“งานพัฒนาชนบทเป็นงานที่สำคัญ เป็นงานที่ยาก เป็นงานที่จะต้องทำให้ได้ด้วยความสามารถ ด้วยความเฉลียวฉลาด คือทั้งเฉลียวฉลาด และต้องทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ มิได้มุ่งที่จะหากินด้วยวิธีการใด ๆ ใครอยากหากิน ขอให้ลาออกจากตำแหน่ง ไปทำการค้าดีกว่า เพราะว่าทำผิดพลาดไปแล้ว บ้านเมืองเราล่มจม และเมื่อบ้านเมืองล่มจมแล้วเราอยู่ไม่ได้ ก็เท่ากับเสียหมดทุกอย่าง...”
ครูจำได้ว่า เมื่อ ๓ ปีที่แล้วตอนที่พวกเราเรียนอยู่ชั้นปีที่ ๒ และลงเรียนรายวิชาพื้นฐานสาขาการส่งเสริมการเกษตรนั้น ครูได้เล่าให้พวกเราฟังถึงสถานการณ์ปัญหาของสังคมไทย วิกฤติของภาคการเกษตรและวิถีชีวิตของครัวเรือนเกษตรกร และได้ฉายภาพ “พ่อหลวง” อันเป็นที่รักยิ่งของเรา...ชาวไทยทั้งประเทศ พร้อมทั้งข้อความข้างบนนี้ใน Power Point ประกอบการบรรยาย เพื่อให้พวกเราได้อ่านดัง ๆ พร้อมกันในชั้นเรียน...
และในภาคปลายของปีการศึกษา ๒๕๕๐ นี้ เมื่อพวกเราลงเรียนวิชา “การพัฒนาชนบทแบบผสมผสาน” ซึ่งเป็นรายวิชาบังคับของภาควิชาที่ครูรับผิดชอบดูแลนั้นพวกเราก็ได้ร่วมกันอ่านข้อความนี้ด้วยกันดัง ๆ อีกครั้งหนึ่ง...
ค่ำคืนวาน คืนวันเสาร์ที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ...ณ หาดเตยงาม สัตหีบ สถานที่ที่ภาควิชาพาลูกศิษย์ทุกชั้นปีไป “หล่อหลอม” และจัดงานเพื่อแสดงความยินดี พร้อมทำพิธี “บายศรีสู่ขวัญ” ให้กับพวกเรา...ลูกศิษย์ “ส่งเสริมการเกษตรรุ่น ๓๒” ที่กำลังจะจบการศึกษาและรับปริญญากันในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า...
เมื่อครูเปิดหนังสือ “Our Love…Our Memory…Our Major…AG-EXT *32” ที่น้องปี ๓ จัดทำให้พวกเรา “พี่ปี ๔” และได้เห็นข้อความนี้อีกครั้งบนหน้าแรกของหนังสือ... ครูรู้สึกดีใจมาก...เพราะยามใดที่พวกเราหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา...ถ้อยคำที่มีความหมายยิ่งนี้จะช่วยย้ำเตือนให้พวกเรา...ลูกศิษย์ที่รักของครูทุกคน...จดจำรำลึกถึงบทบาทและหน้าที่ของ “นักพัฒนา” ที่ต้องเป็นทั้ง “คนเก่ง” และ“คนดี”... ไม่ว่าพวกเราจะจาก “ร่มนนทรี” ไปนานสักเพียงใด และไม่ว่าพวกเราจะอยู่ ณ ที่แห่งใดก็ตาม
ไม่น่าเชื่อเลยนะว่า...กาลเวลาจะผ่านไปรวดเร็วเพียงนี้...ครูรู้สึกเสมือนว่า...เมื่อไม่นานมานี้เอง ที่พวกเราได้เข้ามาเป็น “น้องใหม่” ของภาควิชา “น้องปี ๒” ที่คณาจารย์และพี่ ๆ ทุกคนรักและเอ็นดู ...ไม่นานมานี้เองนี่นะ ที่พวกเราได้ไปฝึกงานร่วมกันที่ชุมชนบ้านเจดีย์หัก ครูไปเยี่ยมและได้ทานกับข้าวฝีมือพวกเรา อีกทั้งได้เห็นพวกเราจัดกิจกรรมในสไตน์ของ“วัยจ๊าบ” ให้กับกลุ่มผู้สูงอายุในหมู่บ้าน (คงคิดกิจกรรมกันไม่ออกใช่ไหมล่ะ?) จำได้ว่า ครูได้แนะให้พวกเราลองทำกิจกรรม “ฒ ผู้เฒ่า อุ่นใจ” ด้วยการเข้าไปพูดคุย ซักถามประวัติหมู่บ้าน วิถีชีวิตชุมชน และสารทุกข์สุกดิบในชีวิตของแต่ละท่าน พร้อมทั้งบีบนวดคลายเส้นให้ท่านอบอุ่นใจด้วย “สัมผัส” จากมือน้อย ๆ ของพวกเรา
