ครูเชื่อว่า ณ เวลานี้ พวกเขาไม่เข้าใจครูก็ไม่เป็นไร แต่เวลาที่พวกเขาต้องไปฝึกสอน หรือ ทำงานจริง ถ้าเขาคิดถึงครู แสดงว่า ที่ครูสอนเขา ถูกต้องแล้ว แต่ถ้าพวกเขาไม่ได้คิดถึง แสดงว่า ครูคงสอนพวกเธอผิดเอง

เรื่องมีอยู่ว่า ...

วันนี้ (18 ก.พ.51) ผมปั่นการตรวจงานนักศึกษาที่ติด I หรือ ร จากภาคเรียนที่ 1 / 2550 ซึ่งมีกำหนดส่งแก้เกรดในวันพรุ่งนี้ (19 ก.พ.51)

ผมสามารถตรวจงานแก้ I ของนักศึกษา ป.บัณฑิตวิชาชีพครู เสร็จ และส่งไปเรียบร้อยแล้ว 75 คน (ผมให้ติด I จากนักศึกษาทั้งหมด 128 คน เนื่องจากพวกเขาไม่ตั้งใจในการทำงานส่ง และบางคนเกรดไม่ถึงเกณฑ์ที่หลักสูตรกำหนดไว้)

ผมถือเป็น เจ้าแห่ง I โดยแท้จริง เพราะผมให้ทุกภาคเรียน โดยไม่สนใจ เพราะผมคิดว่า ผมได้ทำถูกต้องแล้ว การให้เกรดนี้  ดีกว่าผมตัดสินใจให้ D ให้ E ไปเลย แบบนี้ไม่ใช่ผม ผมเป็นคนชอบดูผลงาน วิธีคิด และความตั้งใจของนักศึกษา ใครที่คิดว่า จะแวะมาเอาเกรดวิชาผมง่าย ๆ คงลำบากหน่อย เพราะถ้าผลงานไม่เป็นที่พึงพอใจ ทำมาลวก ๆ ทุจริต ลอกเพื่อน ลอกเน็ต ผมก็ให้ I ไว้ก่อน พร้อมที่จะตั้งใจเมื่อไหร่ก็ทำมา เผลอ ๆ งานทวีคูณอีก (เอ แกล้งหรือเปล่าเนี่ย)

 

ห้องต่อไปที่ผมจะตรวจงานและแก้เกรด I ให้ก็คือ สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา วิชา "คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา" ผมให้เกรด I ไว้เกือบทั้งห้อง เพราะว่า พวกเขาไม่ตั้งใจทำงาน "บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน" ให้ดี และตั้งใจทำ อาศัยทำลวก ๆ มาส่งผม เพื่อขอแค่ C แบบนี้ผมรับไม่ได้ ก็เลยปล่อยให้แก้ไขบทเรียนไปอีก 4 เดือน (ภาคเรียนที่ 2 / 2550)

เด็กเทคโนฯ ห้องนี้อยู่ปี 3 แล้ว และพวกเขาจะไม่เข้าใจว่า ผมให้เกรด I พวกเขาทำไม (เข้าข้างตัวเอง คิดว่า งานตัวเองยอดเยี่ยม กระมัง) และคิดว่า ผมแกล้งพวกเขา (ผมไม่รู้จะแกล้งพวกเขาไปเพื่ออะไร ในเมื่อการตรวจงานในภาคเรียนนี้ ผมต้องเพิ่มอีกเป็นทวีคูณ เพราะยังต้องสอนวิชาอื่นในภาคเรียนนี้อีก)

วัตถุประสงค์เดียวที่ผมให้พวกเขาได้ลองแก้ไข "บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน" ใหม่ ก็คือ ผมต้องการให้พวกเขาเข้าใจหลักการออกแบบและพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนจริง ๆ ... เมื่อเขาออกแบบบทเรียนแล้ว นักเรียนจะต้องสามารถเรียนรู้ได้จริง และเข้าใจ

พวกเขาออกแบบไปโดยไม่อาศัยหลักการอะไรเลย สีที่ใช้ ขนาดตัวอักษร การวางตำแหน่งต่าง ๆ ของวัตถุภายในกรอบ หรือเลือกการมีปฎิสัมพันธ์ของบทเรียนกับผู้เรียนไม่ค่อยดี

แน่นอนว่า เขาเข้าใจว่า ผมแกล้ง เพราะผมจะไม่ให้ผ่านง่าย ๆ ถ้าเขาสร้างสื่อแล้วเรียนรู้ไม่ได้ ต่อไปเขาจะเป็น "นักผลิตสื่อ" ให้กับวงการการศึกษาบ้านเราได้อย่างไร ทำแค่นี้ไม่ได้ ก็ไม่ควรจะจบออกไปสู้กับใครเขา

