เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าจากปากของคุณลุงพุทธาค่ะ ถึงตอนนี้คุณลุงก็อายุอานาม 81 ปีแล้วละค่ะ ยังมีฟันดีอยู่เลย (พิสูจน์มาแล้วจากกรมอนามัยค่ะ)

คุณลุงพุทธา ... รูปนี้หล่อสุดๆ ที่ภาคภูมิใจค่ะวิถีชีวิต : วิถีสุขภาพกาย ... วิถีสุขภาพช่องปาก ...

ลุงมีโรคประจำตัว คือ รูมาตอยด์ ตอนนี้รักษาสุขภาพอยู่ จะเลี่ยงอาหารจำพวกสัตว์ปีก รวมทั้งเครื่องใน ก็กินให้น้อยหน่อย นอกนั้นไม่เป็นโรคอะไร ความดันไม่เป็น โรคเลือดไม่เป็น เมื่อวันวานไปตรวจสุขภาพ คุณหมอเห็นเป็นแผล ให้ไปตรวจเลือด เพื่อตรวจโรคเบาหวาน ผลออกมาก็บอกว่าไม่เป็น ลุงยังแข็งแรง เดินทางไปไหนมาไหนได้เอง และเพิ่งจะเดินทางไปเชียงใหม่ ไปงานแต่งงานลูกสาว ไปอยู่ 6-7 วัน นอกนั้นก็ยังไป ไปเที่ยวกับแม่บ้านก็บ่อย
ลุงบอกว่า “... ผมทำอาหารเก่งนะครับ ขนมจีนน้ำยา เป็นที่หนึ่ง ต้องน้ำยาปลาช่อน ... ตัวใหญ่ๆ ... เคี่ยวให้ขาว ... ก็ใช้ได้ ใครๆ ก็ชอบ คนที่ทะเลาะกันไปแล้ว ยังชอบ มากินเสร็จแล้วกห่อกลับบ้าน แฟนก็ทำอาหาร ... แกงคั่ว แกงเลียง ฝีมือเขาก็อร่อย ...”

แต่ลุงมีโรคประจำตัวอยู่อย่างหนึ่ง ... พูดไป ก็หัวเราะไป ... คือ ผมเป็นโรคพูด พูดไม่หยุด เพราะอาชีพ ... ถ้าเป็นผู้ใหญ่ เป็นอาจารย์ใหญ่ เป็น ผอ. แล้วละก็ ต้องพูดตลอดมาละ ... ทีนี้ อันหนึ่งที่ผมไม่ให้มีเลยนะ ก็คือ เศษอาหารภายในช่องปาก จะไม่ให้มีเป็นเด็ดขาด ต้องเอาออกไปให้หมด ถ้าเกิดมี จุลินทรีย์ก็จะไปจัดการกับอาหาร มันเสียศักดิ์ศรี เพราะถ้ามีกลิ่นปากละก็ จะเป็นที่ประทับใจของผู้คนที่คุยด้วย เวลาพูดมีกลิ่นนี้เขาจำได้นะ และลูกน้องใกล้ๆ ถ้ามีกลิ่นปากเหม็น ไปพูดกับเขา ... ก็แย่

“... จะว่ากรรมพันธุ์ก็ใช่ เพราะคุณแม่ของลุงมีฟันดี ... จะว่าเราไม่กินสุ่มสี่สุ่มห้า ... หรืออะไรทำนองนั้นก็ใช่ เพราะว่าของเคี้ยวของขบพวกทอฟฟี่ ตั้งแต่เด็กจนโต ผมก็ไม่แตะไม่ชอบ ไม่ชอบกินจุบกินจิบ ถ้ากินก็กินแล้ว กินเลย ไม่มีหลายหน เวลากินน้ำก็กินทีเดียว กินข้าวเสร็จ ถ้ามีของหวานทานหวานก่อน และก็กินน้ำทีเดียว ... ตอนเด็กๆ คุณพ่อคุณแม่ทำอาหาร ก็พวก ส้มตำมะละกอ ยำหน่อไม้ แกงเลียงปลา ลาบเนื้อ ลาบหมู หมูจุ่ม ตำปู ตำกุ้ง ตำปลาร้า ตำลาว ตำไทยใส่มะกอก มะนาว หมากเปรี้ยว ก็อาหารอีสานน่ะแหล่ะ ... อาหารว่างก็ ชอบผลไม้ โดยมากกินมะละกอสุก หวานดี นอกนั้นก็เป็น ลองกอง ...”