มาในวันนี้...ครูได้เห็นพวกเราเติบใหญ่ ทั้งด้วย “วัย” และด้วย “สำนึก” ที่ครูรับรู้และสัมผ้สได้ ...ทั้งจากวิธีคิด การกระทำ และคำพูดของพวกเรา...เมื่อครูได้ใกล้ชิดกับพวกเรามากขึ้น จากในชั้นเรียน และจากการไป “Trip” ...ครูยังจดจำถึงวันเวลาที่พวกเราพากันล่องเรือศึกษาชุมชน ตั้งแต่ยามเย็นจนดึกดื่นค่อนคืน... ได้ชม “หิ่งห้อยใต้ต้นลำพู” ท่ามกลางแสงดาวในคืนไร้เดือน... และแม้จะเหนื่อยล้าเพียงใด ทว่าพวกเราก็สามารถ “ปลุกตัวเอง” ให้ตื่นขึ้นมาสะสมบุญในยามเช้าด้วยการ “ใส่บาตร” ได้ทันเวลา (สาธุ)
กิจกรรมต่าง ๆ ที่ครูออกแบบให้พวกเราได้เรียนรู้โดยผ่านขบวนการของ “สุ จิ ปุ ลิ” นั้น แม้จะทำให้พวกเราต้องทำงานหนัก... ต้องคิด ต้องค้น ต้องคว้า ต้องฟัง ต้องพูด ต้องเขียน ...และคงแอบนึกกันในใจว่า“อาจารย์ตุ้มให้งานอีกแล้ว... เบื่อจังเลย” ... แต่ครูก็มั่นใจว่า หากลูกศิษย์ของครูผ่านขบวนการ “เจียรนัย” นี้ได้ตลอดรอดฝั่ง พวกเราจะเกิดความเปลี่ยนแปลงจาก “ภายใน" พวกเราจะรู้สึกมีความสุขและ “ภาคภูมิใจ”ในตัวเอง...เหมือนกับที่ครูรู้สึก “ภาคภูมิใจ” ในตัวพวกเราอยู่ในขณะที่กำลังเขียนบันทึกนี้ ...
และเมื่อพวกเรามีความสุขและภาคภูมิใจในตัวเองได้แล้ว ครูคิดว่าพวกเราจะสามารถ “ส่งต่อ” ความรู้สึกแห่งสุขและภาคภูมิใจนี้ให้กับคนอื่น ๆ ได้อย่างแน่นอน...และวันนั้น... งานพัฒนาชนบทก็จะไม่เป็นงานที่ “ยาก” เกินไปนักสำหรับพวกเรา
ครูให้พวกเราส่ง “การบ้าน” ให้ครูอ่านเป็นประจำด้วยการบันทึกผ่าน Blog ...ครูจึงขอบันทึก “ความรู้สึก” ทีี่่มีอยู่ในใจ เพื่อให้พวกเรา "ลูกศิษย์ที่รักของครูทุกคน" ได้อ่านและรับรู้... ผ่านทางบันทึก Life Diagram นี้ด้วยเช่นกันนะจ๊ะ
แล้วครูจะเขียนถึงพวกเราอีก
บ้านกำแพงแสน
๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑
ลูกศิษย์อาจารย์ถ้าได้มาอ่านแบบนี้คงดีใจที่ครูรักและนำมาเขียนลงบันทึกให้คนอื่นได้ร่วมรับรู้ความรู้สึกด้วย ตอนที่หนูเรียนจบเจอแบบนี้ค่ะ ไปหาอาจารย์ที่สนิทมากเพื่อขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกและกราบลา (อ.จ้อน ออกจะติสท์จัด ไม่เคยเห็นอาจารย์ใส่กระโปรงนอกจากวันคุมสอบ ใส่แต่เสื้อโปโลกกับกางเกงสีครีมๆ เป็นยูนิฟอร์มประจำ ชอบใส่แว่นสีชาอันโต เด็กๆ เรียกอาจารย์ป้า) อาจารย์บอกแต่ว่า "เออ...จบๆ ได้ก็ดี ขอให้โชคดี เฮ้ยไอ้หนู เดี๋ยวไปซื้อโอเลี้ยงมาให้ถุงนึงด้วย ไวๆ หิวน้ำ" 555 ไม่เห็นโรแมนติกบ้างเลยอ่ะ - - "