เด็กสมัยนี้ชอบอะไรง่าย ๆ ยิ่งง่ายยิ่งชอบ ดังนั้น ผมจึงเป็นอาจารย์ที่ลูกศิษย์ห้องนี้ไม่ค่อยรักนัก เพราะไม่เคยเป็นคนที่ชอบปล่อยเกรด ถ้าเขาไม่มีความสามารถแบบนั้นได้จริง ต่อไป เวลาออกไปทำงาน เขาจะทำงานได้อย่างไรกัน

ผมเห็นอาจารย์บางคนปล่อยเกรดกันสนุก ทำงานส่งบ้างไม่ส่งบ้าง ก็ได้ A ได้ B แต่ผมทำไม่ได้ เพราะจะตอบคำถามเพื่อนคนอื่นในห้องไม่ได้ว่า ทำไมคนนี้ถึงได้ A ทำไมคนนั้นถึงได้ B ... ผมเห็นว่า ไม่ยุติธรรม

ถ้าคนไหนสมควรได้เกรดอะไร ก็ต้องได้เท่านั้น จะมาเอาเกรดที่ตนเองไม่สมควรได้ ได้อย่างไร ต้องยุติธรรมสิ

 

วันนี้ มีลูกศิษย์เทคโนฯ ห้องนี้ มาถามผมตรง ๆ ว่า อาจารย์ใช้หลักการ หรือ เกณฑ์ตัวเองในการวัดผลงานนักศึกษากันแน่ ? ใช้ตัวเองหรือเปล่า ?

 

ผมก็ตอบเขาไปว่า ครูใช้หลักการออกแบบบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน และประสบการณ์ที่ครูสั่งสมมานับ 10 ปี รวมกันเป็นเกณฑ์วัดผลงานของพวกเธอว่า บทเรียนที่เธอสร้างมา นักเรียนเค้าสามารถเรียนรู้และเข้าใจไหม ? ถ้าไม่เข้าใจ วางองค์ประกอบระเกะระกะ มันย่อมมีผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียนเขา ทราบไหม ?

 

ผมตอบไปซะยาว ... ลูกศิษย์ผมก็บอกผมว่า เพื่อนในห้องบางคนเค้าโวยวายว่า อาจารย์เอาอะไรมาวัดว่า ดี หรือ ไม่ดี ?

 

ผมก็ตอบลูกศิษย์ต่อไปว่า ... ครูเชื่อว่า ณ เวลานี้ พวกเขาไม่เข้าใจครูก็ไม่เป็นไร แต่เวลาที่พวกเขาต้องไปฝึกสอน หรือ ทำงานจริง ถ้าเขาคิดถึงครู แสดงว่า ที่ครูสอนเขา ถูกต้องแล้ว แต่ถ้าพวกเขาไม่ได้คิดถึง แสดงว่า ครูคงสอนพวกเธอผิดเอง ... ดังนั้น ครูจะไม่หวังให้เขามาเข้าใจครูตอนนี้ ครูจะรอเวลาที่พวกเขาไปเผชิญกับสถานการณ์จริงเสียก่อน มองอะไรต้องมองยาว ๆ ครับ ครูไม่มองเหมือนที่พวกเขากำลังคิดอยู่ ณ ตอนนี้นะครับ

 

มันมีสถานการณ์หลาย ๆ อย่างที่ทำให้พวกเขาคิดแบบนี้ เช่น มีการเปรียบเทียบการออกเกรดระหว่างผมกับอาจารย์หลายท่าน (ที่ปล่อยเกรด และดูใจดีในสายตาของพวกเขา) หรือ ผมไม่ค่อยพูดมากถ้าพวกเขาไม่ช่างสงสัย เป็นต้น

 

ผมคุยกับลูกศิษย์คนนี้อีกหลายเรื่อง แต่ที่อยากเขียนไว้ในบันทึกนี้ ก็เพราะคำถามนี้ คำถามที่ช่างปรักปรำผมในฐานะครูคนหนึ่งเสียเหลือเกิน

โอกาสหน้า ผมยังนำเรื่องราวอีกหลายเรื่องมาเล่าให้ฟัง ประสบการณ์ตรงกับการสอนให้กับนักเรียนในระดับมหาวิทยาลัยที่ผมสังกัดอยู่ ... มหาวิทยาลัยแห่งท้องถิ่น (คนท้องถิ่นมาเรียนจริง ๆ แต่ไม่ได้มาเอาความรู้)

 

ไม่ทราบว่า กัลยาณมิตร ท่านคิดอย่างไรบ้างครับ ถ้าท่านเจอคำถามลักษณะแบบนี้ จากลูกศิษย์ของท่านเอง

 

บุญรักษา ครับ :)