เพลงอีแซว
เล่นแบบผสมผสานกับเพลงอื่น ๆ
หรือควรเล่นเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ชำเลือง มณีวงษ์ (ผู้มีผลงานดีเด่นเพลงพื้นบ้าน)
เพลงอีแซว ศิลปะการแสดงท้องถิ่นของจังหวัดสุพรรณบุรี แต่เดิมเล่นกันในงานสำคัญของชุมชน พบมากคือ งานปิดทองไหว้พระประจำปี งานรื่นเริงตามเทศกาล ได้แก่ ทอดกฐิน ผ้าป่า เทศกาลตรุษ สงกรานต์ งานบุญ งานบวช งานแก้บนและงานรื่นเริงต่าง ๆ แต่มีข้อยกเว้นคือ ไม่นิยมแสดงในงานมงคลสมรส เป็นความเชื่อมาตั้งแต่เริ่มต้น ฟังจากครูเพลงเก่า ๆ ท่านเล่ามาว่า เนื่องจากเพลงอีแซวเป็นการแสดงที่มีการปะทะคารมกันระหว่างฝ่ายชายกับฝ่ายหญิงและมีการร้องกระทบกระเทียบเสียดสี ไปจนถึงต่อว่า ด่ากันอย่างรุนแรง เอาแพ้เอาชนะกัน จึงไม่นิยมหาเพลงอีแซวมาเล่นในงานแต่งงาน
ผมได้ดูเพลงอีแซวของนักแสดงอาชีพในจังหวัดสุพรรณบุรีหลายคณะ ได้ติดตามดูมาเป็นเวลานานหลายสิบปี ทุกคณะจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนกันเสียเลยทีเดียว มีข้อแตกต่างกันบ้างในเนื้อหา ลำดับขั้น และวิธีการนำเสนอในการแสดงแต่ละครั้งแต่ละงาน ได้แก่
เพลงอีแซว คณะนกเอี้ยง เสียงทอง เริ่มต้นร้องไหว้ครู ออกตัวชาย-หญิง ส่วนหัวหน้าวงจะออกมาร้องเกริ่นและบอกเรื่องราวของงานสั้น ๆ ต่อไปก็เล่นเพลงแต่งตัวไปเจอหน้ากัน เมื่อพบหน้ากันของทั้ง 2 ฝ่ายก็จะประคารมกันเลย ส่วนใหญ่เพลงที่ใช้เล่นมักจะเป็นเพลงต่อว่ากันด่ากัน มีคำร้องและพูดหนัก ๆ แบบชาวบ้านด่ากัน มีบทพูดบทเจรจานำไปสู่เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่แสดงโดยปูเรื่องราวไปสู่การร้องเพลงลูกทุ่ง นักแสดงจะร้องเพลงลูกทุ่งตามคำขอ 2-3 เพลง (มีผู้ขอขึ้นมาหรือมีจดหมายเขียนมาขอเพลง) จบการแสดงพูดลาผู้ชม
เพลงอีแซว คณะสุจินต์ ศรีประจันต์ เริ่มต้นการแสดง โดยหัวหน้าวงนั่งพูดกับท่านผู้ชมเป็นการพูดที่หน้าเวที ก่อนที่จะร้องไหว้ครู ในการไหว้ครูจะร้องทั้ง 2 พาน คือทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง ต่อจากนั้นก็จะเป็นเพลงออกตัว ร้องเกริ่นเกี่ยวข้องกับงานนั้นๆ (ด้นกลอนสด) ต่อไป เป็นเพลงแต่งตัว เดินทางไปหาสาวจนถึงได้พบหน้ากัน เล่นเพลงประ (ปะทะคารม) เพลงค่อนข้างรุนแรง คำหนัก ๆ ไปจนถึงคำแดง (ด่ากันตรง ๆ เลย) แล้วต่อมาก็จะมีคนปูเรื่องไปสู่เพลงแยก เป็นเพลงฉ่อย ปะทะคารม ปูเรื่องไปสู่เพลงเต้นกำ (เพลงเกี่ยวข้าว) เล่นเป็นเพลงประทั้งหมด ในตอนสุดท้ายจะเป็นการร้องลาด้วยเพลงแหล่อวยพรกึ่งด้นสด ๆ โดยหัวหน้าวง