สวัสดีค่ะอาจารย์ ลูกศิษย์ที่รักของอาจารย์ ag-ext รุ่น32 รายงานตัวค่ะ วิชาการพัฒนาชนบทแบบผสมผสาน จะเริ่มเรียนเวลา 17.30 - 20.30 น.ค่ะ ของทุกๆวันจันทร์ นี้เป็นเวลาที่ตกลงกันอย่างเป็นมติเพื่อความสะดวกของนิสิตทุกคนในชั้นเรียน เวลาในการเลิกเรียนนั้นอาจจะเลื่อนไปได้อีก ซึ่งเวลานี้คงจะไม่มีอาจารย์คนไหนอยาจะสอนเป็นแน่ในความคิดของลูกศิษย์คนนี้ แต่อาจารย์ตุ้มเสียสละมาสอนพวกเรา อยากบอกอาจารย์ว่า ตลอดเกือบ4เดือน ที่ผ่านมาหนูไม่เคยง่วงนอนเวลาที่อาจารย์สอนเลยแม้จะพึ่งทานอิ่มมาก็ตาม มีแต่ความรู้สึกที่ว่าทำไมสองทุ่มแล้วหรอ สามทุ่มแล้วหรอ เวลาที่อาจารย์สอนผ่านไปเร็วมากค่ะ ชอบฟังทุกเรื่องราวที่อาจารย์สอน ทั้งในเนื้อหาวิชาและหลักธรรม คำสอน ผลบุญ ผลกรรม แล้วอาจารย์ก็จะสนใจลูกศิษย์ทุกคนในชั้นเรียนถึงแม้ว่าจะอยู่หลังห้องเช่นป๊อบกับต้น(โทษนะเพื่อนที่จำได้) ขอบคุณอาจารย์ที่ให้ความรู้ทั้งการเรียนและการใช้ชีวิตแก่ลูกศิษย์คนนี้ อย่างมาก รักและเคารพอาจารย์ค่ะ
<p> </p>
สวัสดีค่ะอาจารย์ นีลนภา รายงานตัวแล้วค่ะ ขอบคุณอาจารย์มากนะค่ะที่สอนหลายสิ่งหลายอย่างให้กับหนูทั้งเรื่องของการเรียน และเรื่องของธรรมะ อาจารย์สอนให้หัดคิด สอนให้เข้าใจชุมชนเกษตร จากการที่หนูที่อยู่ในครอบครัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับการแกษตรเลย ตอนที่เข้ามาเรียนคณะนี้ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรยังไม่รู้จุดยืนของตัวเอง แต่ตอนนี้หนูรู้แล้วค่ะว่าภาคการเกษตรสำคัญมาก แต่คนที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมกลับลำบากมาก ถ้าเราช่วยกันพัฒนาได้เราก็ควรทำ และเราต้องทำด้วยใจ ใจที่จะช่วยเหลืออย่างแท้จริง ขอบคุณอาจารย์มากค่ะที่ทำให้หนูรักในงานส่งเสริม และหนูคิดไม่ผิดค่ะที่เลือกเรียนคณะเกษตร ภาควิชาส่งเสริมและนิเทศศาสตร์เกษตร ขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะที่พร่ำสอนพวกเรา รักและเคารพ นีลนภา ศิลปรัตน์ AG-EXT’32
มาเรียนรู้ด้วยคนครับ
ขออนุญาต อ.นำบทความไปรวมครับ ขอบคุณมากครับ
http://gotoknow.org/blog/mrschuai/117622
ขอสมัครเป็นลูกศิษย์ อ.ตุ้มด้วยคนนะคะ
ด้วยรักและศรัทธาค่ะ
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณสำหรับทุกถ้อยคำนะคะ
ลูกศิษย์เป็น "กำลังใจ" ที่สำคัญมากสำหรับความเป็นครู
ขณะที่เพื่อนพ้องน้องพี่ก็เป็นดั่ง "ลม" ที่โอบอุ้มและพยุงให้ "จิตวิญญาณ" แห่งนกนางนวลตัวนี้บินอย่างเสรีและมีความสุขในโลกกว้างค่ะ...
