หากยังเป็นเฉกเช่นนี้.....คงมีประโยคเดียวเท่านั้นล่ะค่ะ ที่หลุดออกมา.....โอ....อนาถหนอ.....อนาถหนอ....

ครูแอนเพิ่งกลับมาค่ะ....มารายงานตัวค่ะ....จากการกลับมาจากการไปคุมการสอบเพื่อประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ระดับชาติ ( National test )  หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า  การสอบ N.T. ที่โรงเรียนประถมศึกษาในตัวอำเภอเดียวกันนี่ล่ะค่ะ  แต่โรงเรียนนี้อยู่ห่างจากโรงเรียนครูแอนแค่  6  ก.ม. เองล่ะค่ะ โรงเรียนนี้มีชื่อว่าโรงเรียนบ้านพระพุทธค่ะ   ตามคำสั่งจาก สพท. ครูแอนและพี่ที่โรงเรียนอีกท่านหนึ่งจะต้องไปคุมสอบเด็ก ป.3 ค่ะ  โอ...แม่เจ้า....ป.3  ด้วย (ก้อไม่เคยสอน ป.3 มาก่อนนี่ค่ะ....เลยมีอาการตื่นเต้น อยู่บ้างเหมือนกันนะเนี่ย....  เคยแต่สอน ม.3 ค่ะ  เด็กวัยรุ่นเลย....ครั้งนี้ไปคุมเด็กเล็กๆ เลยสิอ้าว...

         เลยต้องขับรถไปก่อนเวลาสอบของเด็กๆ ค่ะ  ไปถึงที่โรงเรียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ก็ได้รับการต้อนรับจากท่าน ผ.อ. และคณะครูของโรงเรียนบ้านพระพุทธเป็นอย่างดี  และได้เข้าสบทบกับคุณครูอีก 2 ท่านจากโรงเรียนวัดเทพาไพโรจน์  เนื่องจากชั้น ป.3 ที่นี่มีเพียง  2  ห้อง  จึงมีครูคุมสอบห้องละ  2  ท่าน จนกระทั่งเวลาแห่งการสอบมาถึง

         ท่าน ผ.อ. และคณะครูแจ้งห้องที่พวกเราทั้งสี่ จะต้องไปคุมสอบว่าอยู่ตึกใด  ชั้นไหน  โดยมีคุณครูในโรงเรียนเป็นผู้นำพวกเราไป  พวกเราทั้งสี่จึงเบิกข้อสอบจากโรงเรียนไปเพื่อดำเนินการสอบตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมาย 

        เมื่อเจอเด็กๆ พวกเราก็ทักทายเด็กตัวเล็กๆ ทั้งชายหญิงเหล่านั้น  เด็กที่นี่ทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นไทยมุสลิมค่ะ  เด็กผู้ชายก็เลยต้องนุ่งกางเกงขายาวกับเชิ๊ตขาว  ส่วนเด็กผู้หญิงนุ่งกระโปรงยาวกรอมเท้า  เสื้อขาวแขนยาว และมีผ้าคลุมศรีษะสีขาว        

         หลังจากทักทายกันเสร็จแล้ว  บรรดาคุณครูผู้คุมสอบก็แจ้งเด็กน้อยเหล่านั้นให้ตระหนักถึงเรื่องของการฝนวงกลมในกระดาษคำตอบให้ถูกต้องตามที่คุณครูของพวกเขาเตรียมสอนกันมาก่อนล่วงหน้าแล้วในส่วนของ  รหัสโรงเรียนที่มีเลขถึง  8  หลัก  รหัสห้องสอบเอย  รหัสเลขที่นั่งสอบเอย  ที่หนักสุดเห็นจะเป็นรหัสประจำตัวประจำตัวประชาชนที่มีเลขถึง  13  หลัก  (เฮ้อ...คงหนักเอาการสำหรับเจ้าตัวกะเปี๊ยกพวกนี้) เมื่อแจ้งเตือนเจ้าตัวน้อยๆ เสร็จ  ก็เริ่มแกะซองข้อสอบทำกันเลย.....         

      .....ดูเหมือนน่าจะไม่มีปัญหาใดๆเกิดขึ้นอีกแล้ว ..... จากการรับซองข้อสอบที่มีหน้าซองระบุจำนวนชุดข้อสอบไว้  56  ชุดก็ไม่น่าจะมีปัญหา  หนำซ้ำมีการบรรจุห่อข้อสอบมาอย่างเรียบร้อย  ที่หนักไปกว่านั้น...มันมาจากส่วนกลาง  จากสพฐ. โดยตรง....         

       เมื่อพวกเราทั้งสี่เริ่มเปิดซองข้อสอบ  สิ่งที่พวกเราพบคือ  ชุดข้อสอบที่มีอยู่จริงในหีบห่อบรรจุข้อสอบนั้นมีอยู่เพียง  21  ชุด  จากที่หน้าหีบห่อบรรจุแจ้งไว้ว่ามีถึง  56  ชุด  ....อ้าว....เอาล่ะสิคะ...ปัญหาเกิดขึ้นแล้วค่ะ        

      จะทำอย่างไรกันดี.....พวกเราซึ่งเป็นคณะกรรมการคุมสอบจึงต้องแจ้งปัญหาต่อประธานศูนย์สอบที่โรงเรียน....ประธานศูนย์ท่านเป็นผู้อำนวยการจากอีกโรงเรียนหนึ่ง....จึงแก้ปัญหาโดยการบึ่งรถเข้ามาในตลาดอีก  6  ก.ม.  เพื่อมาถ่ายสำเนาข้อสอบและกระดาษคำตอบ.....        

