วันพฤหัสที่ผ่านมา (7 ก.พ. 51) ผู้เข้าร่วมอบรมนบก. รุ่น 11 ทุกคนไปเข้ารับการอบรมภาวะผู้นำในยุคการเปลี่ยนแปลง และมีกิจกรรม walk rally จัดที่โรงแรมชลพฤกษ์ จังหวัดนครนายก เดินทางโดยรถบัส ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงเศษ

     ไปถึงที่โรงแรมก็เข้าที่พักก่อน ผมพักคู่กับคุณรังสิต เงาแก้ว ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผน คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (ทางสกอ.จับคู่ให้) คู่จะเปลี่ยนไปตลอดครับ หลังจากเข้าที่พักเรียบร้อยก็รับประทานอาหารว่างและเข้าไปที่ห้องประชุม

      ห้องประชุมจัดเป็นรูปตัว U มีพื้นที่ตรงกลางให้ทำกิจกรรมกันได้อย่างสะดวก มีการบรรยายเรื่อง ภาวะผู้นำในยุคการเปลี่ยนแปลง โดย อ.กนิษฐ์ ศรีสุวรรณ และสลับด้วยกิจกรรมสร้างความคุ้นเคย มีการให้ทุกคนเลือกหมายเลข เลือกรุปทรงเรขาคณิตในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อทายบุคลิกลักษณะของผู้ที่เลือก นอกจากนี้ให้ทุกคนวาดรุปที่สื่อความเป็นตัวของตัวเอง และเขียนเรื่องเล่าความสำเร็จที่ภาคภุมิใจ 2 เรื่อง เป็นเรื่องจริง 1 เรื่อง และเรื่องเท็จ 1 เรื่อง ทำให้บรรยากาศเริ่มสนุกสนานขึ้นครับ

     หลังจากที่อ.กนิษฐ์ ศรีสุวรรณ บรรยายสลับกับการทำกิจกรรมเสร็จแล้ว มีการพักรับประทานอาหารว่าง ถัดจากนั้นมามีการทำกิจกรรมสร้างความคุ้ยเคย และมีการแบ่งกลุ่มกันด้วยการเล่มเกม  โดย ผศ.สานิตย์ ทิพย์ธารา 

      ช่วงบ่ายเป็นกิจกรรม walk rally มีการแบ่งกลุ่มออกเป็น 4 กลุ่ม แต่ละกลุ่มจะมีเพลงประจำกลุ่ม กิจกรรม walk rally จัดเป็น 3 ฐาน

       ฐานแรกที่กลุ่มผมไปทำกิจกรรมคือ การกรอกน้ำลงในท่อ เพื่อให้ลูกปิงปองลอยขึ้น มาโดยแต่ละคนจะส่งน้ำโดยการห่อมือ ซึ่งน้ำที่ส่งไปแต่ละคนจะหกไปเรื่อย ๆ พอถึงคนสุดท้ายน้ำก็จะค่อนข้างเหลือน้อย สุดท้ายลองคิดกันว่า น้ำไม่จำเป็นต้องส่งต่อหลายคนก็ได้ เพื่อจะได้ไม่สูญเสียน้ำมาก (ลดขั้นตอน)

        ในฐานแรกยังมีกิจกรรมลอดห่วง โดยมีเชือกขึงเป็นรูปสี่เหลี่ยม มี 3 แถว ให้ทุกคนลอดออกไปให้ได้ แถวที่อยู่บนสุดค่อนข้างที่จำเป็นต้องลอดไปก่อนให้ได้ สำหรับทีมผมไม่ได้มีการวางแผน ลอดแถวล่างก่อน (ผิดพลาดที่ไม่ได้มีการวางแผน )

        ฐานที่สองเป็นการโยนลูกเทนนิสลงกระบอก ฐานนี้ผ่านไปได้ไม่ยาก เพราะผู้ที่เป็นคนรับลูกค่อนข้างมีความแม่นยำในการรับลูก (มีวิสัยทัศน์ สายตายาว)