แสงเทียน(พระคุณครู)
...สักวาแสงเทียนที่เพียรจุด
เปรียบประดุจความรู้ชี้นำทางให้
พระคุณครูผู้ประสิทธิ์ประเสริฐไกล
นำทางได้ศิษย์เป็นเธียรเพราะอาจารย์
เทียนเล่มหนึ่ง จุดต่อ อีกเล่มหนึ่ง
สัจธรรมลึกซึ้ง ให้ซาบซ่าน
ความรู้ถูก ถ่ายทอดต่อ ต่อเนิ่นนาน
ทุกวันวาน ซ้องสรรเสริญ พระคุณครู
รักและเคารพ
น้องว่านสุดหล่อ
สวัสดีค่ะ อาจาย์ตุ้ม ที่คอยสอน คอยปลูกฝังให้พวกเรารักการส่งเสริมการเกษตรมากขึ้น เริ่มแรกที่หนูได้เข้ามาเรียนในภาควิชานี้หนูตั้งใจอยากเรียนในด้านสื่อมากกว่า เพราะก่อนเอนทรานซ์ตั้งใจที่จะเรียนในด้านนิเทศศาสตร์อยู่แล้ว แต่เอนทรานซ์ติดที่คณะเกษตรนี้ ก็เลยเลือกภาควิชาส่งเสริมฯของเรา เพราะหวังว่าจะเรียนวิชาเกี่ยวกับนิเทศฯ แต่พอมาได้เรียนวิชาต่างๆในภาคฯตามหลักสูตรแล้ว ก็รู้สึกได้รับการซึมซับวิชาการส่งเสริมจากอาจารย์ทุกๆท่าน ทำให้หนูเปลี่ยนใจจากอยากเรียนสายนิเทศฯ มาเห็นอกเห็นใจเกษตรกรมากขึ้น และที่สำคัญที่หนูได้เรียนวิชาของอาจารย์ทำให้หนูรู้จักคิด รู้จักการวางแผนการทำงาน และการแบ่งเวลาในการทำงานถูกต้อง รู้จักบาปบุญคุณโทษเพิ่มมากขึ้น หนูขอขอบคุณอาจารย์มากค่ะที่รักและควรสอนสิ่งดีๆใ้ห้แก่พวกหนู
อาจารย์ครับ
ผมขอขอบคุณสำหรับวิธีคิดที่อาจารย์สอนให้ผมคิดนะครับ เป็นวิธีคิดที่ไม่เคยมีใครสอนผมเลยตั้งแต่ผมเรียนมา วิธีคิดแบบนี้ทำให้มุมมองของผมเปลี่ยนไปจากเดิมเยอะทีเดียว อาจารย์ครับผมจบจากที่นี่ไปผมคงไม่ได้ไปเป็นนักพัฒนาหรอกนะครับ ผมอยากจะประกอบอาชีพเลี้ยงโคเนื้อครับ ซึ่งเป็นอาชีพที่อาจารย์บอกว่าไม่ดี เนื่องจากเลี้ยงสัตว์เพื่อฆ่า แต่เนื่องจากเป็นความตั้งใจของตัวกระผมเองอยู่แล้วและบ้านของผมอยู่ ต.เลาขวัญ อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี พื้นที่เขตนี้ระบบชลประทานยังไม่มีจึงไม่เหมาะกับการปลูกพืช ผมจึงอยากจะมีฟาร์มโคเล็กๆ และก็ปลูกผักเล็กๆน้อยๆกินไปครับ
อาจารย์ครับถึงแม้ว่าผมจะเป็นลูกศิษย์ที่ไม่ค่อยได้เรื่องสักเท่าไหร่นัก แต่เมื่อผมจบไปผมสัญญาว่าผมจะประกอบอาชีพสุจริต ไม่เอารัดเอาเปรียบใคร และจะทำตัวเป็นคนดีเท่าที่จะดีได้ครับ(ได้แค่ไหนไม่รู้ครับ)
สุดท้าย กระผมขอกราบขอบพระคุณอาจารย์เป็นอย่างสูงสำหรับวิธีคิดและคำสอนดีดี ขอให้อาจารย์ดูแลรักษาสุขภาพด้วยนะครับ รักและเคารพ
