คนชอบปืน

ได้บันทึกความคิดเห็นเกี่ยวกับปืน....ไว้ในหลายที่  เกรงจะหลงลืม จึงพยายามรวบรวมไว้เป็นที่เป็นทาง...ที่นี่          

กะไว้ว่าจะทำรวมเล่ม!.....

บทที่ 1 ที่มา เหตุผลความจำเป็น  ของการมีปืนไว้ในครอบครอง

คำถาม : ทุกวันนี้อาชญากรรมมีมากขึ้นๆในสังคมเราแต่การมี,พกและซื้อปืนแสนลำบาก
 1.  ตัวอย่างการพกปืนในรถยนต์เวลาเดินทางกลางคืน หรือแม้แต่กลางวันแสกๆ หากเจอผู้ร้ายปล้นจี้
หรือที่สุดฮอท พวก ปาหินใส่หมายให้หยุดและเข้ามาทำร้ายปล้นทรัพย์
แต่กฎหมายกลับห้ามเตรียมกระสุนอยู่ในปืนพร้อมยิง  ต้องแยกออก แล้วจะป้องกันตัวได้ทันอย่างไรกัน
 2.  การซื้อปืนการขอ ป.3/ป.4 ก็แสนจะลำบากหลายขั้นตอนราคาปืนก็....โครตแพงเลยบ้านเรา
ขอความคิดเห็นกับเพื่อนๆพี่ๆสมาชิกด้วยครับคิดอย่างไรกันบ้าง.......................
ขอบคุณครับ................
จาก... คนรักปืน

คำตอบ : ขอยกมาแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง
สถานการณ์ของประเทศเป็นไปตามที่เรารู้กันดีอยู่แล้ว เมื่อรวมตัวกันได้แน่นแฟ้นเท่านั้น  จึงสามารถต่อรองออกกฎหมายที่มีความเหมาะสมกับสมัย  ผมขอเสนอก่อนเลยว่า
1)การพาปืนไปด้วยเป็นการรักษาสมบัติส่วนตัว(ปืน)ไม่ใช่พาไปหาเรื่อง และสอดคล้องกับการปกป้องคุ้มครองรักษาความปลอดภัยให้กับตนเองและครอบครัว   ไม่ใช่แค่3จังหวัดใต้  แต่ทั่วประเทศมีสถานที่เปลี่ยวมีคนไม่ดีหาจังหวะปล้นจี้ แม้แต่ในแท็กซี่ ก็โดนตามข่าว  (ทั้งผู้โดยสาร ทั้งตัวคนขับ โดนพอกัน)ดังนั้นควรหยิบยกข้อนี้มาพิจารณา  ให้คนดีได้มีปืนไว้ป้องกันคนเลว(ซึ่งมีปืน มีด ระเบิดอยู่แล้ว)
2)การแยกคนดีจากคนไม่ดี  ไม่ใช่ตรวจดูที่ปืน  ใช้สมองให้มากกว่านี้หน่อย  การยึดปืนจากโจรเป็นสิ่งดี
แต่ถ้ายึดจากคนทั่วไปแล้วเขาจะป้องกันตนเองอย่างไร
3)ก็รู้ๆอยู่ว่าตำรวจ ทหาร ไม่สามารถปกป้องคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินประชาชนได้อย่างครอบคลุม
ทุกเวลา ทุกสถานที่  มันเป็นไปไม่ได้  ดังนั้นเมื่อรู้ความจริงข้อนี้แล้ว  จึงควรให้โอกาสเขาป้องกันตนเอง
4)กำหนดมาตรการป้องกันตนเองเฉพาะท้องถิ่น ให้อำนาจการอนุญาตอยู่ที่คณะกรรมการระดับจังหวัด อำเภอ ไม่ใช่มากองอยู่กับคนใดคนหนึ่ง  ไม่ใช่เทวดานี่ จะมารู้ได้อย่างไรว่าใครเป็นใครควรให้อย่างไร ควรงดอย่างไร การกระทำการพิจารณาในรูปคณะกรรมการท้องถิ่นเท่านั้นจึงมีความเป็นธรรมกับประชาชนในท้องถิ่นนั้นๆ

จะเห็นได้ว่ามีความจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายให้เข้ากับยุคสมัย  จึงวิงวอนท่านที่เคารพทุกท่าน
จัดระบบการรวมกลุ่มรวมตัวให้แน่นแฟ้นชัดเจน จะเป็นวิถีทางที่เราจะช่วยเหลือเกื้อกูลตนเอง ประเทศชาติของเราได้

