อยากจะเล่าเรื่องให้ฟัง  ลูกสาวดิฉันปวดท้องมาใกล้เที่ยงคืนแล้วไปโรงพยาบาลหาดใหญแพทย์ได้ส่งไปทำเอกซเลย์คอมพิวเตอร์พบว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบและซีสประมาณ 1.54 ซม.  แต่เขาปวดท้องตลอดหมอก็ตัดสินใจผ่าตัดให้  ผลชี้นเนื้อออกมาแค่บวม ๆ แต่เขาก็ยังปวดท้องมาก  หลังจากนั้นไปอุลตร้าซาวด์พบว่า  มีน้ำในช่องท้อง  จึงเอาน้ำนั้นออกมาเป็นสีเหลือง  หลังจากนั้นเขาก็ยังปวดท้องตลอด  แพทย์ก็พยายามถามว่าที่บ้านมีปัญหาอะไรบ้าง บอกว่าไม่มีเขาเป็นเด็กร่าเริง เป็นนักกีฬายิงปีนค่อนข้างเก่งได้ถ้วยรางวัลที่ 1 และ2 แต่เขาก็ยังปวดท้องอยู่เวลาลำไส้มันบิดตัว  การผ่าครั้งที่สองแพทย์อารยะ  ไข่มุกซึ่งเป็นเจ้าของไข้ได้เชิญแพทย์จุมพต  บ่อเกิด  ซึ่งเก่งเรื่องส่องกล้องในการผ่าตัด  จึงได้ตัดสินใจผ่าอีกครั้งพบว่า  เป็นผังผืดแพทย์ทั้งสองคนได้เลาะออกหมด  แต่ลูกสาวก็ยังปวดท้องปวดแบบทนได้  พอทนไม่ได้ก็ไปโรงพยาบาลปากพนัง ได้Petedine ไปเป็นครั้ง ๆ จนโดนแพทย์และพยาบาลที่โรงพยาบาลปากพนังว่าติดยา และไม่ยอมฉีดยาให้  จึงส่งไปโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช  ได้ Petedine ไป 25 mg  ลูกสาวดีขึ้นจึงออกจากโรงพยาบาล  และมารักษาโรงพยาบาลหาดใหญ่  ดิฉันพาลูกไปหาหมดจุมพตที่ร้านเพราะท่านทำร้านอย่างเดียว เป็นอิสระ  แพทย์จุมพตให้อุลตร้าซาวด์และCT ใหม่พบว่า มีผังผืดอีก  ท่านก็เลยผ่าตัดอีกครั้งซึ่งเป็นครั้งที่ 3 โดยวิธีการผ่าตัดด้วยการส่องกล้องร่วมกับแพทย์อารยะ ครั้งนี้เป็นค่อนข้างมากแต่ หลังผ่าครั้งนี้ลูกสาวดีขึ้นมากเพราะได้ยาแก้อักเสบ และยาแก้ปวดตลอดสามารถเดินได้เร็วไม่เหมือนครั้งก่อน  ดิฉันสบายใจขึ้นแต่แพทย์บอกว่าเราจะป้องกันอย่างไรไม่ให้มันเกิดขึ้น  แพทย์ทั้งสองคนน่ารักมาก  พูดจาดี 

ดิฉันอยากรู้ว่าใครมีประสบการณ์เรื่องนี้บ้างช่วยบอกทีจะได้ช่วยลูกสาวได้อายุพึ่ง 18 ปีเอง

ดิฉันอยากรู้อีกว่าเวลาปวดฉีดยาแก้ปวด Petedine ในระหว่างปวดจะติดไหม

สาเหตุที่ทำให้เกิดผังผืดเกิดจากอะไร จะป้องกันถูก

ดิฉันขอบคุณแพทย์จุมพต  บ่อเกิด  และแพทย์อารยะ  ไข่มุก  มากรวมทั้งทีมงานที่ช่วยเหลือกันในวันนั้น