นายบุญทรัสต์ ไพบูลย์ผล
link ขอรายงานตัวค่ะ ขอขอบคุณอาจารย์ที่สอนสั่งสมความดีให้กับหนู ขอสัญญาว่าจะนำความรู้ที่ได้จากอาจารย์มากมายกลับไปพัฒนาบ้านเกิด ขอขอบคุณสำหรับกำลังใจดีๆ ที่อาจารย์มอบให้ และความหวังอันเล็ก ๆ ที่กำลังจะก่อเกิดเป็นรูปเป็นร่าง และจะจำคำพูดของอาจารย์ไว้พัฒนาตัวเองและสังคมต่อไป ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์ หนูพัชรีค่ะ หนูขอขอบพระคุณอาจารย์ที่ได้อบรมสั่งสอน ได้ให้ความรู้และให้แนวคิดในการดำเนินชีวิตต่างๆ หนูจะนำคำสอนที่อาจารย์ได้สอนพวกเราไปใช้ในการดำเนินงานและนำไปปฎิบัติใช้ในชีวิตประจำวัน หนูดีใจที่ได้เข้ามาเรียนที่คณะเกษตรแห่งนี้ ดีใจที่ได้เรียนภาควิชานี้และดีใจที่เป้นลูกศิษย์อาจารย์ค่ะ
ขอบคุณนะค่ะอาจารย์ที่รักของศิษย์
แวะมาอ่านอาจารย์และลูกศิษย์คุยกัน น่ารักและน่าประทับใจมากจริงๆ
ชอบที่พี่ตุ้มเขียนถึงเด็กๆ มากค่ะ แสดงถึงความรักความห่วงใย และเด็กๆ ก็ตอบสนองในลักษณะเดียวกัน น่ารักกันทั้งครูทั้งศิษย์จริงๆ ^ ^
สวัสดีค่ะ.. อาจารย์ตุ้มที่เคารพ
หนู ราตรี มารายงายตัวแล้วค่ะ ( ขอโทษนะคะทีมารายงายตัวช้า ) หนูต้องขอขอบพระคุณอาจรย์มากค่ะ ที่ได้อบรมสั่งสอนทั้งในเรื่องการเรียน การทำงาน แนวมางในการประกอบอาชีพต่างๆ ให้กับหนูและเพื่อนๆ Ag-Ext 32 ทุกคนค่ะ หนูอยากจะบอกอาจารย์ว่า อาจารย์เป็นมากกว่าอาจารย์ธรรมดาคนหนึ่ง เป็นอาจารย์ที่ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ลูกศิษย์เป็นคนที่ "เก่ง" และ "ดี" และลูกศิษย์คนนี้จะขอนำเอาสิ่งที่ดีๆที่อาจารย์สอนไปให้ให้เกิดประโยชน์ค่ะ หนูอยากจะบอกอาจารย์ว่าวิชาการพัฒนาการเกษตรแบบผสมผสานที่อาจารย์ได้สอนมานั้น เป็นวิชาที่หนูคิดว่าหนูได้รับประโยชน์และสามารถนำไปให้ได้จริงในอนาคต ทั้งในการทำงานและการดำเนินชิวิต อาจารย์ทำให้หนูได้ระลึกถึงทุกครั้งที่จะทำอะไร อย่างน้อยเมือเวลาที่จะทำในสิ่งที่ไม่ดี หนูก็จะไม่ทำ เพราะนึกถึงคำที่อาจารย์สอนมา ว่าให้ทำแต่กรรมดี หนูสัญญาค่ะว่า อย่างน้อยหนูจะเป็นคนดี (จะพยายามทำค่ะ!) และจะนำความรู้ที่ได้มาจาการเรียนในภาควิชาส่งเสริมและนิเทศศาสตร์เกษตรนี้ไปใช้พัฒนาบ้านเกิดของหนูค่ะ ถึงแม้ว่าตอนนี้หนูจะยังไม่ได้ทำ แต่สักวันหนึ่ง...หนูจะต้องทำให้ได้ค่ะ....