คัดลอกมาจากคุณ fokbye แห่งเวปอาวุปืน

 Huh Huhพึ่งได้ วอลเธอร์ พีพีเค/เอส  โดยซื้อปืนโครงการ  ใช้ชื่อเมียที่เป็นราชการซื้อ  ราคา ๔๙๙๙๙ บาท  บอกตรงๆเลยครับว่า  ตอนซื้อไม่มีความรู้อะไรเลย  ยิงก็ไม่เป็น  เห็นว่าสวยก็อยากได้    Grin Grin Grin   ประกอบกับแถวบ้าน  มีพวกเมากาว  ขี้ยา  วิ่งราว ก่อเหตุเนือง ๆ ก็เลยซื้อไว้ติดบ้าน    ยิ้มีเลศนัย ยิ้มีเลศนัย ยิ้มีเลศนัย   พี่ ๆ เพื่อนๆ ชาวปืน ก็คงรู้นะครับ คนมีกระบอกแรกก็อยากคุยกับ  พี่น้อง เพื่อนฝูง     ก็เริ่มบอกน้องชายคนแรกเลย   "เฮ้ยกูซื้อปืนมา  ถ้ามึงมีปัญหาขโมย ขโจร หรือ  เหตุจำเป็นจริงๆ  ก็มาบอก  เอาไปใช้ได้  (ใช้แบบที่ถูกที่ควรนะครับ)"  โดนสวนเลยครับ  "มึงเงินเหลือเยอะเหรอ  ซื้อมาทำไมจะเอาไปยิงใครว่ะ ฯ..ล..ฯ  น้ำเสียง เย้ย ๆ"      งอน งอน งอน   ส่วนเมีย  พอไปซ้อมยิง  ก็เรียกให้มาหัดยิงด้วยกัน  เผื่อมีเหตุฉุกเฉินจะได้คุ้นมือใช้ได้เลย  ก็ชักสีหน้าไม่พอใจ  ประมาณว่า  เออมึงบ้าไปคนเดียวเถอะ     งอน งอน งอน คราวนี้หล่ะครับ.....อาทิตย์ที่แล้ว....บ้านน้องชายโดนขโมยขึ้นบ้านเข้ามาถึงในห้องนอน  ได้เงินที่วางที่โต๊ะไป  ๒๖๐๐๐ บาท   ตื่นเช้ามา...โทรบอกผม...ฮิ ฮิ.....(ขอกูสวนบ้างนะ)....อาทิตย์ก่อนมึงถามกูไม่ใช่เหรอว่าซื้อปืนมาทำไม.....มึงรู้หรือยังหล่ะ ขำก๊าก ขำก๊าก ขำก๊าก  ปลายสายเงียบสนิทครับ   ก็เลยหยุดไม่พูดซ้ำ 

 Undecided Undecided Undecidedส่วนเมียผม  อาทิตย์ที่แล้วเหมือนกัน  พวกเมากาวมายืน ด้อมๆ มองๆ ตามช่องกำแพงบ้าน  ประมาณ๔ทุ่ม  เมียอยู่กับพี่สาวข้างล่าง ๒ คน  เมียขึ้นมาเรียกผมว่าลงไปข้างล่างหน่อย  พวกเมากาวมายืนหน้าประตูบ้าน   คล้าย ๆ กับว่าเห็นมีแต่ผู้หญิง  ท่าทีถ้าเผลอคงต้องเข้ามาแน่  เพราะก่อนหน้านี้  จักรยานในบ้านเคยหายมาแล้ว  พอผมลงไป  พวกนั้นเห็นผมปั๊บก็เดินหนีเลี่ยงๆจากกำแพงบ้านไป  ....เอ่อ... ยิ้มีเลศนัย ยิ้มีเลศนัย ยิ้มีเลศนัย  ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้  เวลาไปสนามซ้อมยิง  เมีย....แย่ง...ผมยิงตลอดเลยครับ.......ขอระบายหน่อยนะครับ...พี่..พี่
ก็เป็นตัวอย่างอีก 1 ตัวอย่าง

คำถาม : ขั้นตอนการขออนุญาตซื้อปืนสวัสดิการ

คำตอบ : ผมก็นักวิชาการสาธารณสุข อยู่บ้านนอก...จากที่ผมผ่านมาแล้ว ผมทำอย่างนี้
1)ไปหาเจ้าหน้าที่ปืน ที่ว่าการอำเภอบอกว่าต้องการร่วมโครงการ
2)ขอแบบฟอร์มรับรองความประพฤติ เอาไปให้ สสอ.ลงนามรับรอง
3)เขียนใบขอป.3จากนายอำเภอ พร้อมแนบหลักฐาน บัตรราชการ ทะเบียนบ้าน และใบรับรองความประพฤติ
4)ป.3ออกมาแล้ว ระบุ โครงการสวัสดิการ สป.มท.ระยะที่ 3 ไปกู้เงินสหกรณ์
5)เข้ากรุงเทพ ไป.สน.อส.ตัดสดมาเลย +2Kค่าตัดหน้าคนอื่น
6)ออกจาก สน.อส.พร้อมหลักฐาน ไปตรวจปืนที่วังไชยา จ่าย100ค่าส่งเอกสารทางไปรษณีย์(สลักหลัง ป.3)
7)กลับมาบ้าน รอรับเอกสาร เมื่อได้รับแล้วเอาไปทำ ป.4ที่ ที่ว่าการอำเภอ
สรุปคือไม่ได้ใช้บริการกระทรวงตัวเอง นอกจากให้นายรับรองความประพฤติ
แต่ร่วมในโครงการ ของสป.มท.

