<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8">

 

 

</td></tr></tbody></table></span>หนังสือ บทสนทนามหาวิทยาลัยเที่ยงคืน วิกฤตโลก วิกฤตไทย อะไรคือทางรอดหนังสือเล่มนี้เป็นการรวบรวมบทสนทนาของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ซึ่งก่อตั้งจากการรวมกลุ่มของบุคคลต่างๆ ที่มีความเห็นว่า ระบบการศึกษาของโลกปัจจุบันล้วนจัดขึ้นภายใต้การกำกับครอบงำของลัทธิอุตสาหกรรม ด้วยเหตุนี้ จึงจัดตั้งมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ไม่มีคำตอบสำเร็จรูปใดๆจะสนใจที่คำถามมากกว่าคำตอบ โดยเฉพาะคำถามที่มาจากชีวิตจริงของผู้คน ไม่ใช่คำถามที่เกิดจากการผลิตในลัทธิอุตสาหกรรมนิยมและทำกำไรสูงสุด กระบวนการเรียนรู้ต้องเป็นการเรียนรู้ร่วมกัน ทุกคนมีส่วนช่วยขัดเกลาคำถาม เชื่อมโยงปัจจัยต่างๆเข้ามาสัมพันธ์กับคำถาม ลองเสนอคำตอบ และถูกคัดค้านจากมุมมองที่แตกต่าง และในที่สุดก็จบลงโดยไม่มีคำตอบที่เป็นสากลแก่ทุกคน คำตอบจึงเป็นธุระของผู้เรียนค้นหากันเอง ดังนั้นผู้เรียนแต่งะคนจึงได้คำตอบไม่เหมือนกันแต่มีอำนาจอธิบายได้ดีที่สุดแก่แต่ละคนในช่วงนั้นๆ หรือมิฉะนั้น บางคนก็อาจไม่ได้พบคำตอบเลยแต่ได้พบพลังที่แสสวงหาแก่ตนเองต่อไป          ในหนังสือเล่มนี้จะเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับการบรรยายและเสวนาในเดืนกุมภาพันธ์2544 ซึ่งประกอบด้วยหัวข้อใหญ่ 4 หัวข้อ คือ 1.โลกาภิวัตน์กับวัฒนธรรมไทย เสนอโดย ดร.อานันท์ กาญจนพันธุ์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2.  เศรษฐกิจในบุคโลกาภิวัตน์ เสนอโดย ศาสตราจารย์ ดร.ผาสุก พงพงษ์ไพจิตร คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย3. กระบวนการความเป็นท้องถิ่นในยุคโลกาภิวัตน์ เสนอโดย ศาสตราจารย์เสน่ห์ จามริก นักวิชาการอิสระสาขารัฐศาสตร์4. ทางเลือก ทางรอดของไทยในยุคโลกาภิวัตน์ เสนอโดย รองศาสตราจารย์รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจตั้งแต่ปี 2540 ที่ผ่านมา มีคำถามมากขึ้นว่า เกิดอะไรขึ้นกับสังคมไทย ทำไมจึงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีคำถามใหม่ๆเข้าสู่วิถีชีวิตเรามากมาย ไม่ว่าจะเป็นโลกาภิวัตน์ ไอเอ็มเอฟ ดับเบิลยูทีโอ ชาตินิยมใหม่ เสรีนิยมทางเศรษฐกิจ ฉันทมติวอชิงตัน ฉันทมติรัตนโกสินทร์ กระบวนการเคลื่อนไหวทำให้เป็นท้องถิ่นกระบนนการทางสังคมคำถามที่สำคัญก็คือ โลกาภิวัตน์คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร เป็นความจงใจที่จะให้เกิด หรือว่าเป็นเพราะผลจากกระบวนการการพัฒนาที่ต่อเนื่องของระบบทุนนิยมในขั้นสุดท้าย ท่มุ่งเข้าสู่การเปลี่ยนคุณค่าวัฒนธรรม และจิตใจ ให้กลายเป็นสินค้าอย่างแนบเนียนจนเราไม่รู้สึกตัวโลกาภิวัตน์ทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจไทยมีความเปราะบางมากยิ่งขึ้น