สุดท้ย..หนูขอขอบพระคุณอาจารย์ในทุกๆเรื่องที่อาจารย์มอบให้กับหนูและเพื่อนๆทุกคน ขอให้อาจารย์ดูแลรักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ
รักและเคารพอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์จิราภรณ์นะคะ ก่อนอื่นหนูต้องขอขอบพระคุณอาจารย์เป็นอย่างสูงเลยนะคะที่อาจารย์ได้สั่งสอนอะไรหลายๆอย่างให้กับหนู สอนให้หนูมีมุมมองทางด้านความคิดใหม่ๆ มีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น บอกตามตรงเลยนะคะว่าหนูเป็นคนขี้เกียจมากถึงมากที่สุดแล้วก็เป็นคนเรื่อยๆไม่ค่อยมีความกระตือรือร้น แต่พอเรียนกับอาจารย์แล้วทำให้หนูทำนิสัยแบบเดิมไม่ได้อีก เพราะอาจารย์สั่งงานเยอะก็ต้อง active ต้องค้นคว้าอยู่เสมอ ทำให้หนูเริ่มจะรู้ว่าเราจะมาทำเล่นๆเรื่อยเปื่อยไปวันๆไม่ได้อีกแล้ว แล้วก็คิดว่าคงไม่มีอาจารย์คนไหนที่เอามงคลชีวิตมาให้นิสิตอ่านแน่ๆ ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้อ่านหนังสือธรรมะแต่พอได้อ่านแล้วก็ได้อะไรหลายๆอย่างจากหนังสือเล่มนี้ สิ่งแรกที่ทำหลังจากอ่านหนังสือจบก็คือโทรไปหาแม่เพราะจากที่ได้อ่านมงคลชีวิตบทที่ 11 แล้วทำให้รู้ว่าบางครั้งเรามักจะลืมคนที่สำคัญกับเราไปบ้างพอได้อ่านก็เหมือนมีคนมาเตือนสติเราอีกครั้งว่าเราอย่าลืมนะว่าเรายังมีท่านอยู่โทรหาท่านบ้าง แล้วก็ต้องขอบคุณอาจารย์ที่เอาวีดีทัศน์ที่มีประโยชน์ในหลายๆเรื่องมาให้ดู ขอบคุณอาจารย์ที่สอนอะไรหลายๆอย่างให้กับหนู ก่อนที่จะมาเรียนกับอาจารย์หนูไม่เคยคิดถึงคำว่า "คนเราเกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน" มาก่อนเลย แต่ตอนนี้หนูรู้แล้วว่าหน้าที่ที่สำคัญสำหรับหนูนอกเหนือจากการตั้งใจเรียน หางานดีๆที่ไม่เอารัดเอาเปรียบใครทำ ดูแลพ่อแม่แล้วก็คือ หนูจะต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดินด้วย ขอบคุณอาจารย์ที่ให้ข้อคิดดีๆหลายๆอย่างให้กับหนู ขอบคุณจริงๆค่ะ
สวัสดีคะ อาจารย์ผู้ซึ่งเป็นที่รักของลูกศิษย์ทุกๆคน หนูภูมิใจมากคะที่ได้เรียนกับอาจารย์ อาจารย์เปรียบเสมือนครูคนที่สองของหนูรองจากครูคนแรกของหนูคือคุณพ่อและคุณแม่คะ หนูจึงอยากมอบร้อยกรองที่ประพันธ์โดยเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เกี่ยวกับครูไว้อย่างไพเราะจับใจไว้ว่า ใครคือครู ครูคือใครในวันนี้
ใช่อยู่ที่ปริญญามหาศาล