         ฐานที่สามเป็นการโยนลุกปิงปอง ลงหลุมที่วางไข่ ค่อนข้างยาก เพราะต้องอาศัยจังหวะที่เหมาะสม หลังจากโยนไปก็เกิดการเรียนรู้ว่า ต้องโยนลุกปิงปองให้ตกพื้นก่อน เพื่อให้กระเด็นไปลงหลุมได้ หากโยนลงหลุมไปเลยจะกระเด็นไปอีก วิทยากรที่อยู่ประจำฐานมีโปรโมชั่นให้ทุกคนเลือกคนที่โยนได้เก่งที่สุดมาประลอง โดยมีคะแนนพิเศษให้ แต่หากพลาดก็จะลบคะแนนออก  การเสี่ยงดังกล่าว มีผลให้คะแนนลบไปเยอะ เพราะโยนไม่ลงหลุมเลย (กฎการผิดพลาด มีเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา)

         ฐานนี้นอกจากจะมีการโยนลูกปิงปองแล้วยังมีการส่งจาน โดยให้ทุกคนเรียงแถวหน้ากระดาน จานแต่ละลุกจะใส่แป้งไว้ ให้ทุกคนส่งต่อโดยใช้คอหนีบและส่งต่อกัน หากจากตกก็จะหักคะแนน หรือว่าใช้มือช่วยก็ถุกหักคะแนน ตอนแรกทุกคนไม่ค่อยคล่อง ต่อไปเริ่มเรียนรู้ว่าจะส่งต่อกันอย่างไร ให้จานไม่ล่วง ฐานนี้ผ่านไปด้วยดี ใบหน้าแต่ละคนเต็มไปด้วยแป้งครับ


         พอเสร็จทุกฐาน วิทยากรให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนมาสรุป สำหรับกลุ่มผมทีมงานให้ผมเป็นตัวแทนออกไปสรุป วิทยากรก็มาสรุปภาพรวมให้ฟังอีกครั้งหนึ่งสำหรับสิ่งที่ได้จากกิจกรรมแต่ละฐาน

          ตอนเย็นรับประทานอาหารร่วมกันตามด้วย การผลัดกันขึ้นไปร้องเพลง เป็นอันจบสำหรับกิจกรรมนอกสถานที่ในวันแรก

           วันที่ 2 วันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ ผศ.สานิตย์ ได้นำเสนอVCD เกี่ยวกับการสูญเสียเอกราชของไทยให้ทุกคนดู พร้อมการบรรยายประกอบ เพื่อให้ทุกคนรักผืนแผ่นดินไทยแห่งนี้ หลังจากนั้นกิจกรรมที่ฝึกให้ทุกคนร่วมกันทำงานเป็นทีม มีอุปกรณ์ให้ คือ ตะเกียบ เชือกปอ ลุกปัด กระดาษ ให้ทุกคนช่วยกันคิดว่า ทำให้อย่างไรจะให้ลุกปัดไหลออกมาได้สะดวก โดยต้องใช้อุปกรณ์ทั้งหมด  Model แต่ละคนต่างกันไป ผมประทับใจ Model ของกลุ่มแรกที่ใช้เวลารวดเร็วมากในการให้ลุกปัดไหลออกมาจากเชือก โดยใช้ลุกปัดร้อยในเชือกปอ และมัดกับตะเกียบ 2 ข้าง มีกระดาษทำเป็นห่อสี่เหลี่ยมไว้ด้านล่าง ใช้กรรไกรตัดเชือก ลุกปัดก็ไหลลงมาอย่างรวดเร็วทั้ง 2 ด้าน

            หลังจากกิจกรรมดังกล่าว ก็มีการเล่มเกมแข่งยิงเรือ..........โดยแบ่งเป็นทีม ๆ ละ 6 คน ทุกคนนั่งเป็นเรียงแถวตอนลึก มีการตั้งชื่อเรือแต่ละลำ คนหลังสุดของแถวตะโกนคำว่า เรือมาแล้ว คนถัดมา พูดว่า ขึ้นปืน ถัดมา เล่งเป้า ถัดมา พูดชื่อเรือที่จะยิง ถัดมา พูดว่า ยิงได้ คนหน้าสุดพูดชื่อเรือที่จะยิง ต้องตรงกับคนที่พูดชื่อเรือ  กิจกรรมนี้ฝึกการทำงานเป็นทีมครับ


                                                                                                                           บอย สหเวช
                                                                                                                           12 ก.พ. 51