เพลงอีแซว คณะขวัญจิต ศรีประจันต์ (ศิลปินแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2539) ถือได้ว่าเป็นวงเพลงที่มีมาตรฐานในการแสดงสูง มีศิลปินนักแสดงระดับวัยรุ่นเกือบทั้งหมด วงนี้ใช้เครื่องประกอบจังหวะหลายอย่าง มีทั้งตะโพน รำมะนา ฉิ่ง กรับ เริ่มต้นการแสดงด้วยบทร้องไหว้ครู โดยผู้แสดงทั้ง 2 ฝ่ายจะร้องไหว้ครูต่อเนื่องกันไปเลยในบทเพลงเดียวกัน จบแล้วจะเป็นการแสดงหน้าม่าน นักแสดงออกมาเจรจามุขตลกขบขันแสดงลีลาที่น่าขันเพื่อปรับบรรยากาศเข้าสู่การแสดงเพลงออกตัว นักแสดงเล่นเพลงเกริ่น เพลงเดินไปหาสาวนจนได้พบหน้า ปะทะคารมกันพอหอมปากหอมคอ ตลอดการแสดงมีสอดแทรกมุขตลกเฮฮาเป็นระยะ ๆ เมื่อถึงเวลาประมาณ 22.00 น. อาจจะเร็วหรือช้ากว่านี้เล็กน้อย หัวหน้าวงออกมาแสดง ร้องด้วยกลอนสดทั้งหมด ขวัญจิต ศรีประจันต์ จะร้องเพลงอีแซวบอกเรื่องราวของการแสดงในงานคืนนั้น และฝากเพลงไว้กับท่านผู้ชม ประมาณ 20 นาที จึงหันมาเข้าเรื่องทั้งวงต่อไป เพลงปะทะคารม จะเป็นการเสียดสีต่อว่ากันด้วยเพลงพื้นบ้านแบบอื่นบ้างเข้ามาแทรกบ้าง สนุกสนานชวนให้น่าติดตาม จนไปถึงตอนสุดท้าย เป็นเพลงลา บางงานผมได้ยินพี่เขาร้องเป็นรานิเกลิง (ลิเก) ลาผู้ชม บางงานก็ร้องเป็นทำนองโศก
เพลงอีแซว คณะขวัญใจ ศรีประจันต์ เป็นวงเพลงอีกวงหนึ่งที่นักแสดงคร่ำหวอดอยู่กับเวที ขวัญใจรับงานแสดงเพลงอีแซว เพลงฉ่อย ลำตัด แสดงประกอบเทศน์ทรงเครื่องเรื่องพระเวสสันดร เครื่องดนตรีประกอบจังหวะจึงมีหลายอย่าง มีทั้งวงปี่พาทย์เครื่องห้า ตะโพนมอญ ตะโพนไทย ฉิ่ง ฉาบ กรับ โหม่ง เปิดม่านด้วยเพลงแหล่รำวงเรื่องขุนช้างขุนแผน โดยยกเอามาเล่าเฉพาะตอนที่สำคัญ ๆ ต่อจากนั้นจึงเป็นการร้องไหว้ครู จบจากการร้องไหว้ครูก็จะเป็นเพลงออกตัวทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง ผู้ชายแต่งตัวไปหาสาวชวนเล่นเพลง ฝ่ายหญิงแต่งตัวไปหาหนุ่ม ทั้งสองฝ่ายได้พบกัน เวลาประมาณ 22.00 น. หัวหน้าคณะออกมาแสดง เป็นการด้นกลอนสดสั้น ๆ 5-10 นาที บอกเรื่องราวของงานในคืนนั้น แล้วเล่นสนุก เพลงเดินไปเที่ยวงาน เล่นเพลงประคารมที่ใช้คำร้องหนัก ๆ บ้าง ใช้ลีลาท่าทางประกอบบทร้องที่อาจจะดูแรงไปบ้างก็มี จนจบการแสดงพูดลาท่านผู้ชม
เพลงอีแซว คณะเพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ ตั้งอยู่ที่โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีผมร่วมแสดงกับเด็ก ๆ ในวงประมาณ 15-19 คน ในแต่ละงาน วงเพลงมีประสบการณ์ในการแสดงมาถึงปีที่ 17 แล้ว มีการแสดงเพลงพื้นบ้านหลายอย่าง ได้แก่ เพลงอีแซว ลำตัด เพลงฉ่อย เพลงพวงมาลัย เพลงเต้นกำ เพลงเรือ เพลงแหล่ ขับเสภา ทำขวัญนาค ผมจะจัดการแสดงให้เป็นไปตามหัวข้องานที่กำหนดมาให้ เช่น ถ้างานนี้เป็นการแสดงเพลงอีแซว เราก็จะแสดงเฉพาะเพลงอีแซวไปตลอดตั้งแต่เริ่มต้นจนจบการแสดงในเวลา 1 ชั่วโมง ถึง 4 ชั่วโมง แต่ก็อาจจะมีบางครั้งจัดเพลงตามที่ท่านผู้ชมขอมาบ้าง งานใดผู้ติดต่อต้องการลำตัด