คำถาม : สาธารณสุขอยากได้ปืน

คำตอบ: จากที่ผมผ่านมาแล้ว ผมทำอย่างนี้
1)ไปหาเจ้าหน้าที่ปืน ที่ว่าการอำเภอบอกว่าต้องการร่วมโครงการ
2)ขอแบบฟอร์มรับรองความประพฤติ เอาไปให้ สสอ.ลงนามรับรอง
3)เขียนใบขอป.3จากนายอำเภอ  พร้อมแนบหลักฐาน บัตรราชการ ทะเบียนบ้าน และใบรับรองความประพฤติ
4)ป.3ออกมาแล้ว เข้าสน.อส. ไปเลือกปืน ถามเขาว่ามีตัวไหนบ้างให้ตัดสด แล้วตัดสด 2K+ค่าปืน
5)ไปวังไชยา ตรวจ ขึ้นทะเบียน รอรับสลักหลังป.3
6)เอกสารส่งจากวังไชยามาหาเรา เราเอาไปทำ ป.4 ที่ที่ว่าการฯ
จะเห็นได้ว่า หน่วยงานไม่ต้องมาทำโครงการร่วม เขามีโครงการอยู่แล้ว
เรามาสมัครร่วมกับ สป.มท.ได้เลย ตอนนี้โครงการระยะ3เลื่อนถึงประมาณ มีนา51มั๊งครับ

 บทที่ 2 กฎแห่งความปลอดภัย

ตอนนี้มีคุณป้าแดงมาเยี่ยมแล้ว ยินดีครับ ผมขอคัดลอกบทความเกี่ยวกับ กฎการใช้ และบำรุงรักษาทั่วไป  ของท่านผู้การมะขิ่น  ซึ่งท่านให้เครดิตท่านLeมาอีกต่อหนึ่ง ระบุไว้ในข้อปฏิบัติสำหรับพวกเราคนรักปืน ได้ยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งรัด ดังนี้

 General Cautions ข้อระวังทั่วไป

1. Use gun as the last resource of self-defense.ใช้ปืนเพื่อป้องกันตัวเป็นทางเลือกสุดท้าย

2. Gun owner must train properly and practice regularly.เจ้าของปืนต้องฝึกใช้ปืนอย่างถูกต้อง และฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ

3. Keep gun out of reach of untrained person.เก็บปืนให้พ้นจากบุคคลที่ใช้ปืนไม่เป็น

4. Gun and ammunition must be maintained properly.เก็บรักษาปืนและกระสุนให้ถูกวิธี

5. Bullet can and will ricochet on hard surface include water with low angle of impact yet maintain fatality and bullet falling back from the sky is fatal.
หัวกระสุนปืนสะท้อนผิวแข็งหรือผิวน้ำได้ที่มุมต่ำและหัวกระสุนที่ตกกลับลงจากท้องฟ้ายังมีความเร็วสูงจนเป็นอันตรายถึงชีวิต

6. Pay attention to the back- stop that over penetrated or missed bullet will not cause any harm.
คำนึงถึงพื้นที่หลังเป้าหมายว่าหัวกระสุนจะไม่ทะลุเป้าหมายและ/หรือพลาดเป้าหมายไปก่ออันตราย

7. Second chance in gun accident is minimal คนส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสประสบอุบัติเหตุเกี่ยวกับปืนถึงสองครั้ง

8. Do not threat to shoot anybody  อย่าล้อเล่นว่าจะใช้ปืนทำร้ายผู้อื่น

9.  Do not handle gun when drinking alcohol or still under influence of alcohol. อย่าจับปืนเมื่อดื่มสุรา

10. Gun has no brain of its own, please use yours
ผู้ใช้ปืนเป็นผู้รับผิดชอบการกระทำทุกอย่างของตน มิใช่อุปกรณ์รับผิดชอบการกระทำของมนุษย์

Handling การถือและบริหารกลไกปืน

1. Consider any gun loaded and check before handle. ตรวจสอบปืนทุกกระบอกเสมือนว่ามีกระสุนบรรจุอยู่

2. Check only gun you know its function. ตรวจสอบเฉพาะปืนแบบที่ท่านรู้กลไกการทำงานเท่านั้น

3. Always keep finger off the trigger guard until the gun points at the target and ready to fire.
อย่านำนิ้วเข้าโกร่งไกจนกว่าจะชี้ปืนไปที่เป้าหมายและพร้อมที่จะยิง

4. Do not point gun at anybody direction’s even if it is unloaded.
อย่าชี้ปืนไปที่บุคคลใดที่ท่านไม่ต้องการยิง ถึงแม้วจะเป็นปืนที่ไม่ได้บรรจุกระสุนก็ตาม

5. Receive and pass only unloaded gun in safe mode. ส่งและรับปืนในจังหวะกลไกปลอดภัยที่ปืนไม่สามารถยิงได้เท่านั้น

6. Do not imitate any gun handling in the film. อย่าเลียนแบบการถือและบริหารกลไกปืนในภาพยนต์

7. Do not display gun in public in normal situation. อย่าแสดงปืนในที่สาธารณะในสถานการณ์ปรกติ

8. Do not grip gun when it is falling or moving. อย่าตะครุบปืนที่กำลังร่วงหรือไถลบนพื้น

9. Use gun as it is, ie. do not slap or hit anything with gun. ใช้ปืนยิงเท่านั้น อย่าใช้ปืนทุบหรือตี

10. Mishandling leads to malfunction and mechanical accident.
การถือและบริหารกลไกปืนที่ผิดวิธีก่อให้เกิดความเสียหายและอุบัติเหตุ

