ทำงานกับชาวบ้านมากเท่าใด ก็ยิ่งรู้ตัวว่าเราอ่อนหัดมากเท่านั้น ขืนไปจุ้นสอนชาวบ้านอย่างนั้นอย่างนี้โดยไม่ดูตาม้าตาเรือมีหวังตกม้าตายง่ายๆ ถ้าคนหูตาดีก็จะทราบว่า..ในขณะเดียวกันชาวบ้านก็สอนเราเหมือนกัน ถ้าเป็นการอบรมมาอยู่กินนอนหลายวันยิ่งมีเวลาลองของ ซึ่งเหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นในการอบรมตามโรงแรม วิทยากรจะมาโม้ๆๆๆแล้วก็เผ่นหายหน้าไป ผู้ฟังไม่มีโอกาสได้ลองวิชาก็เลยรอดตัว บางทีผู้ดำเนินรายการบอก ขอสัก2คำถาม ในบรรยากาศอย่างนี้ใครก็ไม่มีอารมณ์จะถามแล้ว เพราะรู้สึกว่าไม่ได้ความสำคัญอะไร ถามเล่นๆให้มันครบสูตรไปอย่างนั้นเอง
นักจัดอบรมควรจะเอาต้นทุนที่มีอยู่ ออกมาใช้จัดกระบวนการฝึกอบรม ต้นไม้ใบหญ้า บรรยากาศมีส่วนสำคัญ แม้แต่เราจัดอบรมในห้องประชุมที่สวนป่า ชาวบ้านจะรู้สึกเป็นพิธีการ ถ้าไม่ใช้สื่อเราจะชวนไปคุยใต้ร่มไม้ นั่งสบายๆ บรรยากาศร่มรื่นที่คุ้นชิน แค่เปลี่ยนที่คุยเท่านั้นแหละ ทุกคนจะออกความเห็นลื่นไหลเหมือนต่อยหอย
หลวงพ่อไหล วัดบ้านหนองคู ท่านเมตตามาเยี่ยมถึงมหาชีวาลัย เป็นความปลื้มปิติอย่างบอกไม่ถูก หลังจากฉันเพลแล้ว นิมนต์ท่านไปเทศน์เคาะกระหม่อมผู้เข้าอบรม จัดครบเครื่อง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เรื่องอบรมคุณธรรมจริยธรรม อย่าไปคิดอวดเก่ง ไปกราบพระคุณเจ้าช่วยอบรมจึงจะได้ชื่อว่าคนรู้ภาษา วันนี้เสียงสวด รับศีลรับพร ก้องไปทั้งป่าแห่งนี้ ต้นไม้คงดีใจ ที่มนุษย์รักและดูแลเขาบ้าง
จัดพื้นที่ใต้ป่าไผ่ ให้ท่านโปรดสัตว์ ท่านถามว่าอยากจะให้เทศน์ในหัวข้อใดละ มัคทายกจำเป็นบอกว่าขอในหัวข้อ "ศาสนากับการพัฒนาชีวิต" ท่านอธิบายง่ายๆแต่จับใจเหลือเกิน คนเราต้องดูที่ความรู้สึกแห่งตน คิดใคร่ครวญวางแผนให้เป็น ตระหนักรู้ ตระหนักคิด ต้องขยันขันแข็ง ตั้งใจต้องสู้สิ่งยาก ถามตัวเองบ้าง มองใกล้ตัวเสียบ้าง อย่าไปวิ่งตามเรื่องไกลตัวให้มาก กลับมาดูตัวเอง..
หลวงพ่อไหลท่านเป็นนักปลูกป่า เอาลูกศิษย์ที่เก่งเรื่องการขยายพันธุ์ไผ่มาด้วย เราเลยจัดให้เป็นวิทยากรเรื่องขยายพันธุ์ สาธิตวิธีตอนกิ่งไผ่ ขุดเหง้าไผ่ พวกที่มาอบรมก็พลอยได้เรียนจากคนที่รู้จริง เรื่องประเภทนี้ผมละหูไวปากไว เพราะมองหาตัวช่วยที่มีประสบการณ์อยู่แล้ว ก่อนกลับเราถวายเก้าอี้ฮ่องแต้จากไม้ยูคาลิปตัสที่ผลิตเอง ให้ท่านไปนั่งเอกเขนกยามเหนื่อยจากการสอนญาติโยม
สาธุ! พระคุณเจ้า
คนแซ่เฮ อย่ามาอยู่ในสายตานะครับ ผมจับขึ้นเขียงบรรยายจริงๆด้วย ตอนนี้ อาจารย์หมู ไม่กล้วน้ำร้อน ป้าจุ๋ม อ.ขจิต กำลังเดินทางมาใกล้เขียงแล้ว คาดว่าสักพักคงจะมาถึง คืนนี้จะจัดให้พบปะชาวบ้านเสียเลย เขาข้องใจเรื่องการผลิตข้าวอินทรีย์ และการปลูกสมุนไพร หมู่หรือจ่าก็จะรู้กันคืนนี้ละครับ.
