ทำไมการศึกษาไทย ยิ่งดูเหมือนจะบรรลุเป้าหมายน้อยลงกว่าเดิม

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ในระยะหลายปีที่ผ่านมา ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของระบบการศึกษาไทยค่อนข้างมาก ที่ดูเหมือนเราจะตั้งใจแก้ปัญหากันจริงจังมาก จนหลายคนเหนี่อย ทำงานตัวเป็นเกลียว หามรุ่งหามค่ำ กันมากมาย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">โดยเฉพาะระบบการควบคุม การติดตาม การประเมิน และการประกันคุณภาพการศึกษา ที่เอาจริงเอาจัง มีการทุ่มเททั้งหน่วยส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">มีการใช้งบประมาณสนับสนุนทั้งการปฏิบัติงาน และการให้รางวัลคนที่ผ่านการประเมิน กันอย่างทั่วถึง ทั้งประเทศ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จึงเป็นสิ่งที่น่าจะดีใจ และภูมิใจเป็นอย่างมาก</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่ แปลกมาก </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ทำไมการศึกษาไทย ยิ่งนานๆไป ดูเหมือนการทุ่มเทในการทำงานดังกล่าว จะบรรลุเป้าหมายน้อยลงกว่าเดิม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">และยังปรากฏว่า</p>  <ul style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; color: green; tab-stops: list 36.0pt">ครู และผู้สอนมีเวลาทำงานสอน น้อยลงกว่าเดิม เพราะ ต้องไปเน้นการรวบรวมข้อมูล ที่ทำเป็นบ้างไม่เป็นบ้าง ต้องใช้เวลานาน และทำงานเตรียมเอกสาร ตามขั้นตอนที่หน่วยเหนือกำหนด  เรียกได้ว่า เสียเวลาอธิบาย และสรุปว่าตัวเอง (ควรจะ) ทำอะไร จนไม่มีเวลาทำงานจริงๆ หรือ มีก็น้อยลง</li></ul>  <ul style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; color: green; tab-stops: list 36.0pt">เมื่อเวลามีน้อยลง การเรียนการสอนก็มีปริมาณ หรือความเข้มข้น ลดลงตามส่วน สำหรับคุณภาพนั้นส่วนใหญ่จะเหมือนเดิม อาจดีขึ้นเล็กน้อยในบางคนที่ทุ่มเทเสียสละในการทำงาน แต่โดยรวมที่ได้ ก็จะกระทบมาจากการมีเวลาน้อยลงในการเตรียมสอน และการสอน</li></ul>  <ul style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; color: green; tab-stops: list 36.0pt"> การ ประเมิน ที่ทำอยู่ มักเน้น ผลงาน ที่เป็น เอกสาร มากกว่า ผลจากการทำงานจริงๆ ด้วยข้อจำกัดของ ผู้ประเมินเวลา และ เกณฑ์ และ “วิธีการ” ที่ใช้ในการประเมิน จึงทำให้ มีการทุ่มเทความพยามยามในการสร้าง เอกสาร มากกว่า การ พยายามทำงาน ให้ได้ผลสัมฤทธิ์ ตาม เป้าหมาย ของ การศึกษา ที่กำหนดไว้เดิม </li></ul>  <ul style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; color: green; tab-stops: list 36.0pt"> กาสอบตก หรือ ซ้ำชั้น  หรือ ตกออก เป็นสิ่ง ต้องห้าม ในระบบการศึกษาไทยในปัจจุบัน  ใครผ่านเข้าไปแล้ว มีโอกาส จบการศึกษา สูงมาก ไม่ว่าคุณภาพจะต่ำขนาดไหน เพราะ เป็นการรักษา น้ำใจ ของ ผู้มีพระคุณ ที่อุตส่าห์มาสมัครเรียน และ/หรือ ลงทะเบียนเรียนจนทำให้ผู้สอน มีผลงานพอที่จะไปผ่านเกณฑ์การ ประเมิน และ ข้ออ้าง ในการของบประมาณของหน่วยงาน การประเมินจึงเป็นแบบ ถ้อยทีถ้อยอาศัย ยังไงก็ให้ผ่านๆไป คุณภาพ ระดับไหนก็ ยอมๆ ไปก่อน เข็นบ้าง อุ้มบ้าง หรือช่วยทำแทนให้บ้าง พอ ผ่านๆ ไป อีกคนหนึ่ง </li></ul>  <ul