Storage and transporting การเก็บและพกพา

1. Do not publicize gun ownership in order to avoid burglary.
อย่าแสดงตนว่าท่านมีปืนเพื่อหลีกเลี่ยงโอกาสถูกโจรกรรม

2. Keep gun in easy accessible locked store. เก็บปืนในตู้ล๊อกกุญแจแต่ต้องใกล้ตัวและสามารถเปิดได้สะดวก

3. If gun is not store in bedroom the store must be extra secured. ตู้เก็บปืนที่อยู่นอกห้องนอนต้องแข็งแรงเป็นพิเศษ

4. Storage must be dry and avoid direct sunlight. เก็บปืนในที่แห้งและไม่ถูกแสงแดดโดยตรง

5. Line the storage floor with plastic sheet or waxed paper. ปูพื้นตู้เก็บปืนด้วยพลาสติกหรือกระดาษมัน

6. In order to avoid humidity at gun surface, do not keep gun in holster or wrap gun in storage
อย่าใส่ปืนในซอง หรือใช้ผ้าห่อปืน เป็นเวลานาน เพื่อป้องกันความชื้นที่ผิวปืน(มากเกินไป ก่อสนิม)

7. Keep defensive gun loaded in store with extra ammunition but for storage that is not in easy reaching area it is advisable to unload gun and keep ammunition separately, or for best precaution, dissemble the gun.
บรรจุกระสุนปืนกระบอกที่เตรียมไว้ใช้ป้องกันตัวและเตรียมกระสุนสำรอง แต่อย่าบรรจุกระสุนปืนกระบอกที่เก็บห่างตัวและเก็บกระสุนแยกต่างหาก ถ้าเป็นไปได้ควรแยกชิ้นส่วนให้ปืนกระบอกนั้นใช้ยิงไม่ได้

8. It is advisable to keep gun and registration document separately and must keep copies of registration somewhere else.  ควรเก็บปืนและทะเบียนปืนแยกจากกัน และต้องถ่ายสำเนาสำรองไว้

9. Store gun accessory away from visitor.  เก็บอุปกรณ์เกี่ยวกับปืนให้พ้นจากสายตาแขกผู้มาเยือนบ้าน

10. Carry gun according to the law and avoid presenting gun to public when leaving house and packing into the car.        พกพาปืนตามที่กฎหมายกำหนดและระวังอย่าให้เพื่อนบ้านเห็นปืนเวลานำออกไปใส่รถ

+++++++++ผมขอแสดงความคิดเห็นส่วนตัวครับ++++++++

ปืนควรพร้อมใช้ อย่างปลอดภัย ควบคู่กันไป

การพกปืนป้องกันตัว อย่าให้เป็นของแถมให้โจร..... จะต้องฝึกยิงในสนาม ฝึกการใช้

ให้คล่อง ประกอบกับความระแวดระวัง  ประเภทเก็บปืนไว้ รอใส่ลูกปืน อย่างนี้ไม่ทันโจรครับ

ปืนออโต้ ถ้าขึ้นลำ(แปลว่าทำให้ลูกปืนเข้าสู่รังเพลิงพร้อมยิง) แล้วเข้าเซฟไว้ ฝึกการชักออกมา

ปลดเซฟแล้วยิง น่าจะทันเวลา หรือท่านที่ใช้ปืนGlock ก็อาจขึ้นลำไว้ได้ แต่ต้องใช้ซองที่กัน

นิ้วหรือวัสดุอื่นใดเข้าไปเขี่ยไกปืนโดยไม่ตั้งใจได้ ชักออกมาพร้อมยิง อันนี้ก็พร้อมใช้นะครับ

ส่วนปืนลูกโม่ ก็ต้องใส่กระสุนพร้อมใช้ ยกขึ้นมาเหนี่ยวได้ทันทีคือพร้อมละครับสำหรับลูกโม่


Range shooting การยิงปืนในสนามยิงปืน

1. Follow range rules. ปฏิบัติตามกฎของสนามยิงปืน

2. Carry gun in safe mode. ถือปืนในจังหวะกลไกปลอดภัยที่ปืนไม่สามารถยิงได้

3. Do not tease other shooters. อย่าล้อเลียนนักยิงปืนท่านอื่น

4. Use ears and eyes protection devices.ใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียงและใส่แว่นตายิงปืน

ขออนุญาตยกเครดิตให้คุณ LE ครับ ท่านผู้การมะขิ่น ท่านว่าไว้ดังนี้ ผมก็ปฏิบัติตาม...... 

