วันนี้ขอเล่าประสบการณ์ไปค่ายเบาหวานที่ไปครั้งแรกความรู้สึกช่วงก่อนไปค่ายคือรู้สึกเครียด กลัวๆ กล้าๆ ไม่แน่ใจว่า่จะทำงานได้ตามที่ได้รับมอบหมายได้ดีหรือไม่ ก็เลยถามความรู้สึกพี่ๆที่เคยไปค่ายมาบอกว่า เหนื่อย แต่ก็โชคดีว่าปีที่พี่ไปปีแรกทีมี่ีีื่่ีีนักกำหนดอาหารไปกัน2คนก็เลยช่วยกันทำงานและก็ผ่านไปได้ด้วยดี ทำให้เรารู้สึก เครียดเพิ่มขึ้นเพราะปีนี้ไปคนเดียวและแถมมีพี่พยาบาลมาดูงานด้านอาหารด้วย โดยกิจกรรมที่เตรียมก่อนไปค่ายมีทั้งงานด้านวิชาการและกิจกรรมด้านสันทนาการมากมายแต่แล้วความคิดที่เครียดก ็เริ่มคล้ายกังวลลงเพราะได้เห็นทุกคนช่วยกันระดมความคิดในการทำกิจกรรมสันทนาการและ่ซ่้อมกันอย่างแข็งขันมีทั้ง ผู้บริหาร คุณหมอ พยาบาลและพนักงานระดับต่างๆ ทำให้เรารู้สึกมีกำลังใจมากขึ้นในการทำงาน คืนก่อนไปค่ายเบาหวานก็พยายามทำโน้ตตัวเองว่าต้องทำอะไรบ้างในช่วงไปค่าย 3 คืน 4 วัน และแล้ววันไปค่ายก็มาถึงซึ่งคืนนี้มีกิจกรรมสันทนาการชาวค่ายเบาหวานโดยมีการเต้นประกอบเพลงระหว่างที่พวกเรา เต้นกันก็เห็นชาวค่ายยิ้มหัวเราะกันทำให้เราเกิดความรู้สึกสุขใจที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชาวค่ายมีความสุขค่ะ เมื่อเสร็จกิจกรรมทุกคนก็ต่างแยกย้ายกันไปห้องนอน เช้าวันรุ่งขึ้นมาถึงสิ่งที่ต้องทำก็คือการตักอาหารโชว์เพื่อให้ชาวค่ายเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องส่วนของอาหารแต่ละชนิด โดยรายการอาหารมื้อเช้ามีประมาณ 40 กว่ารายการที่ต้องตักโชว์ซึ่งจะต้องตักให้เสร็จทันก่อนชาวค่ายมาในระยะเวลาที่จำกัดมาก แรกๆตักไปก็กลัวไม่ทันเวลาเหมือนกันแต่แล้วความคิดในใจก็คิดขึ้นมาว่าก็ลองสมมติเป็นออกรายการ แข่งเกมโชว์ซิที่เค้ากำหนดว่าต้องทำให้เสร็จให้เร็วที่สุด ใครทำได้ก็ชนะไป เท่านั้นแหละทำให้มีความรู้สึกสนุกกับการทำงานและก็่ตักอาหารเสร็จก่อนเวลาที่ชาวค่ายมา (คิดอย่างนี้แล้วก็ทำงานได้อย่างสนุกจริงๆ นะ)มาเล่าให้พี่ที่ทำงานฟังพี่เค้าก็บอกว่ามันเป็นความคิดที่ดีนะ เมื่อเราปรับความคิด ชีวิตก็เปลี่ยนไป ทำให้เราทำงานได้ดีและสนุกสุขกับการทำงานมากขึ้นค่ะ ถ้าใครมีเคล็ดลับในการทำงานที่สนุก อย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ ขอบคุณค่ะ

ปฏิมา พรพจมาน/นักกำหนดอาหาร