ทุกคนกำลังเดินทาง
ภาพการเดินทาง....ไปสู่จุดหมายที่ปรารถนา

ผู้เดินทางในภาพเป็นตัวแทนของทุกจิต ที่ต่างกำลังเดินทางไปสู่จุดหมายที่ตนปรารถนา ณ ที่แห่งใด แห่งหนึ่ง ที่มีอยู่จริงหรือไม่ ผู้ที่กำลังเดินทางไม่มีทางรู้ จนกว่าจะถึงซึ่งที่หมายนั้น
วันนี้ เราได้เริ่มเดินทางของเรากันหรือยัง.......
ขอให้ผู้เดินทางทุกท่านโชคดีครับ
ด้วยความปรารถนาดี
ผู้รู้จึงเดิน
ผู้เดินทางควรมีจิตคิดธุดงค์
จึ่งดำรงสติมั่นไม่หวั่นไหว
ไม่กังวลหนทางจะกว้างไกล
และจุดหมายยากประเมินเกินสายตา
ถึงต้องเดินทางโดดเดี่ยวอย่างเปลี่ยวเปล่า
มีเพียงเงาเป็นเพื่อนใจให้คบหา
อยู่อย่างคนมีจิตภาวนา
ทุกมรรคาที่ผ่านสำราญใจ
เริ่มก้าวเดิน หรือยังชั่งใจอยู่
สำนึกรู้แห่งตน สับสนไหม
แม้นไม่รู้ปลายทางอย่างแจ้งใจ
เพียงมั่นใจไปดีก็ปรีดา
แม้ไม่เห็น รูปเงาเหล่าพี่เลี้ยง
ไม่ยินเสียง เรื่องราวกล่าวธุสา
ไม่ต้องหันกลับ ให้เหงา หรือกล่าวลา
รู้..ข้างหน้าสว่างไสว ไปได้เอง........
จากคนหนึ่ง ที่กำลังเริ่มเดิน ....โยคีน้อย
๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑
สาธุครับ
รู้แล้วจึงเดิน
เดินแล้วจึงรู้
รู้แล้วจึงเลิกเดิน
รู้แล้วจึงเพียงรู้
คุณ Suksomครับ
ถ้าเดินด้วยจิตใคร่รู้ ก็จะพบว่าการเดินทางสุนกครับ
และอาจเจอจุดหมายย่อยตามทางได้เหมือนกัน
ขอให้โชคดีครับ
แณณจ๊ะ
ขอบใจมากสำหรับคำชม
ปรกติจะไม่วาด นอกจากมีแรงบันดาลใจ หรือมีเหตุ ให้วาด
ซึ่งก็มีเพียงธรรมะที่เป็นหลักนำชีวิตในทุกวันนี้
พี่เห็นว่า คนเรานั้น ที่มีชีวิตอยู่ทุกวัน ถ้าไม่มีศีล ไม่มีธรรมะเป็นหลักยึด ก็ทำผิดได้ทุกวันและทุกเรื่อง
แต่เพราะมีศีล มีธรรมะ จึงละเว้นได้ซึ่งการทำผิดต่างๆ
การเดินทางของคนเราจึงมีจุดมุ่งหมายทั้งนั้น
เดินไปในที่ต่างๆ กัน ไปในทางเดียวกันบ้าง สวนทางกันบ้าง
เป็นพวกเดียวกันบ้าง เป็นศัตรูกันบ้าง
ถ้าจิตเป็นธรรม ก็จะเดินทางไปเช่นภาพข้างบนนี้
แต่ถ้าจิตเป็นอกุศล มีกิเลสนำ ก็จะเดินไปในทางอื่น
พูดถึงเรื่อง การเดินทาง ทำให้อดคิดไปถึงเรื่องการเดินทาง...มิได้
ขอพระสยามเทวาธิราช จงปกปักษ์รักษาประเทศชาติ...ให้อยู่รอดปลอดภัยด้วยเทอญ
ก็เป็นการเดินทางของประเทศของเรา........