+++++++++ผมขอแสดงความคิดเห็นส่วนตัวครับ++++++++

เข้าสนามยิงปืน อันดับแรกไปขออนุญาตนายสนามก่อน...แล้วพบปะพูดคุยกับเพื่อนๆ

ผู้ที่มาอยู่ก่อนเพื่อให้เราพักความตื่นเต้น+แสดงการให้ความสำคัญกับผู้คนรอบด้านไปด้วย

(เดี๋ยวจะถูกเขม่น....เหมือนผม) ก็สอบถามกติกามารยาททั่วไปไปเลยครับ...จะได้เนียน

สบายตัวสบายใจ ....เอาเป็นว่าฝากเนื้อฝากตัวไปเลย สำหรับคนใหม่   

บ้านมีพระภูมิ    สนามยิงปืนก็เหมือนกัน เชื่อเถอะ แรงด้วย มาใหม่ก็ทำตามคำแนะนำ

แล้วดีเองครับ           แต่ว่า......บางทีก็อย่ายอมเกินไป ประเภทมาถึงก็มาจับปืนเรา..ว่า

อย่างนั้นอย่างนี้ แล้วยิงลองดูทั้งดรายทั้งลูกจริง แบบนี้ก็ลำบากใจอยู่สำหรับคนใหม่ๆไม่คุ้น

ถ้ารู้จักกัน ขอกันโดยมรรยาทประเภท เออปืนของคุณก็ดูดีนะ แลกกันลองยิงไม๊ เออ อย่างนี้พอรับ

เอาเถอะครับ สนามยิงปืนทุกสนามดีทั้งนั้นแหละ เป็นที่ยิงซ้อมของคุณอย่างปลอดภัย ควรใช้บริการ

บทที่ 3 หลักเกณฑ์ของการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย  ( มี ๔ ข้อ ) 
อ้างอิงจากบทความของคุณsigsax เวปสนทนาภาษาปืน มาไว้เพื่อให้ตนเอง ได้ศึกษา ดังนี้
๑ .  มีภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย
เช่น  มีคนมาปล้น  มาจะฆ่า  จะทำร้าย  เป็นต้น
ระวัง  หากเขามีสิทธิทำร้ายเราได้  เช่นพ่อมีสิทธิว่ากล่าว / ตีลูก   เมื่อเราทำผิดบิดามารดา
ลงโทษเรา /ตีเรา  ไม่ถือเป็นภยันตรายตามข้อ ๑ นี้  เราตอบโต้แล้วอ้างป้องกันไม่ได้
  มีฎีกา ที่ ๔๒๙/๒๕๐๕ ว่าพระตีลูกศิษย์   ลูกศิษย์ตอบโต้  ฆ่าพระ  ไม่เป็นป้องกัน

         กรณีเห็นเมียกำลังนอนกอดกับชายชู้  ถือเป็นภยันตรายที่มาละเมิดตามข้อ ๑ แล้ว
แต่ก็แยกว่า    ถ้าภริยาจดทะเบียนสมรสกับเรา   เราฆ่าชู้  เป็นป้องกัน ( ฏีกาที่๓๗๘/๒๔๗๙ )
แต่ถ้าไม่ได้จดทะเบียน  ไม่เป็นป้องกัน  แต่อ้างบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๗๒  เพื่อให้ศาลลงโทษน้อยลงได้ ( ฎีกาที่ ๒๔๙/๒๕๑๕ )

