นอนฟังรายการวันมาฆบูชา ซึ่งผู้จัดทำรายการอ้างว่า โอวาทปาฏิโมกข์เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ผู้เขียนก็แย้งในใจว่า นั่นเป็นเพียงมติเดียวเท่านั้น ยังมีมติอื่นๆ อีก... จึงถือโอกาสนี้ นำมาเล่าเป็นพุทธบูชาในวันนี้...
หัวใจพระพุทธศาสนา หมายถึง หลักคำสอนสั้นๆ ที่สามารถประมวลเอาคำสอนหรือแนวคิดของพระพุทธศาสนาไว้ทั้งหมดนั่นเอง ซึ่งประการแรกที่ยอมรับกันทั่วไป ก็คือ คาถาสุดท้ายใน โอวาทปาฏิโมกข์ ว่า...
- สพฺพปาปสฺส อกรณํ กุสลสฺสูปสมฺปทา
- สจิตฺตปริโยทปนํ เอตํ พุทฺธาน สาสนํ
- การไม่กระทำบาปทั้งปวง ๑ การยังกุศลให้ถึงพร้อม ๑
-
การชำระจิตของตนให้สะอาด ๑ สามอย่างนี้ เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
.............
บางมติอ้างถึงพระบาลีใน ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ซึ่งพระพุทธเจ้าตรัสในคราวปฐมเทศนา แล้วโกญฑัณญะฤาษี (หัวหน้าฤาษีปัญจวัคคีย์)ได้บรรลุโสตาบัน โดยมีความเห็นชอบเบื้องต้นว่า...
- ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมํ
- สิ่งหนึ่งสิ่งใดมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งปวงมีความดับไปเป็นธรรมดา
............
บางมติอ้างถึงคาถาที่ พระอัสสชิเถระ (อดีตฤาษีปัญจวัคคีย์) สรุปหลักคำสอนของพระบรมศาสดจารย์แก่อุปติสสปริพพาชก (ต่อมาก็คือ พระสารีบุตร) ด้วยข้อความสั้นๆ ว่า....
- เย ธัมมา เหตุปปะภะวา เตสัง เหตุง ตะถาคะโต
- เตสัญจะ โย นิโรโธ จะ เอวังวาที มหาสมโณ
- ธรรมทั้งหลายมีเหตุเป็นแดนเกิด พระตถาคตเจ้าตรัสถึงเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น
- และตรัสถึงการดับแห่งเหตุเหล่านั้น พระมหาสมณเจ้า มีปกติตรัสอย่างนี้
หมายเหตุ พิมพ์บาลีเป็นคำอ่านแบบไทยๆ เพราะ เหตุง ไม่สามารถพิมพ์นิคคหิตซ้อนได้
...........
ส่วนท่านอาจารย์ พุทธทาส ผู้ได้รับการยกย่องว่า นาคารชุนแห่งสยามประเทศ มีความเห็นส่วนตัวของท่านเองว่า หัวใจของพระพุทธศาสนา คือ
- สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย
- สิ่งทั้งปวง ไม่ควร ยึดมั่นถือมั่น (ธรรมทั้งหลายทั้งปวง ไม่ควร เพื่อเข้าไปยึดถือ)
..........
ขณะที่บางมติกลับชอบใจ ปัจฉิโมวาท ของพระพุทธเจ้า ซึ่งตรัสในวันเป็นที่เสด็จปรินิพพานว่า
- วยธมฺมา สงฺขารา อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ
- สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลาย จงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด
...........
ฟังว่า พระบาลีที่ยกมาเหล่านี้ มีจารึกอยู่ในศิลาจารึกเก่าๆ ที่ขุดพบได้ในหลายๆ ที่ทั่วโลก.... ซึ่งที่ใดก็ตาม เมื่อเจอข้อความเหล่านี้ ก็เป็นหลักฐานยืนยันว่า พระพุทธศาสนาเคยไปถึงสถานที่นั้นแล้ว.....
- สนฺติฎฐตุ ชินสาสนํ อนาคเต กาเล
นมัสการพระคุณเจ้า
หมอเจ๊
เป็นการอธิษฐานให้พระพุทธศาสนายั่งยืนต่อไป ซึ่งข้อความทำนองนี้ มักจะเจอในคำัภีร์ หรืองานเขียนทางพระพุทธศาสนา...