ด้วยความปรารถนาดี
อ่านบล็อกท่านบ่อยครั้ง
เปรียบเสมือนการเฝ้ามองท่านเสมอ..ในมุมมองและทัศนะคติของท่านพลเดช
มีกำลังใจทำงานมากขึ้นทุกครั้ง
ท่านคือผืนฟ้ากว้างนะคะ
เคารพ
วาสนา
อาจารย์วาสนาครับ
ณ บ่ายของวันศุกร์ ที่พอจะมีเวลาอ่านและตอบบล๊อคทันที (ไม่ต้องรอหลังเลิกงาน)
ขอบคุณครับ
ผมเป็นได้ก็เพียงนักเดินทางครับ
เดินทางไปในเส้นทางธรรม ไม่เห็นที่มา ไม่เห็นจุดจุด หรือหากเห็นก็อยู่ลิบๆ
หากจะมีอะไรที่อยู่ในผืนฟ้า เช่นที่อาจารย์เอ่ย ก็คงเป็นเพียงหิ่งห้อย ที่ไร้ตัวตนในช่วงวันแต่ส่องแสงพอสังเกตุเห็นในตอนกลางคืน
ชีวิตคนเราสั้นนัก การแก้ปัญหาในตัวเองเป็นประการแรก ทำจิตใจให้ปราศจากความทุกข์
มีสติและความสมดุลย์ในจิตใจ
มีแต่ความอยากจะเรียนรู้และเผยแพร่ความรู้ แม้เพียงน้อยนิด
เพื่อประโยชน์ของคนอื่น
มีวิสัยทัศน์ในทางเดินข้างหน้า หากพรุ่งนี้ยังมี....
เพียงแค่นี้ ก็ถือว่าเป็นการเดินทางแต่ละก้าวที่มีค่าครับ
ผมอยากจะยกเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงที่อาจารย์ได้เล็งเห็นแล้วเช่นกันว่ามีประโยชน์มาก
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นธรรมะครับ นำไปใช้อย่างจริงจัง ก็คือการปฏิบัติธรรมด้วยเช่นกัน
และเศรษฐกิจพอเพียงนี้จะเป็นทางออกสำหรับโรงเรียนและนักเรียนของอาจารย์เช่นกัน
ศึกษาดีๆ พิจารณาดีๆ จะเห็นขุมทรัพย์ในนั้นครับ
3 ห่วง 2 เงื่อนไข สำคัญที่สุดคือเริ่มจากตัวเองก่อนเป็นอันแรกครับ
หาโอกาสพบและสนทนากับท่านเอกชัยครับ อาจจะเชิญคณะเฮฮาศาสตร์หรือสมาชิก G2K ไปเยี่ยมโรงเรียนอาจารย์ก็น่าจะเป็นไปได้
ด้วยความปรารถนาดี
ขอบพระคุณ และยินดียิ่ง
วาสนา
สวัสดีค่ะคุณพอล
ดิฉันห่างหายจากบล๊อกไปนานมากเพราะ การเดินทาง
เป็นการเดินทางจริงๆ ทั้งเดินทางด้วยพาหนะทั่วๆ ไปที่ใครๆ เขาก็ใช้กัน (เครื่องบิน หรือ รถ)
และเดินทางด้วยใจ ตั้งใจว่าจะเดินทางให้ถึงจุดหมาย ซึ่งตอนนี้พอจะเห็นแสงสว่างอยู่บ้างเป็นระยะ แต่ก็ไม่ถึงกับสว่างมากนัก
บางครั้งทางมันมืดมิด และยากลำบากมาก แต่ก็พอจะคลำไปได้ด้วยใจที่ยังมุ่งมั่น
และบางครั้งก็เห็นเป็นลำแสงอยู่ข้างหน้ารอให้การเดินทางเข้าไปให้ถึง
อย่างไรก็แล้วแต่ การเดินทาง ก็มีอยู่ต่อไป ไม่ว่าเส้นทางจะมืดไปบ้าง สว่างบ้าง