       แม้จะมีภยันตรายตามข้อ ๑ แล้วก็ตาม  แต่ผู้ที่จะอ้างป้องกันได้ 
จะต้องไม่มีส่วนผิดในการก่อให้เกิดภยันตรายดังกล่าวขึ้นด้วย  คือ
-   ไม่เป็นผู้ที่ก่อภัยขึ้นในตอนแรก
เช่น ฎีกาที่ ๒๕๑๔/ ๒๕๑๙  จำเลยชกต่อยก่อน แล้ววิ่งหนี    เขาไล่ตามต่อเนื่อง
ไม่ขาดตอน  จำเลยยิงเขาตาย   อ้างป้องกันไม่ได้
-    ไม่เป็นผู้ที่สมัครใจเข้าวิวาทกัน
เช่นฎีกาที่ ๒๓๒๒/๒๕๒๒  จำเลยโต้เถียงกันคนตาย   แล้วก็ท้าทายกัน 
สมัครใจเข้าชกต่อยต่อสู้กัน   แม้คนตายจะยิงก่อน   แล้วจำเลยยิงสวน
ก็อ้างป้องกันไม่ได้
-    ไม่เป็นผู้ที่ยินยอมให้ผู้อืนกระทำต่อตนโดยสมัครใจ
เช่น ให้เขาลองของคุณไสย์  คงกระพัน  แล้วจะไปโกรธตอบโต้ภายหลัง
อ้างป้องกันไม่ได้
-    ไม่เป็นผู้ที่ไปยั่วให้คนอื่นเขาโกรธก่อน
เช่นไปร้องด่าพ่อแม่  ด่าหยาบคายกับเขาก่อน  พอเขาโกรธมาทำร้ายเรา
เราก็ตอบโต้  เราอ้างป้องกันไม่ได้
๒.  เป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง
เช่น เขากำลังจะยิงเรา  เราจึงต้องยิงสวน 
ฎีกาที่ ๒๒๘๕ / ๒๕๒๘  จำเลยกับคนตายคุยตกลงกันเรื่องแบ่งวัว  จำเลยชวน
ให้ไปคุยตกลงกันที่บ้านกำนัน   คนตายไม่ยอมไป   กลับชักปืนออกมาจากเอว
จำเลยย่อมเข้าใจว่าจะยิงตน   จึงยิงสวน   ๑ นัด  เป็นป้องกัน
ฎีกาที่ ๑๗๓๒ /๒๕๐๙  คนตายชักมีดพกจากเอวมาถือไว้ แล้วเดินเข้ามาหาจำเลย
ระยะกระชั้นชิด  จำเลยยิงสวน ๑ ที   คนตายยังเดินต่อเข้ามาอีก  จึงยิงสวน อีก ๑ ที
ล้มลงตาย  เป็นป้องกันสมควรแก่เหตุ
ฎีกาที่  ๑๗๔๑/ ๒๕๐๙  คนตายจับมือถือแขนคู่หมั้นจำเลย   พอจำเลยมาเห็น
คนตายก้มหยิบมีดพร้าที่วางใกล้ๆ  ยาว ๑๒ นิ้ว   ด้ามยาวอีก ๑๒ นิ้ว 
แสดงว่าคนตายจะทำร้ายทันทีเมื่อหยิบมีดได้   จำเลยใช้มีดฟันตนตายไป ๑ ที
ป้องกันพอแก่เหตุ
ฎีกาที่๑๖๙ / ๒๕๐๔ คนตายเมาสุราร้องท้าทายจำเลยให้มาต่อสู้กัน
จำเลยไม่สู้  คนตายถือมีดดาบปลายแหลมลุยน้ำข้ามคลอง จะเข้าไปฟันจำเลย
ถึงในบ้าน  จำเลยไม่หนีเพราะบ้านตัวเอง  และใช้ปืนยิงสวนไป ๑ นัด
ขณะที่คนตายอยู่ห่าง ๖ ศอกถึง ๒ วา   เป็นป้องกันพอสมควรแก่เหตุ

 -ฎีกานี้วางหลักว่า ผู้รับภัยไม่จำเป็นต้องหลบหนีภยันตราย  ก็อ้างป้องกันได้

๓. ผู้กระทำจำต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนเองหรือผู้อื่น ให้พ้นภยันตรายนั้น
 ข้อนี้ตามที่อธิบายข้างต้นไปแล้ว

๔. ต้องเป็นการกระทำป้องกันสิทธิที่ไม่เกินขอบเขต
ไม่งั้นจะเป็นการป้องกันที่เกินสมควรกว่าเหตุ หรือเกินกว่ากรณีแห่งการ
จำต้องกระทำเพื่อป้องกัน  ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๙ ไป
ซึ่งจะทำให้ยังมีความผิดอยู่ 

จบรายละเอียดที่ไปคัดลอกมาจากคุณซิกแซก

+++++++++ผมขอแสดงความคิดเห็นส่วนตัวครับ++++++++

การใช้ปืน ถ้ารอเขามายิงก่อน คงเป็นคนหนึ่งที่คงไม่ทำแบบนั้น.....

โจรเข้าบ้าน โจรดักปล้น อันนี้เป็นผม ผมเห็นก็ยิงไปก่อนแล้ว ยิงก่อนได้เปรียบ 

ไม่มีหรอกครับ สุภาพบุรุษ คุณยิงผมก่อนนะ ผมถึงยิงคุณ

มารอให้ถูกยิงแล้วค่อยยิงป้องกันตัวตามกฎหมาย ก็เชิญคนเขียนกฎหมายทำไปเถอะ

ผมไม่ทำด้วยหรอก    ปืนน่ะโจรไม่ต้องขอมี ไม่ต้องขอพก ไม่ต้องขออนุญาตยิงในสนาม

ไม่ต้องขออนุญาตเข้าบ้านเรา  และไม่ต้องขออนุญาตปล้น.......   

แบบนี้จะให้ผมจะเกรงใจคุณโจร  ให้ยิงขู่หรือ ....  เวรกรรม

มาคิดประเด็นนี้กันไม๊  ถ้าเราพกพาปืนไว้กับตัว....

กรณี ครูชายแดนใต้ ถ้ามีปืน ใช้ปืนเป็น ระแวดระวัง ผมว่าโจรโดนสวน...ให้หลาบจำ 

หรือ กรณี ครูจูหลิงผู้ล่วงลับ  ถ้าเธอมีปืน ใช้ปืนเป็น  เธอคงไม่ประสบชะตากรรมแบบนี้

และไม่ปล่อยโจรให้ย่ามใจยิงครูดะอย่างนี้หรอก 

บทที่ 4 วาทะเรื่องกระสุนปืน ที่มีในครอบครอง  นี่ก็คัดลอกมาบันทึกไว้ให้ตัวเองอ่าน เผื่อได้ใช้...

