ผู้ปรารถนาดีคนที่ 1 " เป็นคนดีจริงเลย ..ทำไมไม่ว่าบ้าง เห็นไปกุ๊กกิ๊กกับสาวๆอยู่...โน่น"
ผู้ปรารถนาดีคนที่ 2 " หนูอยากให้พี่เห็นจริงๆเลย ทำไมพี่เป็นคนแบบนี้นี่ ใจเย็นจัง ทำใจได้ไง"
ผู้ปรารถนาดีคนที่ 3 " เมียพี่ทำไมไม่เป็นอย่างนี้บ้างเนี่ย ดีจัง"และอีกฯลฯ ทั้งสายตาที่ดูสงสารประมาณว่า ..สามีไปจีบสาวๆ รู้รึยังก็ไม่รู้ เฮ้อ!!.
เนี่ย ...ล่ะคะความหนักใจของคนที่มีสามีทำงานที่เดียวกัน แถมสามีเป็นคนของประชาชน ดูแลเอาใจใส่ ช่วยเหลือไปทั่วหมดตั้งแต่สาวแก่ แม่หม้าย และสาวเด็กวัยหวาน แถมด้วยชาวเพศเดียวกันที่ไม่ตกเป็นข่าว และนังภรรยาก็เป็นคนที่พี่น้องเพื่อนฝูงรักและเป็นห่วงกันมากมาย จนได้ยินได้เห็นอะไรมาก็นำมาบอกต่อด้วยความปรารถนาดีไม่อยากเห็นเขาบนหัวคนดีอย่างเรา
ก็เออ!! ไม่เชื่อไม่ฟังก็ไม่ได้เนาะ เดี๋ยวเกิดเหตุขึ้นมาจะไม่มีใครให้ยืมหัวเข่า ...ก็เลยต้องสอบถามพูดคุยตามประสา คนคู่ที่อยู่กันมา 10 ปี ก็ clear ด้วยประโยคเด็ดเหมือนพระเอกในละครที่พูดกับนางเอกเลยค่ะ "ไม่เชื่อใจกันเหรอ เชื่อคนอื่นก็แล้วไป..แถมด้วยหน้างอนๆ น้อยใจนิดๆ" แหม!! คราวนี้เราก็ต้องวัดใจกันแล้วล่ะค่ะ สิ่งที่ตามมาก็คือ
- สามีก็ต้องอดทนกับคำค่อนแคะของภรรยา
- ภรรยาก็ต้องพยายามหยิบต่างหูที่มีมาใส่ให้หนักแน่น...ฮึ่ม!! เชื่อใจ...ๆ
"สาเหตุที่คนเลิกกัน..ก็คงประมาณนี่ล่ะเนาะ ปรับตัวไม่ได้กับบทพิสูจน์ใหม่ที่เข้ามาท้าทายในทุกระยะ"
ผมอยากให้คุณมีสติ ไม่ว่าเราจะเป็นอย่างไร มีปัญหามากน้อยแค่ไหนจะเป็นหรือตาย เราต้องมีสติให้ได้ ถ้าหนีมันไม่ได้ ก็จ้องดูมันไว้ ไม่ต้องคิดอะไร แล้วมันจะไม่สามารถทำให้คุณกลัวได้
- ชีวิตคู่กับการพูดคุย ปรับความเข้าใจและไว้ใจอย่างไรก็ต้องมีจริงมั้ยค่ะ
- เขว้ไปก็ต้องพากลับมา ไม่ใช่ปล่อยให้คิดเอง เออเอง