นิสิตที่มาช่วยงานในครั้งนี้มากันด้วยใจ ไม่ใช่หมอลำแบบมีชั้นเชิง

ช่วงเย็นของวันที่  21  กุมภาพันธ์   ผมและทีมงานจำนวน  6  คน  เดินทางไปสู่บ้านหนองบัวแปะ  ต.ขามเรียน  อ.ยางสีสุราช  จ.มหาสารคาม  เพื่อนำนิสิตไปช่วยงาน "พ่อครูบาสุทธินันท์ฯ"  โดยการแสดงหมอลำแบบสบาย ๆ  ซึ่งมี"น้องออต"  เป็นผู้ประสานงานในเรื่องดังกล่าว

 

 

ผมและทีมงานลัดเลาะเส้นทางที่ไม่คุ้นชินกับการสัญจรไปอย่างลุ้นระทึก  เราเดินทางฝ่าความมืดและถนนอันแปลกเปลี่ยวไปอย่างตื่นเต้น  ภายในรถเราพูดคุยกันอย่างหลากเรื่อง  และแต่ละเรื่องก็สลับกันเป็นผู้ฟังและผู้พูดอย่างสนุก  และกว่าจะไปถึงหมู่บ้านก็ปาเข้า 1 ทุ่มไปแล้ว

  

 

ก่อนการแสดงจะมีขึ้น   ผมร้องขอให้น้องออตได้บอกเล่าที่มาที่ไปของกิจกรรมให้น้องนิสิตได้รับรู้   ส่วนตัวผมก็ไม่วายออกตัวในทำนองว่า ...  นิสิตที่มาช่วยงานในครั้งนี้มากันด้วยใจ  ไม่ใช่หมอลำแบบมีชั้นเชิง..  รวมถึงการบอกกล่าวอย่างแน่นหนักว่า  พวกเขาต่างเป็นคนที่มีความสนใจใคร่รู้  และมีใจรักในเรื่องเหล่านี้อย่างมหาศาล  ซึ่งนั่นยังไม่รวมถึงว่า   พวกเขาต่างมีความสามารถอันหลากหลาย แต่งกลอนลำได้  แต่งกลอนผญาได้  และมีลูกฮาลูกเฮอย่างน่าทึ่ง   !

 

 

 

 

 

 

ก่อนการแสดงจะเริ่มขึ้น,  พวกเขาหลบมุมไปซักซ้อมแนวเรื่องกันสด ๆ  จากนั้นก็ทะยานออกมาเล่นลำเรื่องต่อกลอนแบบฮา ๆ  ... ร้องไปรำไปอย่างผิดเส้นผิดจังหวะ  แต่ก็ทยอยสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้เฒ่าผู้แก่อยู่อย่างไม่ขาดสาย  จนกระทั่งช่วงท้ายเราก็ปล่อยให้หมอลำตัวจริงของเราออกมาวาดลวดลายอย่างเต็มสูบ  มีทั้งลำซิ่ง,  ลำเต้ย  ลำเรื่องต่อกลอน  พ่วงแถม "คำสอย"  ให้ฮาเป็นพัก ๆ  จนกระทั่งชาวบ้านบางคนก็ออกอาการเริ่มชูมือชูไม้บอก "เอาอีก ๆ"   และตอนท้ายก็เขียนกลอนลำสด ๆ  อวยพรวันคล้ายวันเกิดของพ่อครูบา ฯ  อย่างน่ารัก !

 

 

เราออกเดินทางกลับในราว ๆ  เกือบ 5  ทุ่ม...  คราวนี้เราลัดเลาะเข้าเส้นทางสายใหม่ที่ไม่แปลกเปลี่ยว  และบนรถเราก็ยังไม่วายที่จะหวนรำลึกถึงเรื่องราวที่เพิ่งผ่านพ้นมา ณ  ลานทุ่งท้ายหมู่บ้านนั้นไม่ได้ ...

 

 

เราสรุปตรงกันว่ามีความสุขอย่างเหลือล้นกับการได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมอันง่ายงามและลึกซึ้งเช่นนี้   เราภูมิใจและดีใจที่ได้มีส่วนในการมอบความบันเทิงปลุกเร้าให้ผู้เฒ่าผู้แก่ของบ้านหนองบัวแปะมีพลังชีวิต ..  อย่างน้อยก็คงสื่อสารได้บ้างกระมังว่า  ในหมู่บ้านอันเงียบเหงา  ซึ่งส่วนใหญ่มีแต่คนแก่คนเฒ่าที่เฝ้าหมู่บ้านเลี้ยงลูกหลานเช่นนี้นั้น   ไม่ได้เปลี่ยวเศร้าเสียทีเดียว  เพราะยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งรักและให้ความสำคัญอย่างไม่รู้ร้าง  ...