4.1 คุณธำรง แห่งเวปอาวุธปืน....คำพิพากษาฎีกาที่ 200/2518  พิพากษาว่า  จำเลยเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนออโตเมติก ขนาด 11 มม.จากนายทะเบียนท้องที่ตามใบอนุญาตที่ 1876/2515 กระสุนปืนและปลอกกระสุนปืนของกลางขนาด 11 มม. (จำนวน 128 นัด กับ 30 ปลอก ) ใช้กับอาวุธปืนของจำเลยได้ดังนี้  การมีกระสุนปืนรวมทั้งปลอกกระสุนปืนที่ใช้ยิงแล้ว  หากมีไว้สำหรับใช้กับอาวุธปืนที่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้โดยชอบด้วยกฎหมาย ย่อมไม่เป็นความผิดตามนัยแห่งมาตรา 8 แห่งพ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490  ซึ่งเป็นข้อยกเว้นของมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว  จึงถือได้ว่ากระสุนปืนกับปลอกกระสุนปืน  จำเลยมีไว้สำหรับใช้กับอาวุธปืนของจำเลย ที่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้ เป็นการที่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้กระสุนปืนไปในตัวโดยไม่ต้องมีใบอนุญาตพิเศษ จำเลยจึงไม่มีความผิด

4.2 ท่านผู้การสุพินท์ แห่งเวปอาวุธปืน....

ก่อนจะดูคำพิพากษาศาลฎีกา  ควรศึกษาหลักกฎหมายเสียก่อน

๑  ใบ ป.๔  จะออกให้กับอาวุธปืนเท่านั้น  ไม่ออกกับชิ้นส่วน หรือกระสุนปืน   ซึ่งเป็นไปตามมาตรา ๙ วรรคสอง "ใบอนุญาตนั้นให้ออกสำหรับอาวุธปืนแต่ละกระบอก"
๒  ตารางค่าธรรมเนียม ท้าย พ.ร.บ.  ก็มีเฉพาะ ป.๓ ปืน,  ป.๓ กระสุน และ ป.๔ ปืน  แต่ไม่มี ป.๔ กระสุน
๓  มาตรา ๘  เขียนว่า "ห้ามมิให้ผู้ใดมีเครื่องกระสุนปืนซึ่งมิใช่สำหรับใช้กับอาวุธปืนที่ตนได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้"  ซึ่งมีความหมายเหมือนกับว่า เปิดไฟเขียวให้กับกระสุนปืนที่ใช้ได้กับปืนที่ได้รับ ป.๔
หมายความว่า  มี ป.๔ ปืนแล้ว  ไม่ต้องมี ป.๔ กระสุนอีก  ป.๔ คุ้มครองไปถึงกระสุนที่ใช้กับปืนได้  (กฎหมายไม่ได้เขียนว่าขนาดเดียวกัน  แต่เขียนว่า "สำหรับใช้กับอาวุธปืนที่ตนได้รับใบอนุญาต")  ดังนั้นถ้ามี ป.๔ ปืน.๓๕๗ ก็มีกระสุนได้ทั้ง.๓๘ และ.๓๕๗
และต่อให้อยากมี ป.๔ กระสุน   นายทะเบียนก็ออกให้ไม่ได้

ดังนั้น ตำรวจจึงตั้งข้อหา "มีเครื่องกระสุนปืนไว้โดยไม่มีใบอนุญาต"  ไม่ได้ เพราะกฎหมายบอกว่ามี ป.๔ ปืนแล้ว  ไม่ต้องมี ป.๔ กระสุนอีก
ส่วนที่อ้างว่า จะต้องไปเอาต้นขั้วใบ ป.๓ ซื้อกระสุนมาแสดง   อันนั้นเป็นข้ออ้างแบบมั่ว ๆ    เพราะประเทศไทยใช้กฎหมายระบบกล่าวหา    ผู้กล่าวหามีหน้าที่พิสูจน์ว่าข้อกล่าวหาของตนเองเป็นความจริง   ไม่ใช่ตั้งข้อหาลอย ๆ แล้วให้ผู้ถูกกล่าวหา ไปหาหลักฐานว่าตัวเองไม่ได้ทำความผิด
เรียนถามต่อครับว่า  ตำรวจสามารถแจ้งข้อหา "ซื้อกระสุนโดยไม่มีใบอนุญาต" ได้มั้ยครับ
โดยหลักการแล้ว ได้ครับ
แต่ในทางปฏิบัติ  คงยากมาก   เพราะต้องไปดักจับกันในร้านปืน
ยกเว้นเจ้าตัวเกิดไปใจอ่อน  รับสารภาพในชั้นจับกุม  ว่าซื้อกระสุนมาโดยไม่มีใบอนุญาตซื้อ
กฎหมายบอกว่า  จะซื้อ ต้องขอใบอนุญาตซื้อ   แต่ไม่ได้บอกว่า  ต้องใช้ใบอนุญาต "ขอ",   ใบอนุญาต "หักคอ"  หรือ แก้ตัวดื้อ ๆ ว่าจำไม่ได้แล้วว่าได้กระสุนมาอย่างไร