เราก็จัดการสาดงลำตัดไปแสดงในเวลา 1-2 ชั่วโมงครึ่ง และในตอนท้ายเล่นเพลงอีแซวซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเราด้วย งานใดท่านเจ้าภาพต้องการเพลงฉ่อย เราก็จัดเฉพาะเพลงฉ่อยไปแสดงในเวลา 1-2 ชั่วโมงครึ่ง และในตอนท้ายเป็นเพลงอีแซวที่เราถนัดต่ออีก 1 ชั่วโมง วงเพลงอีแซวของโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 ผมฝึกหัดให้เด็ก ๆ เล่นเพลงได้หลายอย่าง แต่เนื่องจากเด็ก ๆ ต้องจากวงไปในเวลาอันจำกัดมาก 3 ปี บ้าง 6 ปีบ้าง เด็กต้องออกไปศึกษาต่อ การเพาะต้นกล้างานเพลงจึงเป็นเรื่องที่ลำบากมาก และยากยิ่งที่จะทำให้มีเพลงหลาย ๆ ชนิดเล่นได้ยาวทั้งคืน ถ้าพูดถึงจะให้แสดงเพลงอีแซว เด็ก ๆ มีข้อมูลที่สามารถเล่นได้ในเวลาไม่จำกัด แสดงอย่างต่อเนื่องได้ ครับ
ในการที่ผมร่วมแสดงอยู่บนเวทีกับเด็ก ๆ ด้วยในงานที่มีท่านผู้ชมติดต่อไปแสดงเป็นงานกลางคืน เล่น 3-4 ชั่วโมง เด็ก ๆ เขาจะต้องท่องจำบทร้องและฝึกซ้อมกันนาน ส่วนผมร่วมแสดงแบบผสมผสาน ผมด้นกลอนสดทั้งหมด และผมจะปูทางไปสู่ชนิดของเพลงพื้นบ้านอื่น ๆ เพื่อให้ท่านผู้ชมได้รู้จักว่า เพลงพื้นบ้านในแต่ละชนิดมีเอกลักษณ์เฉพาะเพลงที่แตกต่างกันด้วย เพลงอีแซวก็ร้องอย่างหนึ่ง การเกริ่นขึ้นต้นก็จะเป็นรูปแบบของเพลงอีแซวเท่านั้น
เพลงฉ่อยก็จะต้องมีการร้องเกริ่น เบิกโรงก่อน โดยร้องว่า “เอ่อ เอ๊ย..พ่อเพลงเขาก็มาเชิญ ร้องเกริ่นกันเสียจนตัวโก่ง แต่ว่าพอได้ฤกษ์ ก็มาเบิกโรง รับกันจนโขมง โฉงเฉง ขอเชิญแม่เพลงชวนลูกน้อง เอ่ยปากมาร้อง เป็นเพลง เอย.... เอิ้ง เหง่อ เออ เอ๊ย....ไป” (ลูกคู่รับ) ขอเชิญแม่เพลง ชวนลูกน้อง เอ่ยปากมาร้อง เป็นเพลง เอ่ยปากมาร้อง เป็นเพลง เอย... เอิ้ง เหง่อ เออ เอ๊ย ...ไป ชา...ชะชา แล้วตัดไปเป็นร้องรับ เอ่ชา ชะช้าชา ฉ่าชา หน่อยแม่ หรือร้องรับแบบเก่า โดยจะร้องรับ เอ่ชา ชา ฉ่า ชาชา
ส่วนเพลงเต้นกำก็จะมีร้องเกริ่นนำก่อน โดยร้องว่า “เอย..ตะวันก็บ่าย ใกล้จะเย็น.. แม่ผมกระจาย หลายเส้น เย็นแล้วนะเออ เออ เฮ้อ เออ.. ผมกระจายหลายเส้น เย็นแล้วนะเออ เออ เฮ้อ เอย....ถ้าเล่นเป็นงานก็จะมีบทร้องไหว้ครู ร้องสั้น ๆ แล้วตัดมาเข้าเพลงเต้นกำที่ร้องขึ้นต้นเพลงว่า เอิงเงอ เอิ้งเงอ เอิงเงิงเงอ เอิงเงิงเง๊ย..(ลูกคู่รับ) แบบเดิม เฮ้.. เฮ๊ะ หรือรับว่า เฮ้.. เอ้า เฮ้เฮ้ ไม่มีเคียว ที่จะเกี่ยวข้าว ว่าหนุ่มสาว สมัยนี้ (ลูกคู่) เฮ้ เอ้า เฮ้เฮ้ เขาใช้รถเกี่ยว แทนคน เวลาก็ร่น เร็วรี่ (ลูกคู่) เฮ้ เอ้า เฮ้เฮ้ จะเกี่ยวข้าว กันแต่ละที จึงไม่มี เพลงเลย (ลูกคู่) หงส์เอ๊ย เพลงเอ๊ย จะเกี่ยวข้าว กันแต่ละที จะเกี่ยวข้าว กันแต่ละที จึงไม่มี เพลงเลย หงส์เอ๊ย เพลงเอ๊ย ละที ละที จึงไม่ไม่มี เพลงเลย.....
