ปัจเจกบุคคลเปลี่ยนแปลงตัวของเขาเอง เขาไม่สนใจเกี่ยวกับโครงสร้างในทางอำนาจ เขาเพียงแต่จัดการเปลี่ยนแปลงชีวิตตนเอง ให้กำเนิดชีวิตใหม่ในตัวของเขาเอง สิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจที่สุดเกี่ยวกับการทวนกระแสก็คือมันมีการทำลายไปพร้อมๆ กับการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ บางสิ่งจะต้องถูกทำลายเพื่อจะได้มีสิ่งใหม่เกิดขึ้น  การสร้างสรรค์และทำลายมาด้วยกัน มันเสริมซึ่งกันและกัน มันไม่ได้แยกออกจากกัน เมื่อใดก็ตามที่ท่านพยายามทำให้มันแยกออกจากกัน – แสดงว่าท่านกำลังจะทำอย่างการปฏิวัติ และประวัติศาสตร์ก็จะซ้ำรอย....

ข้าพเจ้าไม่ได้ต่อต้านสิ่งใดๆ หรือใครคนใดคนหนึ่ง ข้าพเจ้าไม่ต้องการให้ท่านเป็นอิสระจากบางสิ่งเท่านั้น ข้าพเจ้าต้องการให้ท่านเป็นอิสระอย่างแท้จริง"