สนามยิงปืนของทางราชการ  หรือสมาคม ซึ่งขายกระสุนโดยไม่มีวัตถุประสงค์ในการหากำไร  ได้รับยกเว้นไม่ต้องมีใบอนุญาตขาย   แต่คนซื้อไม่ได้รับยกเว้นไปด้วย  ในทางกฎหมาย ไม่ว่าจะซื้อกระสุนปืนจากที่ไหน ก็ต้องมีใบอนุญาตซื้อ

คุณ นาจา แห่งเวปอาวุธปืน ให้คำชี้แนะเพิ่มไว้ว่า...การกระทำที่กฎหมายไม่มีบัญญัติไว้...ไม่มีความผิด 

คุณ Prathet แห่งเวปอาวุธปืน สรุปประเด็นนี้ไว้ว่า

รัฐธรรมนูญ ฉบับปี 50 บัญญัติไว้อย่างนี้ครับ

มาตรา ๓๙ บุคคลไม่ต้องรับโทษอาญา เว้นแต่ได้กระทำการอันกฎหมายที่ใช้อยู่
ในเวลาที่กระทำนั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่บุคคลนั้นจะหนัก
กว่าโทษที่กำหนดไว้ในกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทำความผิดมิได้

และประมวลกฎหมายอาญาบัญญัติว่า

มาตรา ๒ บุคคลจักต้องรับโทษในทางอาญาต่อเมื่อได้กระทำการอันกฎหมายที่
ใช้ในขณะกระทำนั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิด
นั้น ต้องเป็นโทษที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย

ความหมายก็อย่างที่ท่านผู้รู้ทางกฎหมายหลายท่านได้ให้คำอธิบายไว้แล้วครับ คือ
การที่บุคคลจะต้องรับผิดทางอาญาก็ต่อเมื่อมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นความผิดและมีโทษสำหรับความผิดนั้น
ในข้อหาที่พนักงานสอบสวนพยายามตั้งในกรณีนี้คือการมีกระสุนไว้ในครอบครองเกินกว่าจำนวนที่กฎหมายกำหนดไว้  ซึ่งตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มิได้กำหนดจำนวนของการครอบครองกระสุนปืนในขนาดที่ใช้กับปืนที่ได้รับอนุญาต( ป.4) ไว้   ดังนั้น จึงการครอบครองในกรณีดังกล่าวจึงไม่เป็นความผิดและไม่มีโทษสำหรับกรณีดังกล่าว

ปัญหาก็คือว่า ผู้ใช้อาวุธปืนสักกี่รายที่รู้ในข้อกฎหมายดังกล่าว  แม้แต่นักกฎหมายที่ไม่เคยอ่าน พ.ร.บ.อาวุธปืน หรือศึกษาโดยละเอียดก็ไม่อาจทราบได้โดยครบถ้วน

+++++++++ผมขอแสดงความคิดเห็นส่วนตัวครับ++++++++

...........การใช้กระสุนปืน ควรเลือกให้เหมาะสมกับปืนที่ใช้ โดยดูตามคู่มือครับ ไม่ควรใช้ลูกแรงสูง

เพราะจะทำให้อายุการใช้งานของปืนสั้นลงครับ อายุการใช้งานในที่นี้ หมายถึงการปรับความฟิตของ

ตัวปืน เช่น กระสุนธรรมดา ปืนนั้นยิงได้ 50,000 นัด  แต่ถ้าใช้กระสุนแรงสูง อาจได้ 30,000 นัด

ก็ต้องให้ช่างปืนปรับความแม่นยำ...อย่างนี้เป็นต้นครับ

บทที่ 5 ไปเยี่ยมกระทู้ผมมั่ง นะครับ ถ้าสนใจเพิ่มเติม

อันนี้เป็นกระทู้ที่ผมได้ซื้อหาปืนกระบอกหนึ่ง ขนาด 9 มม.มาแล้ว และได้แสวงหาข้อมูลเกี่ยวกับปืน

ตัวนี้มาปะติดปะต่อไว้ในกระทู้นี้ครับ http://www.gunsandgames.com/smf/index.php?topic=52723.0

ขอให้โชคดี มีปืน แต่ไม่ต้องใช้ปืนครับ

เขียนอีก วันที่ 17 กันยายน 2551

             ช่วงฤดูฝน หรือมีฝนตก อย่าลืมดูแลปืนไม่ให้แห้ง

ด้วยการพ่นน้ำมันรักษาปืน เช่น WD40 ถ้าเอาปืนใส่ซองปืน

ก็อาจใช้ WD40 พ่นเข้าในซอง ก่อนใส่ปืนเข้าไว้ จะช่วยเรื่อง

การป้องกันความชื้นได้ส่วนหนึ่งครับ

           การพ่นน้ำยารักษาปืน ไม่ควรพ่นให้สัมผัสกระสุนที่มีอยู่ใน

ปืน(ถ้าท่านขึ้นลำไว้ อย่าพ่น)เนื่องจากพบว่า อาจทำให้กระสุนด้าน

(พบในพวกขนาด.22เป็นส่วนใหญ่)ครับ

            การดูแลความสะอาดหลังยิง หลังพกพา