  ในระหว่างรอข้อสอบ...ครูคุมสอบแต่ละห้องต่างงัดวิทยายุทธิ์ที่ตนมีมาใช้  เพื่อสกัดด่านจับปูใส่กระด้งค่ะ  คุณครูอีก  2  ท่านมาจากโรงเรียนประถมศึกษาท่านจึงพอจะคุ้นชินกับวัยของเด็กตัวน้อยๆ เหล่านี้.....         อ๋าว....แล้วทีนี้ครูแอนกับครูพี่ผู้ชายที่แสนจะเรียบร้อยอีกท่านหนึ่งจะทำอย่างไรกันล่ะเนี่ย.....ปิ๊ง!!!....ค่ะ"เกมส์"เลยค่ะ  แต่จะเกมส์อะไรดีที่จะเก็บเด็กๆ ไม่ให้เล่นเกมส์แบบโวยวายโหวกเหวกๆ รบกวนชั้นอื่นๆ ของโรงเรียนได้   ในเมื่อเราสองคนเป็นคุณครูภาษาอังกฤษกันทั้งคู่  ครูแอนเลยส่งเกมส์ Hang Man ออกสู่สายตาเด็กๆ ค่ะ  ....ได้ผล....เพราะเด็กๆ ยังไม่เคยเล่นเกมส์นี้  เจ๋งด้วยค่ะ เด็กๆ เค้าได้รู้จักตัวอักษรด้วย  (แม้ว่าหลายๆ คนจะบอกชื่อตัวอักษรในภาษาอังกฤษไม่ถูกก็ตาม) และรู้จักคำศัพท์ง่ายๆ ในภาษาอังกฤษด้วย  เราเล่นกันแบบสนุกกันใหญ่ทั้งเด็ก...ทั้งครู... (และบ่อยครั้งที่คุณครูที่คุมอีกห้องหนึ่งต้องเดินมาดูเพราะแปลกใจว่าทำอีท่าไหนกันเนี่ย  ครูมัธยม  2  ท่านนี้) จนท่านประธานศูนย์สอบนำข้อสอบมาให้...เราก็เลยต้องเลิกเล่นกันอัตโนมัติและชักชวนกันมาทำข้อสอบกันต่อ...มิหนำซ้ำเจ้าตัวเล้กยังขอเล่นต่อหลังสอบเสร็จอีก....เอากันเข้าไปนั่น....            

       คราวนี้ล่ะค่ะ....ปัญหาที่ตามมาคือ...กระดาษคำตอบที่เด็กๆ ทำ...เป็นกระดาษที่ถ่ายสำเนามาไงคะ  โดยใช้กระดาษ A 4 นี่แหละค่ะ....  แล้วเด็กๆ ก็ตั้งใจฝนวงกลมเหล่านั้นกันอย่างขะมักเขม้น  ทำข้อสอบ (ที่สอบใน  2  รายวิชา  คือภาษาไทยและคณิตศาสตร์)  กันอย่างตั้งใจสุดๆ นะคะ  แต่สุดท้ายกระดาษข้อสอบเหล่านี้ก็อาจจะไม่ได้รับการตรวจ  เนื่องจากข่าวว่าทำการตรวจด้วยคอมพิวเตอร์  จึงใช้กระดาษคำตอบเหมือนการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแต่ดันมาใช้กับเด็ก ป.3 ที่มีวุฒิภาวะต่างกันมากโข          

    นี่คงเป็นปัญหาให้แก้กันต่อไปกับกระดาษคำตอบกองนั้น  ของเด็ก ป.3 โรงเรียนบ้านพระพุทธ  แล้วจะมีอีกหลายโรงเรียน ในหลายๆ จังหวัดอีกมั๊ยคะที่จะเจอกรณีเดียวกันนี้....เฮ้อ....ประเทศไทย.....        

    เป็นปัญหาที่อยากถามเพื่อหาคำตอบและวิธีการแก้ไขในการสอบครั้งต่อๆ ไป

1.              ทำไมการจัดข้อสอบลงหีบห่อซึ่งมาจาก สพฐ.โดยตรงไม่กระทำการด้วยความรอบคอบระมัดระวังและถูกต้องมากกว่านี้  (ทั้งๆ ที่ระยะทางจากกรุงเทพ-สงขลา ราวๆ 1,000 กว่ากิโลเมตร  เพราะเมื่อเกิดปัญหา  แน่นอนความยุ่งยากตามมาแน่ๆ ในพื้นที่ห่างไกล)

2.              เด็ก ป.3  จำเป็นหรือไม่ที่ต้องฝนวงกลมกรอกรายละเอียดเยอะแยะมากมายแบบเดียวกับเด็ก ม.6  ที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย

3.             การศึกษาในประเทศไทย....ท่านผู้ใหญ่ต้องการอะไรกับเด็ก ป.3 เหล่านั้นอีกมากมายกระนั้นหรือ  เพียงแค่การจัดส่งข้อสอบมายังมือน้อยๆ เหล่านั้นยังพลาดเลย  (ถ้าหากจะเป็นพลาดในระดับเล็กๆ คงไม่น่าห่วง  แต่การสอบครั้งนี้เป็นระดับชาติด้วยซ้ำไปนะคะเนี่ย)  

        หากยังเป็นเฉกเช่นนี้.....คงมีประโยคเดียวเท่านั้นล่ะค่ะ  ที่หลุดออกมา.....โอ....อนาถหนอ.....อนาถหนอ....