เรื่องเล่าการเดินทางค่ะ

ต่อจาก รายงานจากนาริตะ 

ตอนขึ้นเครื่องจากกรุงเทพมานาริตะใช้เวลาประมาณ ๖ ชั่วโมง บนเครื่องก็สะดวกสบายดี มีหน้าจอวีดีโอให้เราเลือกดูรายการเอง ดูหนัง x-file ไปเรื่องหนึ่ง ว่าจะดู Michale Clayton ต่อ เห็นโฆษณาว่าน่าดู แต่ปรากฎว่าง่วงค่ะ หลับ ^ ^  flight นี้เป็นเที่ยวบินที่เต็มมากๆ เลย ปรากฎว่าเทียวนี้ดูเหมือนมีผู้อพยพ (ไม่แน่ใจ อาจจะเป็นคนกะเหรี่ยงหรือพม่า) ประมาณ ๓๐ คน มาด้วย มิน่าถึงได้ไม่มีตั๋วให้เราลุ้นอยู่นานทีเดียว ก่อนเครื่องออกมีผู้อพยพป่วย แล้วทั้งครอบครัวก็ตัดสินใจเดินลงจากเครื่องไปเสียเฉยๆ อย่างนั้นเอง ไม่ไปแล้ว แปลกมากเลยค่ะ


เดี๋ยวต้องไปบอร์ดเครื่องแล้วค่ะ เขาเรียกแล้ว


เขียนที่สนามบินดีทรอยท์ ๑๔.๔๒ น. (เวลาท้องถิ่น) ๑๙ ก.พ. ๕๑


มาเขียนต่อที่ที่พัก (๒๑ ก.พ. ๕๑)

เขาไม่เสียดายเลยนะคะ เดินลงทั้งครอบครัวเลย ๕ คน ก็ไม่เข้าใจระบบเหมือนกันค่ะ ลงแํป๊บเดียวเครื่องออกเลย ถ้าอย่างนั้นสัมภาระใต้เครื่องไม่รู้มีไหม หรือไม่มีก็ไม่รู้ค่ะ 

ช่วงนั่งไปนาริตะใช้เวลาประมาณ ๕ ชั่วโมงครึ่งค่ะ กำหนดการ ๖ ชั่วโมง แต่กัปตันทำเวลาหรือไงไม่ทราบค่ะ ^ ^ เลยมีเวลานั่งรอ flight ต่อไปเกือบ ๒ ชั่วโมง ไปถึงก็ไปเข้าห้องน้ำ ถ่ายรูปสนามบินตามรูปประกอบนี่แหละค่ะ  ชอบสัญลักษณ์ในห้องน้ำค่ะ ชัดเจนดี อิอิ

Toilets

ลงไปที่ public area ด้านล่าง มีที่ว่างให้นั่งเยอะเลย กับพื้นที่ใช้คอมพ์ที่บริการปลั๊กฟรี แต่ตัวเองเสียบไม่ได้เพราะเป็นปลั๊กที่มีเป็นแบบมีสายกราวน์ด้วย สุดท้ายมาได้ที่นั่งตรงเกท มีคนนั่งอยู่รอบๆ เสาต้นที่มีปลั๊กอยู่ ๒ คน คราวนี้ปลั๊กเสียบได้ก็เลยเป็นที่มาของบันทึกที่แล้วน่ะค่ะ  เพลินๆ ดีค่ะตอนเขียนไปรอไป แป๊บเดียวก็ขึ้นเครื่องอีกแล้วค่ะ ^ ^

Narita3rd

ชั้น ๓ สนามบินนาริตะ บริเวณรอต่อเครื่อง

ที่ยืนถ่ายรูปอยู่จะเห็นลูกศรแดงชี้อยู่ในแผนที่ชั้น ๓ ส่วน gate ที่จะต่อเครื่องคือประตู๒๓ แต่เวลาเหลือเยอะก็เลยลงไปเที่ยวเล่นที่ public lounge ชั้นล่าง (ดูรูปข้างล่าง)

Narita2nd

ชั้น ๒ ที่นาริตะ (Public Lounge)

มีกล้องทีวีวงจรปิดให้ดูเกท กับที่นั่งจำนวนมาก นอนยาวได้เลย ^ ^ กับโต๊ะคอมพ์ (ดูรปกลาง มองไกลๆ จะเห็นโต๊ะคอมพ์อยู่) บนโต๊ะคอมพ์ก็จะมีป้ายอธิบายตามรูปบนสุดค่ะ