หนึ่งในต้นเหตุของความผันผวนทางเศรษฐกิจที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีความเปราะบางนี้ เริ่มต้นจากกรณีวิกฤตการเงินของไทยเมื่อปี 2540 ที่ปล่อยให้มีการโจมตีค่าเงินบาทเกิดขึ้นโดยไม่สามรถควบคุมได้ ทั้งนี้ต้นเหตุหนึ่ง บางทีอาจเนื่องมาจากการเปิดเสรีทางด้านการเงิน ซึ่งก่อนหน้านั้นไม่มีมาตราการควบคุมที่รัดกุมและฉลาดเพียงพอ เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงก่อให้เกิดความอ่อนแอขึ้นในระบบการเงินอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นอกจากนี้พลังและปัจจัยที่ดึงเอาความต่างจองเศรษฐกิจและสังคมให้เข้ามาใกล้ชิดกันในยุคโลกาภิวัตน์ ซึ่งได้แก่การเมืองที่คลุกเคล้ากับเศรษฐกิจ การค้าระหว่างประเทศ การลงทุนของบริษัทข้ามชาติที่สร้างความชอบธรรมโดยการผ่านมาทางนักการเมืองและนักวิชาการ การลงทุนในตลาดหุ้น การกู้ยืมระหว่างประเทศ การลงทุนเก็งกำไรค่าเงินที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจสังคม อัตราการแลกเปลี่ยน และผลของเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ทำงานสอดประสานกันและสร้างผลกระทบที่รวดเร็วและรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจมีปรากฏการณ์ที่นักเศรษฐศาสตร์ศึกษาพบว่า การครอบงำของเศรษฐกิจโลกาภิวัตน์ได้ก่อให้เกิดการผูกขาดของกลุ่มทุนบางกลุ่ม ทำให้กลุ่มทุนอื่นไม่สามารถแทรกตัวเข้ามาในธุรกิจที่ถูกกฎหมายได้ ดังนั้นจึงไปปูดที่การขยายตัวอย่างรวดเร็วของธุรกิจผิดกฎหมาย ซึ่งจงใจเป็นปรปักษ์และต่อต้านการลงทุนของบริษัทข้ามชาติ หลายประเทศในยุโรปเกิดกระบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมที่เรียกว่า new social movement เพื่อปกป้องการบริโภคและวิถีชีวิตชุมชนให้ปลอดภัยจากการครอบงำของบริษัทข้ามชาติและธุรกิจขนาดใหญ่ กล่าวสำหรับสังคมไทยนั้น ผลกระทบจากโลกาภิวัฒ์มาเป็นระยะเวลากว่าศตรรษ ทำให้เกิดวัฒนาธรรมการเรียนรู้แบบโลกาภิวัฒน์ชนชั้นนำได้สร้างตลาดการเมืองที่มีผลต่อการเลือกยุทธศาสตร์การพัฒนารวมถึงการผลิตซึ่งใช้นโยบายทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ภายใต้แนวคิดทุนอุตสาหกรรมนิยมอย่างเข้มข้น กล่าวได้ว่า ชนชั้นนำของไทยผลักดันให้สังคมเศรษฐกิจไทยเดินไปตามกระแสโลกาภิวัตน์ แต่เมื่อมองในภาคประชาชนและชนบทกลับพบว่า จำนวนมากเลือกเส้นมลทางการพึ่งพาตนเอง ยึดถือเศรษฐกิจแบบอยู่พอดี กินพอดี เกิดกระบวนการผลิตทางการเกษตรในลักษณะผสมผสาน ปลูกเพื่อบริโภคเหลือแล้วจึงขาย หันหลังให้กับการปลูกพืชเชิงเดี่ยวและการผลิตเพื่อการส่งออกที่ได้เปรียบจากต้นทุนด้านแรงงาน ลักษระเช่นนี้มักเกิดขึ้นในช่สลวงที่ประเทศไทยประสบกับปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจเสมอๆ เรียกว่า