บางครั้งการเดินทางก็เหมือนกับความฝันสำหรับดิฉัน
พอหลับตา เราก็จะเห็นแสงสว่างเหมือนแสงเทียนส่องอยู่ข้างหน้า
เมื่อเราพยายามเพ่งจับแสงนั้นเอาไว้ แสงนั้นก็จะอยู่กับเรา เป็นตัวชี้นำทางให้
การเดินทางของดิฉันมีเป้าหมายสำคัญทั้งกับตัวเองและอีกหลายชีวิตมากค่ะ
ยังไม่ทราบว่าจะถึงจุดมุ่งหมายอย่างที่หวังเอาไว้หรือไม่
อย่างไรก็แล้วแต่ดิฉันก็จะเดินต่อไป
ด้วยความเคารพยิ่ง
มัลลิกา,เบลเยี่ยม-ไทยแลนด์
เรียนคุณมัลลิกาครับ
ดีใจครับที่ได้รับข่าวจากเพื่อนไทยในยุโรป
ขอให้กำลังใจในการเดินทาง....ชีวิตครั้งนี้ครับ
"บางครั้งทางมันมืดมิด และยากลำบากมาก แต่ก็พอจะคลำไปได้ด้วยใจที่ยังมุ่งมั่น"
นั้นแหละครับ ที่สำคัญ ด้วยใจที่มุ่งมั่น....ทำให้ทุกอย่างที่ขวางหน้าเป็นเรื่องรอง
แสงสว่างข้างหน้าย่อมมีอยู่เสมอรับ และถ้าแสงมีน้อย เราก็สามารถหาแสงเพิ่มได้ครับ
จากผู้ที่มีแสงที่ไม่มีวันหมด
พระพุทธเจ้าทรงชี่เนะให้เรารู้จักสร้างแสงสว่างให้เกิดขึ้นในจิตเรา (สติ)
ในหลวงก็ทรงประทานแสงสว่างให้พสกนิกรชาวไทยตลอด 80 พรรษาที่ผ่านมา
พ่อแม่ของเราก็พร้อมที่จะอวยพรให้พรให้กำลังใจที่เป็นแสงสว่างสำหรับเเสมอและทุกเวลาโดยไม่มีเงื่อนไข
การหยุดบางครั้งก็คือการเดินทางเหมือนกัน
เป็นการหยุดเพื่อตั้งสติ พิจารณา ปัญญาจะทำให้เกิดแสงสว่างที่จะนำทางไปได้ตลอดรอดฝั่ง
การหยุด อาจจะหมายความถึงการละวาง การให้ การปล่อย ก็ได้ครับ
คุณมัลลิกาลองกำมือกับแบมือดูครับ
อยางไหนโล่ง สบายกว่ากัน ยิ่งถ้าใจมีเมตาด้วยแล้ว การให้.....ออกไป เป็นสุขครับและถือเป็นการเดินทางก้าวสำคัญ
ลองพิจารณาดูนะครับ
ผลบุญต่างๆ ที่ผมได้ทำมา ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ขอให้คุณมัลลิกาได้รับผลบุญนั้นด้วบครับและขอให้เดินทางถึงจุดหมายตามที่ตั้งใจไว้ โดยมีแสงแห่งธรรมนำทางตลอดไปครับ
ด้วยความปรารถนาดี
สวัสดีค่ะ คุณพอลและพี่ๆทุกท่าน
อ่านบทความและแง่คิดของทุกท่านแล้วก็ทำให้สบายใจขึ้นทุกครั้ง ดิฉันเองก็พยายามเดินทางบนเส้นทางที่มีแต่สิ่งยั่วยวน กิเลสทั้งหลายด้วยความระมัดะวังเสมอมาโดยเอาคำสอนของมารดาเป็นที่ตั้ง