แปลยกศัพท์ ได้ว่า....
เจริญพร
กราบงามๆ 3 ครั้งค่ะ พระคุณเจ้า
หมอเจ๊
เจริญพร
กราบนมัสการพระอาจารย์
กราบสามครั้งค่ะ
จันทรรัตน์
เจริญพร
ได้รับรู้พระธรรมทางไกลในวันมาฆบูชา เป็นบุญจริงๆครับ
กราบ ๓ ครั้ง
นาย เต็มศักดิ์ พึ่งรัศมี
เจริญพร
ในความเข้าใจข้าน้อยที่พอมีความรู้น้อยนิดนั้นว่าโอวาทปาติโมกข์เป็นหัวใจของพุทธศาสนานั้นว่าทั้ง ๓ อย่างรวมเข้าในพระไตรปิฎกได้ดังนี้
การไม่กระทำบาปทั้งปวง จัดเข้าใน วินัยปิฎก
การยังกุศลให้ถึงพร้อม จัดเข้าใน สุตตันตปิฏก
การชำระจิตของตนให้สะอาด จัดเข้าใน อภิธรรมปิฏก
เอตํ พุทฺธาน สาสนํ นี้แหละ ๘๔๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
คำสอนของพระพุทธเจ้าทั้ง ๘๔๐๐๐ พระธรรมขันธ์ =ธรรมและวินัย=สาสนํ
ข้าน้อยว่าโอวาทปาติโมกข์ น่าจะชัดเจนที่สุดที่จะเป็นหัวใจรวบยอดของพุทธศาสนา..ว่าใหมท่านอาจารย์
อนวหยบุรุษ
เจริญพร
บุญนี่คือความดี๐๐๐.๐ก่อไว้
ทำจิตผ่องใสศรี๐๐๐.๐มิขุ่น มัวนา
ถือว่าสามองค์ไซร้.๐๐.แก่นไท้ ศาสนา
ทนัน ภิวงศ์งาม
เจริญพร
กราบนมัสการหลวงพี่มหาชัยวุธ
มารับฟังธรรมค่ะ
สำหรับตัวเองไม่ว่าข้อใด ก็เป็นหัวใจได้ทั้งนั้น ขอให้นำไปปฏิบัติแล้วเกิดการเห็นจริงตามนั้น คือได้พิสูจน์แล้ว
สาธุเจ้าค่ะ
กมลวัลย์
เจริญพร
นมัสการค่ะท่าน
วันนี้ วันมาฆะบูชา
แม้กาลเวลาจะเคลื่อนคล้อยไปแล้วนานกว่า 2,500 ปี แสงสว่างจากประทีปธรรมของพระบรมไตรโลกนาถ ยังคงส่องสว่างในดวงใจของเหล่ามนุษยชาติเรื่อยมา วันนี้จึงได้รับการเรียกขานว่า "วันจาตุรงคสันนิบาต" คือวันประชุมใหญ่อันประกอบด้วยองค์ 4 คือ
1พระภิกษุสงฆ์ 1250 รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
2.พระภิกษุสงฆ์เหล่านี้ล้วนเป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา คือ เป็นผู้ที่พระพุทธองค์ทรงอุปสมบทให้
3.พระภิกษุสงฆ์ทั้งหมดล้วนเป็นพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญา
4.วันนั้นเป็นวันเพ็ญ เดือนมาฆะ คือพระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์
วันนี้ เป็นวันที่ดิฉัน มีใจสงบอีกวันค่ะ
กราบ 3 หนค่ะ
คืนนี้ แสดงธรรมก่อนนำญาติโยมเวียนเทียน ก็นำทั้ง ๕ หัวข้อนี้ไปอธิบาย่อๆ เพราะคิดว่าเรื่องประวัติวันมาฆบูชา เดียวนี้คนทั่วไปรับรู้จากสื่อกันเป็นปกติ...
เจริญพร
นมัสการค่ะ หลวงพี่
ได้ความรู้ดีค่ะ ทำให้จิตใจสงบลง
เจริญพร