พูดถึงก็มาแล้ว คณะหมูไม่กลัวน้ำร้อน
พ่อขา..
ตกลงพ่อจะเดินทางไปกทม. ยังไงหนอ 27-29 กพ.หนิงอยู่แถวๆอนุสาวรีย์ค่ะ
ส่วนเดือนเมษายน-พฤษภาคม นี้หนิงจะไปเป็นสาวศาลายาก่อนเกือบ 2 เดือน ส่วนพริกกะเกลือนั้นเตรียมไปใช้เดือนกันยายนนู้นนนน
ตกลงจะเป็นหนี้หนัก ไหมนี่
ท่านครูบาครับ
ทำงานกับชาวบ้านมากเท่าใด .......ในขณะเดียวกันชาวบ้านก็สอนเราเหมือนกัน ....
แม่นอีหลีครับ...
ถ้าเป็นการอบรมมาอยู่กินนอนหลายวันยิ่งมีเวลาลองของ ซึ่งเหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นในการอบรมตามโรงแรม วิทยากรจะมาโม้ๆๆๆแล้วก็เผ่นหายหน้าไป ผู้ฟังไม่มีโอกาสได้ลองวิชาก็เลยรอดตัว บางทีผู้ดำเนินรายการบอก ขอสัก2คำถาม ในบรรยากาศอย่างนี้ใครก็ไม่มีอารมณ์จะถามแล้ว เพราะรู้สึกว่าไม่ได้ความสำคัญอะไร ถามเล่นๆให้มันครบสูตรไปอย่างนั้นเอง
เวลาเราลงไปคลุกกับชาวบ้านเราเห็นตัวตนชาวบ้าน เขาพูดออกมาจากเงื่อนไขของเขา สิ่งแวดล้อมของเขา โลกทัศน์ ชีวทัศน์ของเขา ซึ่งเราต้องไปซึมซับเขาเข้าใจเขา แล้วใช้ความรู้ความสามารถ แลกเปลี่ยนกันกับเขาภายใต้สิ่งที่น่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขของเขา อันนี้แหละครับที่นักอะไรต่อมิอะไร มักจะตายน้ำตื้นกัน ... แต่ไม่ยอมตายง่ายๆ เอาศักดิ์ศรี เอาความเหนือกว่าดิ้นไปข้างๆคูๆ จนชาวบ้านเขาแอบไปนินทาลับหลัง
ผมไม่ปฏิเสธความก้าวหน้า วิชาการ ความรู้ใหม่ๆ แต่เอาลงไปแนบสนิทชิดเชื้อกับเขาหน่อย ภายใต้เงื่อนไขแบบเขาหน่อย มันก็อาจจะไปด้วยกันได้
วิเศษจังเลยที่ท่านครูบาสกัดอันนี้ออกมาครับ
นักจัดอบรมควรจะเอาต้นทุนที่มีอยู่ ออกมาใช้จัดกระบวนการฝึกอบรม ต้นไม้ใบหญ้า บรรยากาศมีส่วนสำคัญ แม้แต่เราจัดอบรมในห้องประชุมที่สวนป่า ชาวบ้านจะรู้สึกเป็นพิธีการ ถ้าไม่ใช้สื่อเราจะชวนไปคุยใต้ร่มไม้ นั่งสบายๆ บรรยากาศร่มรื่นที่คุ้นชิน แค่เปลี่ยนที่คุยเท่านั้นแหละ ทุกคนจะออกความเห็นลื่นไหลเหมือนต่อยหอย