ปัญหาอยู่ที่ว่าอยากนำพาชักชวนพี่ๆและหลานๆในครอบครัวได้เดินเคียงบ่าเคียงใหล่กันไป ให้ถึงจุดหมายอันควรที่เราทุกคนเฝ้าหา แต่ว่ามันยากเย็นมาก ตัวเราอยู่ห่างไกลจากพวกเขามาก ทางครอบครัวก็ไม่มีปู่ย่าตายายจะคอยเหนี่ยวรั้ง ดิฉันเองก็ได้แต่ภาวนาและแผ่บุญให้ทุกคนในครอบครัวเห็นธรรมะโดยเร็ว หรือหากท่านใดพอมีวิธีการอย่างอื่นที่จะแนะนำก็จะเป็นพระคุณยิ่ง
เป็นห่วงที่สุดก็คือหลานคนที่พี่แม่เสียชีวิตหมดจากคลื่นยักษ์ ซึ่งตอนนี้อายู ๑๗ปี และเอาแต่เล่นเกมคอมพิวเตอร์
ขอบคุณมากค่ะ
ขอให้ทุกท่านสุขกาย สุขใจ
เรียนคุณยุวดีครับ
ผมเข้าใจความรู้สึกนี้ครับและก็เป็นเรื่องยากจริงๆ การอยุ่ไกลนั้นส่วนหนึ่ง แต่การที่จะคนอื่นเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบของเขาจริงๆ
แต่ด้วยความเกี่ยวดองกันจึงต้องห่วงเป็นของธรรมดา
การแผ่บุญกุศลให้นั้นคงช่วยได้ในระดับหนึ่ง
ผมคิดว่าเรื่องจิตใจสำคัญ จึงอาจให้โอกาสได้ไปบวชหรือปฏิบัติธรรมสักครั้งหนึ่งในชีวิต
เป็นภูมิปัญญาของชาวพุทธที่ให้บวชก่อนที่จะเริ่มชีวิตทางโลก
หลังจากเรื่องใจแล้ว ก็มาถึงเรื่องความรู้ ความรู้จะเป็นตัวติดสินว่าใครจะเอาตัวรอดในสังคมที่มีการแข่งขันสูง
ดังนั้นต้องส่งเสริมในเรื่องของความรู้ เป็นลำดับต่อไปครับ
เมื่อมีความรู้แล้ว ก็ส่งเสริมให้ทำงานหาเงินเอง ตั้งแต่เด็ก
เราอาจมีส่วนช่วยได้ในเรื่องของการแนะนำงาน ให้เขาทำงานเพื่อหารายได้เอง
ผมคิดว่าความลำบากในเรื่องที่ต้องทำงานเพื่อหารายได้เองเป็นสิ่งที่ดีมากในการสร้างคน
ถ้ามองดูตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทุกคนต้องพึ่งตนเอง ให้ใด้ ก็หมายควาว่าทุกคนต้องมีส่วนในการสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว ลดรายจ่าย หารายได้เสริม
ฯลฯ
ผมจึงเห็นว่าทุกคนไม่ว่าจะเป็นด็กหรือผู้ใหญ่ ก็สามารถหารายได้ทั้งนั้น
หากติดเล่นเกมก็หางานพิเศษให้ครับ อย่าให้อยู่ว่าง ให้มีงานทำเสริมเป็นการฝึกตนและทำตนให้เป็นประโยชน์
ผมคิดว่าความลำบากในชีวิตทำให้คนเป็นคนที่มีอนาคตครับ
ดังนั้นต้องให้ลูกหลานเผชิญกับความลำบาก
หรือต้องการให้เห็นความลำบากของจริงก็ต้องไปดูที่อินเดียครับ คนที่แกร่งเท่นั้นจึงจะอยุ่รอด
สนทนายามบ่าย แค่นี้ก่อนครับ
เจริญสุขนะครับ