ลำตัด ก่อนที่จะเล่น วงเรามีบทเบิกโรง ไหว้ครู อาจารย์ซึ่งผมขอยกให้พ่อครูหวังเต๊ะเป็นบรมครูของลำตัดในยุคนี้ บทร้องลำตัดที่ท่านได้ยินได้ฟัง ได้ชมกันอยู่ในเมืองไทยขณะนี้ มีรูปแบบและบทร้องที่ได้มาจากครูหวังแต๊ะทั้งสิ้น คณะของเราก็นำเอาบทเพลงบางส่วนมาใช้ในการแสดง แต่ได้มีการประยุกต์บทร้องให้สมสมัย โดยเขียนบทร้องลำตัดเข้ามาเสริมใหม่ ทั้งบทร้องที่เป็นประโยชน์และเพลงปะทะคารม ทั้งร้องเดินเนื้อ และร้องโขยก (มีจังหวะคลอ) สร้อยเพลงที่ใช้ในการร้องลำตัดที่ว่าไพเราะ เพราะมาก ๆ ก็ต้องยกให้ครูหวังเต๊ะและแม่ประยูร เช่น “สาลิกา โผมาทางไหนแน่ สาลิกา โผมาทางไหนแน่ สาลิกาแก้วเอย ทรามเชยไม่เหลียวมาแล” แล้วขึ้นเนื้อร้องด้วยกลอน แล (ร้องลงสระแอ ตลอดทั้งบท)
จากการสังเกตเพลงอีแซวหลาย ๆ คณะที่แสดงกันในงานต่าง ๆ จะพบว่า มีการผสม ผสานเพลงอื่น ๆ เข้าไปเหมือนกัน เพื่อให้ผู้ชมได้ดูอย่างอื่นด้วยและไม่เบื่อ แต่ทุกคณะจะนำเอาเพลงอื่นมาผสมผสานเพียงเล็กน้อย ไม่ให้เสียรูปแบบของเพลงอีแซว หรือไม่ทำให้เพลงอื่นเด่นกว่าเพลงอีแซว ซึ่งผมดูว่าก็น่าที่จะไปกันได้ และอีกอย่างหนึ่งคือ จะต้องนำเสนอให้ถูกต้องตามแบบฉบับมากที่สุด เพราะถ้าหากนำเสนอไปแล้วมีการบันทึกร่องรอยเป็นหลักฐานนำเอาไปเผยแพร่ทางสื่อมวลชน เมื่อพบข้อบกพร่องผิดพลาดแล้ว จะตามไปแก้ไขไม่ได้ ครับ
เคยดูการแสดงเพลงลำตัด เห็นว่าเขาก็เล่นเพลงประเภทอื่น ๆ ผสมผสานบ้างเหมือนกัน แต่ว่าจะเป็นการแสดงเพลงลำตัดเป็นหลัก มีแยกไปเล่นเพลงโน้นเพลงนี้และเปลี่ยนการแต่งตัวไปตามเพลง ยังจำได้ เคยดูนานแล้ว น่าดูมากครับ
ขอแสดงความเห็นด้วยว่า น่าจะทำได้ เพราะเคยดูมาแล้ว
มาให้กำลังใจครับ ตามอ่านเพราะสนใจ
กลุ่มคนดูเพลง
ขอขอบคุณในความเห็นที่เสริมกำลังใจให้แก่คนทำงาน แบบไม่มีค่าตอบแทนมากครับ
กวินทรากร
ขอขอบคุณอย่างมาก ที่ท่านเข้ามาให้กำลังใจ และติดตามเรื่องราวของเพลงพื้นบ้าน บทความทุกตอน ผมได้เล่าเรื่องราวที่ผ่านมา ล้วนแล้วแต่เป็น ประสบการณ์ตรงทั้งสิ้น ครับ
ชอบเพลงพื้นบ้านมากๆคับ ค่อยติดตามอยู่เรื่อยๆ เวลาดูทีไรมีความสุขทุกที เพราะผู้ร้องมีความสามมารถในการใช้ในสถานการณ์นั้น สุดท้ายนี้ชอบมากๆๆๆๆๆๆ
ชอบมากเลยคะ ตอนนี้กำลังศึกษาหาความรู้อยู่คะ โดยเฉพาะเรื่องลำตัด เพราะกำลังจะไปหัดให้นักเรียน เล็กๆที่โรงเรียนเล่น แต่ไม่รู้จะสำเร็จ จะจ้างครูมาสอนสอนก็หายาก และเรื่องค่าใช้จ่ายก็คงไม่มีคะ หาอะไรที่เป็นประโยชน์มาให้พวกเราศึกษาอีกนะคะ จะเป็นกำลังใจให้