style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; color: green; tab-stops: list 36.0pt"> ดังนั้น ส่วนใหญ่ คนที่เข้ามาเรียน ไม่จำเป็นต้องรู้ตามที่เขียนไว้ในหลักสูตร แต่ก็มีโอกาสจบสูงมาก ถ้าไม่ไป “เสียรังวัด” งัดข้อขัดผลประโยชน์กับผู้สอนเสียก่อน คุณภาพ จึงได้บ้าง ไม่ได้บ้าง และ ได้โดย บังเอิญ มากกว่าจะเป็นไปตามมาตรฐาน การศึกษา </li></ul>  <ul style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; color: green; tab-stops: list 36.0pt"> และบางที มาตรฐาน ก็เป็นเรื่อง ความรู้สึกส่วนตัว จาก Academic freedom ที่บังเอิญ อาจ ไม่เข้าใจ เป้าหมายของการ ศึกษา ที่แปลว่า การพัฒนาตนเอง ตามแผนที่เขียนไว้ในหลักสูตรทุกหลักสูตร แบบไม่ค่อยพลาด แต่มักไม่นำมาปฏิบัติ ตามแบบ วัฒนธรรมกระดาษเปื้อนหมึก </li></ul><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; color: green; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p><ul style="margin-top: 0cm"><li> <ul><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; color: green; tab-stops: list 36.0pt">แค่วัดความสามารถในการ "ท่องไปสอบ" ก็อ้าง(สมมติ) ว่าเป็นการวัดการ "เรียนรู้</li></ul> </li></ul><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; color: green; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p><ul style="margin-top: 0cm"><li> <ul><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; color: green; tab-stops: list 36.0pt">หรือ แค่ "กากะบาด" ถูก ก็บอกว่า "มีความรู้"</li></ul> </li></ul>  <ul style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; color: green; tab-stops: list 36.0pt"> ดังนั้น หลักสูตร จึงมีไว้อวดคนภายนอก ที่ไม่รู้เรื่อง หรือให้คนหลงกลเข้ามาเรียน แต่มักไม่ค่อยใช้จริง เพราะ ผู้สอน ก็ถนัดที่จะสอนแบบ เดิมๆ ตามถนัด แบบ ไม้แก่ดัดยาก และ คนสอนรุ่นใหม่ก็มีแนวโน้มจะทำตาม ไม้แก่ เป็นต้นแบบเสียอีก โดยไม่มีใครคัดค้านใคร เพราะ อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ทำแบบเดียวกัน แบบ ปกติธรรมดา </li></ul>  <ul style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; color: green; tab-stops: list 36.0pt"> ผลก็คือ มาตรฐาน เป็นเพียงคำ หรือสิ่งที่เขียนไว้ในกระดาษประเมิน ตามกระดาษ รู้ และเข้าใจ แค่ใน กระดาษ ที่ผมขอใช้คำว่า วัฒนธรรมกระดาษเปื้อนหมึก นั่นแหละครับทุกอย่างมีหลักฐาน อยู่ในกระดาษ แต่ความจริงจะเป็นอย่างไรนั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกัน เพราะประเมินตามกระดาษอยู่แล้ว </li></ul>  <ul style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; color: green; tab-stops: list 36.0pt">นี่คือ มุมหนึ่ง ที่เป็นแก่นของปัญหาทาง การศึกษา ที่ผมไม่แน่ใจว่าเราที่ทำงานในระบบ มองข้าม ไม่เข้าใจ หรือทำเป็นไม่รู้ หรือกำลังหลงทางกันแน่</li></ul>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ที่แน่ๆ สิ่งเหล่านี้กำลังทำลายระบบการศึกษาไทยอย่างรุนแรง </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">และมากขึ้นทุกวัน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>  เราไม่คิดจะมองหาทางแก้ไขกันเลยหรือครับ