หลานจิ
ดีจริงๆ ภาพนี้
ลงุยังไม่เคยมีโอกาสเลยกับเจ้าทุย
คงต้องหาโอกาสบ้างเมื่อกลับเมืองไทย
เจริญสุขจ๊ะ
ขอบพระคุณมากค่ะ คุณพอลที่สละเวลาอันมีค่ามาให้ข้อคิด
ดิฉันคิดเสมอว่าคนเราไม่สามารถเปลี่ยนคนอื่นได้ แต่ด้วยความสงสารไม่อยากให้เขาต้องผจญความยากลำบากในอนาคตและอยากให้ได้มีทางเดินที่มั่นคง ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งที่คุณพอลพูดว่า "คนเรานั้น ที่มีชีวิตอยู่ทุกวัน ถ้าไม่มีศีล ไม่มีธรรมะเป็นหลักยึด ก็ทำผิดได้ทุกวันและทุกเรื่อง
แต่เพราะมีศีล มีธรรมะ จึงละเว้นได้ซึ่งการทำผิดต่างๆ " โลกนี้คงน่าอยู่มากขึ้นนะค่ะ หากทุกคนใช้ศิลห้าดำเนินชีวิตแต่ละวัน
หากมีโอกาสได้พูดคุยกับเขาก็พยายามชวนให้ได้บวชเรียน โดยบอกว่าพ่อแม่เขาจะได้พึ่งพาบุญด้วย แต่ถึงบัดนนี้ก็ยังไม่เป็นผลสำเร็จ อย่างไรก็ตามหากดิฉันได้มีโอกาสไปเมืองไทยก็จะไปบวชชีพราหมณ์เกือบทุกครั้ง (และบอกเขาว่าหากครบอายุบวชพระเมื่อไหร่ พร้อมจะบวชเมื่อไหร่ อายินดีบวชให้) ดีใจมากๆที่สองครั้งล่าสุดหลานคนนี้ก็ได้ไปร่วมถือศิลด้วย ดิฉันคิดว่าในส่วนลึกจิตใจเขาไม่ได้เลวร้ายแต่เพราะไม่มีใครที่มีประสบการณ์มากพอเป็นไกด์ไลน์ ตอนนี้เขาก็เรียนหนังสืออยู่ประจำที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์บางสัก สองเดือนปิดเทอมกลับมาอยู่บ้านกับพี่ร่วมบิดา เขาก็ไปรับจ้างทาสีเพื่อจ่ายค่าเน็ตเอง ก็ทำให้ดิฉันภูมิใจส่วนหนึ่ง คงเป็นเพราะแรงอธิฐานที่พยายามทำและอุทิศให้กระมัง
" ผมคิดว่าความลำบากในชีวิตทำให้คนเป็นคนที่มีอนาคตครับ" อันนี้เป็นความจริง ความลำบากทำให้เราได้มีมานะและอดทน และอดออม เพราะความลำบากนี่เองส่งผลให้ดิฉันได้มายืนนะจุดนี้และก็พร้อมที่จะเป็นแรงช่วยแม้เพียงน้อยนิดแก่คนอื่นให้เดินทางต่อไปยังจุดหมาย
กราบสวัสดีค่ะ ท่าน พลเดช วรฉัตร
ครูปูครับ
มนุษย์นั้น จิตใจจริงๆ ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนักหรอกครับ
แต่หลงกันไปตามประสา
มาจากนิสัยเดิมๆ สิ่งแวดล้อมและความสนุก
เวลาเกิดภัยธรรมชาติใหญ่ๆ ประชาคมโลกก็เทใจให้ความช่วยเหลือกันดี
เพราะไม่มีใครรู้ว่าวันใดที่ตนเองจะประสบภัยเช่นนี้บ้าง
ขอบคุณครับที่มาทักทายกัน
เจริญสุขครับ