เป็นกระแสชุมชนท้องถิ่นพัฒนาแนวทางบ้านนอกเช่นนี้สามารถที่จะเดินเคียงคู่ในยุคโลกาภิวัตน์ได้หรือไม่ สังคมไทยต้องช่วยกันตอบคำถาม และที่น่าสังเกต คือ ในการจะเลือกเส้นทางใหม่ของสังคมไทยนั้น สำนึกหนึ่งที่ควรนึกถึงก็คือ สิ่งที่เรียกว่า ฐานทรัพยากร  อันหมายถึงฐานของวิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่น พร้อมทั้งเร่งสร้างให้เกิด วัฒนธรรมการเรียนรู้ใหม่ที่มีพลัง และพร้อมที่จะแตกหักกับวัฒนธรรมการเรียนรู้แบบโลกาภิวัตน์ นอกจากนี้ยังต้องกล้าที่จะปฏิเสธความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์ที่มเคยเป็นมาในอดีตสังคมไทยก้าวมาถึงทางเลือกที่สำคัญ คือ เราจะมีองค์ความรู้รอบด้านพร้อมมูลเพียงพอแก่การพิจารณามากน้อยเพียงใด ในการตัดสินใจและพลังการตัดสินใจ คำตอบต่อสิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับภาคประชาชนเป็นสำคัญ ว่าจะกำหนดอนาคต บทบาท วิถีชีวิต และผลิตนโยบายให้เป็นไปเช่นใด ในสภาวะอันสลับซับซ้อนยิ่งขึ้นเรื่อยๆ  ความเป็นเครือข่ายของเศรษฐกิจชุมชนเป็นทางเลือกเดียวที่มีประสิทธฺภาพที่จะรับมือกับกระแสโลกาภิวัตน์ได้ ผมคิดว่าลำพังการพึ่งตนเองของแต่ละชุมชนนั้นไม่เพียงพอ เพราะการคุกคามของกระแสโลกาภิวัฒน์เป็นไปอย่างกว้างขวางและเข้มข้น                                                                                                เสน่ห์  จามริก การปะทะกันระหว่างกระแสโลกานุวัตรพัฒนากับกระแสชมชนท้องถิ่นพัฒนเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การปะทะนั้นได้เกิดขึ้นแล้ว และมีทีท่าว่าจะรุนแรงมากขึ้นถ้าเราไม่กำหนด rule of the game ที่ชัดเจน ถ้าเราไม่เปลี่ยแปลงกระบวนการกำหนดนโยบาย ถ้าเราไม่เปลี่ยนแปลงตลาด การเมือง เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น                                                                                                รังสรรค์  ธนะพรพันธุ์ ขบวนการทางสังคมที่จะประสบความสำเร็จได้นั้นต้องใช้เวลา ต้องสร้างเครือข่ายที่กว้าง และผู้คนในกลุ่มต้องมีความมุ่งมั่นตามสมควร มีหลายกรณีที่ขบวนการเหล่านี้สามารถส่งแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านนโยบายและด้านสถาบัน คือ รัฐต้องยอมเจรจาด้วย                                                                                                ผาสุก  พงษ์ไพจิตร โลกาภิวัตน์มันทำลายกลุ่ม ทำลายความเป็นตัวตนลงไป การต่อสู้ก็คือต้องเปิดพื้นที่ของความเป็นกลุ่มที่เราเรียกว่าสิทธิชุมชน เปิดพื้นที่อะไรก็ได้ การรวมกลุ่มชนิดไหนก็ได้ เพราะมันจะเป็นเครื่องมือของมนุษย์ในการสร้างความรู้สึกที่เป็นตัวตนขึ้นมา                                                                                                อานันท์  กาญจนพันธ์