ผมแปรงฟัน วันละ 2 ครั้ง นอกจากว่า ไปทานอะไรมาแล้ว มีกลิ่นเต็มที่ เวลากลับมาถึงบ้าน ... ก็แปรงฟัน ถ้าที่ทำงานก็มีแปรงสีฟันไว้ที่ทำงาน

สมัยก่อน ถ้าต้องไปป่า ไปทุ่ง ก็หาต้นข่อยมาสีฟันก็มี เอากิ่งที่มีขนาดพอดี ประมาณเท่าดินสอ เพราะถ้าแก่ไปก็เละ อ่อนไปก็แข็ง  เอาที่พอดีๆ ดูผิวที่เกลี้ยงๆ ตัดเป็นท่อนสัก 4-5 นิ้ว เอามาเคี้ยวซะก่อนให้เป็นฝอย และนำมาถู ใช้เป็นแปรงสีฟันได้ ... ยาสีฟันก็สำคัญ หาไม่ยากหรอก ก็ใช้เกลือกับสานส้ม เอามาบดผสมกัน เกลือ 10 สารส้มสัก 5 ครึ่งต่อครึ่ง ถ้ามีผลยาสีฟันวิเศษนิยม ก็โรยๆ คลุกกับเกลือ กับสารส้ม ใส่ขวดแก้ว ขนาดเท่ากระปุกตังฉ่ายไว้ ใช้ได้ 2 เดือน ถ้าพรรคพวกมาขอก็ให้ไป เราก็ทำใหม่เอา ... ไม่ได้ทำขายหรอก
คิดว่า ผลของสุขภาพช่องปากก็มีผลต่อสุขภาพร่างกายมากเลย ... คนเราบางคนอายุ 30 ก็ฟันร่วงหมดแล้ว สอนหลานเหมือนกันนะ สอนว่า ดูพ่อมึงสิ ดูตามึงสิ ไม่มีปวดฟัน เอ้า มาดู ... ก็อ้าปากให้ดู ... ไม่มีฟันผุหรอก บอกว่า ... นี่แหล่ะ แบบอย่างฟันดีละ ...
ตอนเลือกซื้อแปรงสีฟัน ... จะเลือกแปรงที่มีขนนุ่ม แต่บางทีแม่บ้านซื้ออะไรก็ใช้อย่างนั้น ถ้าไปสหกรณ์ ก็จะหาซื้อเอง

เรื่องปวดฟัน ... ไม่มี ไม่เสียว เคยไปทำฟันที่โรงพยาบาลพระมงกุฎ ชอบแพทย์หญิง ดีมาก เพราะให้สิทธิพิเศษ จะไปเวลาไหนก็ได้ หมอพูดดี ทำดี และแนะนำก็ดีด้วย

คุณลุงพุทธา ... เชิญชวนดูแลสุขภาพช่องปาก

... แต่ละคน อาการแสดงออกของช่องปากจะไม่เหมือนกัน บางคนเป็นด้วยเหงือกก็ได้ เหงือกก็จะมีส่วนที่ถูกทำลายไป เจ็บปวดมากเหมือนกัน ฐานความสุขก็ไม่เหมือนกัน เหงือก ... ก็ให้ดูว่า แข็งแรงไหม ก็อาจดูได้จากการกินอาหาร การทดสอบ หรือว่า ทดลองอาหารก็ได้

“ผมว่าฟันก็สำคัญนะ ไหน ... ถ้าขาดฟัน ... หน้า ... แก้ม ... ก็จะเสียโฉมไปหมด แก้มตอบ ก็จะไม่สวย มันผิดรูปทรง และอันต่อไปก็เกี่ยวกับ ตา หู จมูก ผมว่าสำคัญ ลิ้นก็สำคัญ ... ในการกิน ถ้าปากไม่รับ มันก็ไม่อยาก ... ปากนี่ เป็นบ่อเกิดแห่งความดี และความรู้ ถ้าปากเป็นโรค กลืนลงไปก็มิเป็นอีกรื้อ มันผ่านไปก็ต้องเอาไปด้วย เพราะฉะนั้น ปากก็สำคัญ ที่ต้องรักษาให้สะอาด ปราศจากโรค"

นี่ก็คือ ความคิดดีดี ที่มีผลให้สุขภาพช่องปากของคุณลุงยังดีอยู่ละค่ะ