ใช่อยู่ที่เรียกว่า ครูอาจารย์
ใช่อยู่นานสอนนานในโรงเรียน
ครูคือผู้นำทางความคิด
ให้รู้ถูกรู้ผิด คิดอ่านเขียน
ให้รู้ทุกข์รู้ยากรู้พากเพียร
ให้รู้เปลี่ยนแปลงสู้รู้สร้างงาน
ครูคือผู้ยกระดับวิญญาณมนุษย์
ให้สูงสุดกว่าสัตว์เดรัจฉาน
ครูคือผู้สั่งสมอุดมการณ์
มีดวงมานเพื่อมวลชนใช่ตนเอง
ครูจึงเป็นนักสร้างผู้ยิ่งใหญ่
สร้างคนจริงสร้างคนกล้าสร้างคนเก่ง
สร้างคนให้ได้เป็นตัวของตัวเอง
ขอมอบเพลงนี้มาบูชาครู
ครูไม่ได้หมายถึง เพียงผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาหรือครูอาจารย์ที่สอนในโรงเรียนเพียงอย่างเดียวแต่ครูหมายถึงผู้ที่นำความคิด รู้ผิดชอบชั่วดี เป็นผู้แนะนำและสั่งสอนในสิ่งที่ดี มีคุณธรรมจริยธรรมเป็นแม่พิมพ์ของชาติและเป็นผู้สร้างอนาคตของชาติ มีความเมตตากรุณา สร้างงาน มีอุดมการณ์ และมีจิตวิญญาณความเป็นครูควรค่าและเหมาะสมต่อการให้ความเคารพบูชาและการยกย่องการศิษย์และบุคคลอาชีพอื่นๆ
สุดท้ายนี้หนูขอขอบพระคุณอาจารย์เป็นอย่างสูงที่ให้ความรู้ ความรัก และความเมตตาแก่ลูกศิษย์ทุก ๆ คน สอนให้กระทำแต่ความดีและอาจารย์ก็เป็นต้นแบบหรือแม่แบบในการกระทำความดี การเสียสละแก่ประโยชน์ส่วนรวม ขอให้คุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์จงช่วยคุ้มครองอาจารย์และครอบครัวให้มีแต่ความสุขความเจริญสุขภาพร่างกายแข็งแรง
ขอบคุณคะ
สวัสดีคะ อาจารย์ผู้ซึ่งเป็นที่รักของลูกศิษย์ทุกๆคน หนูภูมิใจมากคะที่ได้เรียนกับอาจารย์ อาจารย์เปรียบเสมือนครูคนที่สองของหนูรองจากครูคนแรกของหนูคือคุณพ่อและคุณแม่คะ หนูจึงอยากมอบร้อยกรองที่ประพันธ์โดยเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เกี่ยวกับครูไว้อย่างไพเราะจับใจไว้ว่า ใครคือครู ครูคือใครในวันนี้
ใช่อยู่ที่ปริญญามหาศาล
ใช่อยู่ที่เรียกว่า ครูอาจารย์
ใช่อยู่นานสอนนานในโรงเรียน
ครูคือผู้นำทางความคิด
ให้รู้ถูกรู้ผิด คิดอ่านเขียน
ให้รู้ทุกข์รู้ยากรู้พากเพียร
ให้รู้เปลี่ยนแปลงสู้รู้สร้างงาน
ครูคือผู้ยกระดับวิญญาณมนุษย์
ให้สูงสุดกว่าสัตว์เดรัจฉาน
ครูคือผู้สั่งสมอุดมการณ์
มีดวงมานเพื่อมวลชนใช่ตนเอง
ครูจึงเป็นนักสร้างผู้ยิ่งใหญ่
สร้างคนจริงสร้างคนกล้าสร้างคนเก่ง
สร้างคนให้ได้เป็นตัวของตัวเอง
ขอมอบเพลงนี้มาบูชาครู