ยกนิ้วโป้งให้เลยครับท่านครูบา บรรยากาศช่วยมากจริงๆ จริงๆ ในห้องเหมือนเป็นกำแพงขวางกั้น แบบเป็นกำแพงแก้วใสที่มองไม่เห็น มันไปกดความเป็นกันเอง ความเป็นธรรมชาติ แม้ว่านักวิทยากรกระบวนการจะสร้างสิ่งที่เรียกว่า "ละลายพฤติกรรมก็เถอะ" มันช่วยได้ระดับหนึ่งเท่านั้น หากอยู่ท้องทุ่งท้องนาใต้ร่วมไม้ นั่งบ้าง เหยียดขาบ้าง นั่งชันเข้าบ้าง สบายๆ อย่าไปจัดแถว ใครอยากนั่งตรงไหนนั่งตรงนั้น ดีซะอีก การเป็นอิสระเช่นนั้น นักมานุษยวิทยาเข้าเรียนรู้ว่า พฤติกรรมการนั่งเข้าร่วมแบบนี้มันบอกความสัมพันธ์ของคนในกลุ่มนั้นๆด้วย การไปจัดแถวหน้ากระดานนั้นไม่ได้บอกพฤติกรรมของคนเลย เพราะเราจัดให้เขา แต่หากเขาจัดของเขาเอง นั่นแหละมีอะไรมากมายจากการนั่งแบบธรรมชาติ ครับ
เดี๋ยวมาอีกครับ
สวัสดีครับ ก็เด็กใหม่อ่อนหัดก็คนมันไม่เคย จึงต้องเพิ่มกบวนท้าทักษะของ โรคอ่อนหันโดยเฉพาะความรู้ที่อยู่ในตัวคนอ่อน
ท่าน ก็แอบ ถามใครไปเรือยๆๆ
ท่านก็เก่ง สนามไม่น้อยนี่นา
โห..เห็นคารมณ์ เป็นต่อเชียวนะคะ
สวัสดีค่ะพ่อครูบา
- สงสัยโรคอ่อนหัด คงใช้ผล โดยเฉพาะกับตัวเอง แต่ตอนนี้เริ่มรู้จักคนเฒ่าคนแก่ นั่งให้สอนบ้าง เรื่องบางอย่างเราว่าเจ๋ง แต่เราก็ตกม้าเหมือนอย่าง
- เด็กก็ยังเป็นเด็ก ไม่เคยโตทันผู้ใหญ่สักทีค่ะ
ท่านครูบาครับ
ความคิดเห็นของผมครับ
แบบที่ 1 เราคุ้นเคยกันมานานแสนนาน ระบบชอบแบบนี้ ดูสวย มีระเบียบฯ แต่อึดอัด พูดไม่ออก ไม่มีการโต้ตอบ ได้แต่ฟังวิทยากรอย่างเดียว
แบบที่ 2 คนของ g2k นี่แหละจาก ม.อุบล ไปสอนเรื่องเห็ด เรียนกันแบบถึงลูกถึงคนแบนี้ ทำกันจริงๆ ลงมือกันเลย วิทยากรแนะนำ หรือสาธิตให้ดู แค่นั้น คนแห่กันมาเรียนเกินโควต้า.. อิอิ.
แบบที่หนึ่งไม่ใช่ว่าจะปฏิเสธเสียเลย ก็มีบ้างเฉพาะส่วนที่จำเป็นจริงๆ แต่จัดให้น้อยที่สุด จัดแบบ2ให้มากที่สุด
มีศาลาวัดก็เอาศาลาวัด มีอาคารว่างๆก็เอา ตามที่ชาวบ้านเขาเลือกเอง
แบบนี้แหละคักที่สุด ร่มเย็น ง่ายๆ ห้องเรียนธรรมชาติ วิทยากรช่วยบันทึกความคิดเห็นให้ เพราะชาวบ้านมักไม่ถนัดในการเขียน เมื่อชาวบ้านสรุปแล้ว บันทึกลงไป แล้วให้ชาวบ้านตรวจสอบว่าใช่หรือไม่ใช่ ฯลฯ...
ขอบคุณ ทุกความเห็นครับ เป็นประโยชน์ต่อข้าน้อยมาก
สไตล์ เมือง 2 แคว ยังมั่นคง
ไม่เอ๊ะใจ ยังดีกว่าไม่มีเยื้อใย
ผมคงอ่อนหัดจริงๆ
อ่อนก็ดี แก่ก็ดี ไม่มีปัญหาใดๆ