 

 

 

ภาพชีวิตที่ผู้เฒ่าผู้แก่โอบกอดหลานตัวเล็ก ๆ  มานั่งผิงไฟไล่ลมหนาวเช่นนี้คือ "นาฏกรรมชีวิต"  ที่พบดาษดื่นในหมู่บ้านของคนอีสาน  หนุ่มสาว  หรือแม้แต่ชายหญิงในวัยกลางคนจำนวนมากที่แต่งงานแล้วต่างลาทุ่งลงเมืองใหญ่กันอย่างต่อเนื่อง .. ขณะที่อีกหลายคนก็ "ฝากลูกฝากเต้า"  ให้ปู่ย่าตายายได้สวมบทบาทพ่อแม่จำเป็นอย่างน่าเห็นใจ 

 

 

นาฏกรรมชีวิตเช่นนี้    กลายมาเป็นภาพชินตาแต่บาดลึกจิตใจของผมเป็นที่สุด  การคอยรอลูกหลานให้คืนบ้านในเทศกาลต่าง ๆ  คือความหวังของชีวิตที่มีอยู่อย่างไม่รู้จบ  จากปีใหม่สู่สงกรานต์, จากสงกรานต์สู่เทศกาลการเข้าพรรษา  และอื่น ๆ  อย่างเอาแน่ไม่ได้

 

 

 

 

 

ค่ำคืนที่รถตู้คันเก่าโทรมของเราเคลื่อนกายฝ่าความมืดออกมาอย่างสุขุม  บางคนเริ่มหลับฝันไปด้วยความอ่อนล้า  แต่ผมกับน้องนิสิตไม่กี่คนก็ยังสนทนากันถึงเรื่อง "คนอีสานพลัดถิ่น..."   และไม่ลืมที่จะพูดถึงหัวอกของคนแก่คนเฒ่าอีกจำนวนมากที่ยังยืนหยัดเลี้ยงหลานเหลน   และดูแลหมู่บ้านอย่างไม่สิ้นหวัง  ซึ่งปรากฎการณ์ชีวิตเหล่านั้น   เราต่างก็เห็นพร้อมกับการน้อมคาราวะหัวจิตหัวใจของผู้เฒ่าเหล่านั้นอย่างเทิดทูน

 

 

รถตู้คันเก่าเคลื่อนตัวออกสู่ถนนใหญ่   แสงไฟสลัวลางส่องให้เห็นวิถีการสัญจรเป็นช่วง ๆ  ผมเริ่มที่จะสนทนากับน้องนิสิตน้อยลงทีละนิด ๆ   นั่นไม่ใช่เพราะความเหนื่อยอ่อนที่ต้องการนอนพัก   แต่มันหมายถึงภาวะที่ผมต้องการอยู่อย่างเงียบ ๆ  เพื่อหวนรำลึกถึงภาพชีวิตที่เพิ่งพบเจอมามาด ๆ   ณ  บ้านหนองบัวแปะ

 

ภาพการกล่อมหลานของคนในวัยปู่ย่า ฯ  แจ่มชัดในหัวสมองของผม  ขณะที่เสียงเพลงการกล่อมหลานอันแสนจะว้าเหว่นั้น  กลับยิ่งเหมือนดังขึ้น, ....  และดังขึ้นจนผมแทบอยากจะร้องไห้ -

 

 

หมายเหตุ :  รายชื่อนิสิตที่อาสาไปร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

หมอลำจำเป็น  .... นายสมปอง  มูลมณี  (นิสิตต้นแบบรณรงค์เรื่องยาเสพติด) นายธีรภัทร   สินธุเดช  นายสุวิทย์  ศรีนิล  (เยาวชนดีเด่นแห่งชาติ  สาขาศิลปวัฒนธรรม  ปี 2550)

นิสิตหมอลำตัวจริง ....นายชาญชัย  สุขจันดี  

หมอแคนตัวจริง....    นายธีรพงษ์  พลเตมา