...

วิกฤตที่เข้ามาในชีวิตคนเรา โดยเฉพาะการล้มละลาย หรือวิกฤตการเงินนั้น... บางครั้งก็มีราคาแพงกว่าที่คิด

วันนี้มีผลการศึกษาที่พบความสัมพันธ์ระหว่างโอกาสเสี่ยงตายจากโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตันกับวิกฤตการเงินมาฝากครับ

...

ทีมอาจารย์นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ สหราชอาณาจักร(หมู่เกาะอังกฤษ)ทำการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบจากวิกฤตการเงินระดับประเทศในช่วงปี 1960-2002 (พ.ศ. 2503-2545)

วิกฤตการณ์ดังกล่าวรวมทั้งเหตุการณ์ร้ายๆ ที่เกิดในสหรัฐฯ และสวีเดนด้วย ส่วนจะรวมวิกฤตการเงินของไทยในช่วง IMF หรือไม่นั้น... แหล่งข่าวไม่ได้กล่าวไว้

...

ปี 2550 มีวิกฤตการณ์การเงินที่กองทุนนอร์เติร์น ร็อค (Northern Rock) ล้มละลายในสหราชอาณาจักร ช่วงดังกล่าวมีคนตายจากโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตันเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5,000 คน

ทีมนักวิจัยนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลผลทางระบาดวิทยา ผลปรากฏว่า การเกิดวิกฤตการณ์การเงินแต่ละครั้งทำให้ความเสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตันกำเริบ (heart attack) เพิ่มขึ้นดังต่อไปนี้

...

วิกฤตการณ์การเงินในประเทศ อัตราเสี่ยงโรคเส้นเลือดหัวใจกำเริบถึงตายเพิ่มขึ้น (%)
พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐฯ ยุโรปตะวันตก ฯลฯ 6.4
กำลังพัฒนา เช่น อินเดีย ไทย ฯลฯ 26

...

กลุ่มที่เสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดหัวใจกำเริบมากเป็นพิเศษได้แก่ คนสูงอายุ ซึ่งอาจสูญเสียเงินที่สะสมมาตลอดชีวิตไปกับกองทุนบำเหน็จบำนาญ หรือธนาคารที่ล้มละลาย และไม่มีรายได้ใหม่มาทดแทน

ความเสี่ยงโรคหัวใจดังกล่าวนั้นพบว่า จะเกิดขึ้นทุกครั้งที่มีวิกฤตการณ์การเงินระดับประเทศ เช่น ที่ไทยเราประสบวิกฤต IMF ฯลฯ และเกิดขึ้นชั่วคราว

...

หลักการบริหารเงินที่สำคัญ 7 อย่างที่พวกเราควรรักษาวินัยไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาสุขภาพหัวใจได้แก่

  1. ไม่จำเป็นจริงๆ อย่าก่อหนี้ > ถ้ามีหนี้... ต้องรีบลดหนี้ให้เร็วที่สุด
  2. อยู่แบบเศรษฐกิจพอเพียง > อยู่อย่างเรียบ ง่าย และประหยัดให้ได้ เช่น ปลูกพืชผักสวนครัว ทำกับข้าวกินเองอย่างน้อยวันละ 1 มื้อ หรืออย่างน้อยที่สุดก็ควรหุงข้าวกล้อง และพกกล่องผักไปกินกับกับข้าวนอกบ้าน ฯลฯ
  3. อย่าคบเพื่อนเห็นแก่ได้ โดยเฉพาะ "เพื่อนกิน" ที่ไม่ว่าจะกินอะไรก็ไม่จ่าย ซึ่งมักจะสิงสู่อยู่ตามวงเหล้า > ทางที่ดีคือ งด-ลด-ละ-เลิกเหล้า ซึ่งเท่ากับ "ตัดไฟเสียแต่ต้นลม" 
  4. กระจายความเสี่ยง > อย่าลงทุน หรืออย่าฝากเงินไว้กับสถาบันการเงินเพียงแห่งเดียว ควรกระจายไว้อย่างน้อย 2-3 แห่ง ถ้าแห่งใดเกิดล้มขึ้นมา จะได้มีเหลือไว้บ้าง ไม่ถึงกับหมดเนื้อหมดตัว
  5. ใส่ใจสุขภาพ > เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ เช่น ค่ารถไปหาหมอ ฯลฯ โดยเฉพาะสุขภาพช่องปากนี่ต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษด้วยการแปรงฟันกับยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ ใช้ไหมขัดฟัน (dental floss) และตรวจช่องปากกับหมอฟันทุก 6-12 เดือน
  6. ออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ > คนที่แข็งแรงมีแนวโน้มจะต่อสู้กับวิกฤตการณ์ได้ดีกว่าคนที่อ่อนแรง
  7. เรียนรู้เรื่องใหม่ และทำงานเป็นประจำ > อย่าลืมว่า ความรู้ความสามารถนั้นเป็น "ทรัพย์" อย่างหนึ่งที่ติดตัวเราไปตลอดชีวิต ถ้าผิดพลาดอะไรขึ้นมา... จะได้หางานใหม่ และหาเงินได้ใหม่

...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

ที่มา                                                 

  • Thank BBC > Bank crises ' deadly for health' > [ Click ] > Feb.26, 2008. / Globalization and Health J.
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร หรืออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบคุณอาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี + อาจารย์เบนซ์ iT ศูนย์มะเร็งลำปาง > สนับสนุนเทคนิค iT.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 26 กุมภาพันธ์ 2551.