ผ่าตัดมาสามครั้งค่ะ ครั้งแรกตัดรังไข่ซ้าย สองปีต่อมาตัดรังไข่ขวา ห้าปีต่อมาตัดมดลูก ทั้งหมดเพราะชอคโกแลตซีส ครั้งสุดท้ายพังผืดเยอะมาก หมอใช้เวลาผ่าหกชั่วโมง อีกสองปีถัดมาปวดท้องมาก อาเจียน ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นลำไส้อักเสบเพราะเป็นมาหลายครั้งแล้ว หมอฉีดยา ให้ยา ยัไงก็ไม่หายปวด ตอนฉีดยาแก้ปวดจะหายอยู่สักสิบนาที แล้วก็เริ่มปวดเหมือนเดิม วันที่สามหมอเฉพาะทางมา เอ็กซเรย์ดู พบว่าเป็นลำไส้อุดตัน เพราะพังผืดจากการผ่าตัดไปพันลำไส้ไว้แน่นเลย 3 จุด ดูจากฟิลม์เหมือนไส้เราเป็นไส้กรอกอิสานเลย หมอเค้าเลยพักไม่ให้กินอะไร จนกว่ามันจะคลายตัว ซึ่งหากไม่คลายหมอบอกว่าอาจต้องผ่าตัดเอาส่วนที่ตันออก เพราะไม่งั้นเนื้อตรงนั้นจะตาย และเน่าอยู่ข้างใน โชคดีที่อีกสองวันต่อมาเราผายลมออกมาได้ แสดงว่ามันเริ่มคลายแล้ว หมอให้ทานแต่อาหารเหลวนที่เป็นน้ำไปอีกสองอาทิตย์ น้ำข้าวกับซุป ห้ามมีกากเลย หมอก็คุยให้ฟังว่าไม่ต้องไปกังวลกับมัน เพราะไม่มียารักษา ไม่มีสาเหตุและการป้องกันที่ชัดเจน อยู่ที่พังผืดในร่างกายเราจะเกร็งตัวรัดลำไส้เมื่อไหร่ ก็กินปกติ อีกสักหกเดือนค่อมาก็ปวดท้องอีก ขับรถแทบไม่ไหวมา รพ. คราวนี้มันปวดร้าวไปทั่วเลย ปวดแสบๆ ร้าวๆ เจอหมอทั่วไปก็ให้ไปเอกซเรย์ดูลำไส้ก็ปกติดี ฉีดยาแก้ปวดให้ก็หายสักสิบนาทีเหมือนเดิม พอดีหมอคนเดิมที่เคยรักษาเรากลับเข้ามา หมอที่รักษาก็เลยเข้าไปปรึกษาเคสเรา คุณหมอเดินมาดู ถามว่ากินอะไร บอกไปว่าเพิ่งไปทานส้มตำมา (พริกเม็ดเดียว) หมอคลำๆดู แล้วสรุปว่า "พริกติดลำไส้" ไม่ใช่ลำไส้ตัน ให้กินยาถ่าย พอลำไส้บีบตัวเคลื่อนกากอาหารไปตรงไหน มันก็ปวดตรงนั้น สักชั่วโมงก็ถ่ายออกมา หานปวดเป็นปลิดทิ้ง &&&&แต่มีข้อห้ามนะ ห้ามใช้ยาถ่ายกับอาการลำไส้อุดตัน เพราะจะทำให้ไส้แตกได้ อันตรายมากๆ&&& ดังนั้นต้องสังเกตอาการและเล่ารายละเอียดให้หมอฟังอย่างละเอียดถี่ถ้วนค่ะ ก็อยากเล่าให้ฟังเพื่อจะบอกว่า สิ่งเล็กๆ เช่นเศษพริก หรือเศษอาหารอื่นๆ อาจระคายลำไส้เราจนทำให้ปวดแสนสาหัสได้เหมือนกันค่ะ