ครูไม่ได้หมายถึง เพียงผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาหรือครูอาจารย์ที่สอนในโรงเรียนเพียงอย่างเดียวแต่ครูหมายถึงผู้ที่นำความคิด รู้ผิดชอบชั่วดี เป็นผู้แนะนำและสั่งสอนในสิ่งที่ดี มีคุณธรรมจริยธรรมเป็นแม่พิมพ์ของชาติและเป็นผู้สร้างอนาคตของชาติ มีความเมตตากรุณา สร้างงาน มีอุดมการณ์ และมีจิตวิญญาณความเป็นครูควรค่าและเหมาะสมต่อการให้ความเคารพบูชาและการยกย่องการศิษย์และบุคคลอาชีพอื่นๆ
สุดท้ายนี้หนูขอขอบพระคุณอาจารย์เป็นอย่างสูงที่ให้ความรู้ ความรัก และความเมตตาแก่ลูกศิษย์ทุก ๆ คน สอนให้กระทำแต่ความดีและอาจารย์ก็เป็นต้นแบบหรือแม่แบบในการกระทำความดี การเสียสละแก่ประโยชน์ส่วนรวม ขอให้คุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์จงช่วยคุ้มครองอาจารย์และครอบครัวให้มีแต่ความสุขความเจริญสุขภาพร่างกายแข็งแรง
ขอบคุณคะ
สวัสดีคะ อาจารย์ที่เคารพรัก วันนี้รู้สึกดีใจที่ได้เข้ามาอ่านข้อความที่อาจารย์ได้ให้ไว้และรู้สึกดีมากๆที่ได้เห็นรูปถ่ายรวมกลุ่มกันอีกครั้ง หวังว่าความทรงจำที่ดีๆ จะคงมีตลอดไป สุดท้ายขออนุโมทนาบุญและขออโหสิกรรมกับสิ่งที่ได้กระทำมา ขอให้มีความสุขกันทุกคน สมความปราถนา มีชีวิตที่ดีๆ ตลอดไป
อาจารย์ทิพวัลย์ ที่รักของลูกศิษย์ทุกคน
หนูชื่อพรรณนิภา อุส่าห์ อาจารย์อาจจะไม่คุ้นซักเท่าไรหรอกคะเพราะหนูไม่ค่อยโดดเด่นซักเท่าไรในภาควิชานี้ หนูได้อ่านบทความของอาจารย์ข้างบน หนูรู้สึกดีมากเลยค่ะ สี่ปีในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ช่างเร็วเหลือเกิน จนหนูคิดว่าหนูยังไม่ได้ตักตวงความรู้ในรั้วแห่งนี้ซักเท่าไรเลยคะ หนูอยากจะปฏิบัติเพื่อชุมชนให้ได้ครึ่งหนึ่งของอาจารย์จ หนูอยากเป็นนักพัฒนาที่ดีเหมือนอาจารย์ แต่ด้วยอายุ ความรู้และประสบการณ์ของหนู คงไม่สามารถปฏิบัติได้ดีเท่าที่ควร แต่หนูก็จะพยายามนะคะ
หนูขอขอบพระคุณอาจารย์มากเลยนะคะ ที่ตักเตือน อบรม สั่งสอน ทั้งในเรื่องวิชาการ เรื่องชีวิตประจำวัน การใช้ชีวิต ภายในสังคมแห่งนี้ หนูได้เรียนกับอาจารย์ทำให้หนูรู้สึกว่าหนูโชคดีกว่าหลายคนเหมือนอาจารย์ได้ชี้ทางที่มองไม่เห็นหลายทางให้กับลูกศิษย์ ให้ได้เจอหนทางที่สมควรจะเดินต่อไป ในปัจจุบันและอนาคตข้างหน้า
สุดท้ายนี้ก็ขอให้สิ่งศักดิ์คุ้มครองอาจารย์แคล้วคลาดปลอดภัยนะคะ ขอให้อาจารย์มีความสุข นะคะ
ถ้าหนูใช้ถ้อยคำคำไหน ประโยคไหน ที่ผิดกาลเทศะ ไม่สมควรในประการใดก็ตาม หนูขอประทานโทษไว้นะที่นี้ด้วยนะคะ
บุคคลที่โชคดี