ตอบ: เพื่อ Trust, Recognition, Social network analysis, Knowledge map, Knowledge repository เป็นต้นคะ (อยากทราบรายละเอียดต้องอ่านต่อแล้วคะ แล้วอย่าลืม Comment ด้วยนะคะ ขอบคุณคะ)


 

การจัดการความรู้ ให้ความสำคัญอย่างมากกับความรู้เชิงปฏิบัติ (Tacit Knowledge) แต่การพยายามถ่ายทอดความรู้ที่ฝังลึกนี้ออกมาเป็นตัวอักษรหรือแม้แต่เสียงก็เป็นเรื่องที่ยากสำหรับผู้ปฏิบัติ

ดิฉันมองว่า ดังนั้น ในมุมมองของผู้ถ่ายทอดนั้น ความท้อถอยในการถ่ายทอดความรู้ที่มีคุณภาพจึงเกิดขึ้นได้ง่ายคะ แต่สิ่งที่ทำให้คนเหล่านี้ยังคงถ่ายทอดความรู้อย่างต่อเนื่องก็คงเป็นเรื่องของแรงจูงใจ

ดิฉันเชื่อว่า "คนเราต้องการเป็น Somebody" คะ และก็เชื่ออีกเช่นกันว่า เรื่องเงินทองคงไม่ใช่รางวัลที่จะสามารถจูงใจผู้ทีมีความรู้ (Knowledgeable Person) และพร้อมที่จะถ่ายทอดความรู้ (Knowledge sharing) แม้ว่า การเขียนบล็อก โดยเฉพาะการเขียนบันทึกความรู้สามารถทำให้ Bloggers ระดับโลกหลายๆ คนโด่งดังและร่ำรวย มานักต่อนักแล้วก็ตาม

ดิฉันมองว่า การเป็นที่ยอมรับ (Recognition) ว่าตัวเองเป็นผู้ที่มีความรู้เป็นผู้ที่ให้ความรู้ต่อมนุษยชาติต่างหากคะที่เป็นแรงจูงใจสำหรับ Knowledgeable persons และผู้ที่ใฝ่รู้และพร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างเอาจริงเอาจัง

หันมามองในมุมมองของผู้ "รับ" ความรู้กันบ้างคะ ท่านย่อมต้องการความมั่นใจว่า ท่านได้รับความรู้มาจาก "ใคร" ไม่ใช่แค่ว่า ชื่อเสียงเรียงนามคืออะไร แต่ท่านยอมที่จะ Trust ผู้รู้ในด้านนั้นๆ จริงไหมคะ และเขารู้จักผู้รู้ท่านใดอีกบ้าง ที่ท่านจะสามารถไป "รับ" ความรู้มาได้อีก

ดังนั้น การจะค้นหาผู้รู้ในโลก CyberSpace นั้น ไม่ใช่จะมานั่งกำหนดเลือกแบบ Manual และ Subjective อย่างที่ดิฉันทำ ณ ปัจจุบัน คะ ระบบการจัดการความรู้ (Knowledge management system) จะต้องมีความสามารถในการค้นหาตัวผู้รู้และหาคุณภาพของความรู้ให้ได้ ซึ่งนั่นก็คือ เรื่องของ Degree ด้านคุณภาพความรู้ที่จะมาเป็นตัวชี้วัดความเป็นผู้รู้เพื่อสร้าง Trust ให้แก่ผู้รับ และสร้าง Recognition ให้แก่ผู้ให้ คะ

และสุดท้ายแล้ว เราก็จะได้แผนที่ความรู้ (Knowledge map) และ คลังความรู้ (Tacit Knowlege Repository) ของชาติที่มีประสิทธิภาพมาก

ดังนั้น ดัชนีชี้วัดที่ดิฉัน ดร.ประพนธ์และท่านอื่นๆ และ อ.ชุลีรัตน์ ได้พยายามค้นหาและร่วมกันชี้แนะแนวทาง จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งคะสำหรับ การจัดการความรู้ ไม่ว่าจะเป็นในระดับองค์กร หรือ ในระดับประเทศชาติ หรือ โลกคะ และดิฉันก็มั่นใจว่า นักวิจัยด้าน KM ทั้งโลกกำลังค้นหาอยู่เช่นกันคะ

ทีมงาน GotoKnow.org เองก็ยังค้นหาแนวทางของการกำหนดดัชนี้ชี้วัดนี้อยู่คะ ในเบื้องต้นทีมงานก็ทำอย่างเช่นที่เขียนไว้ที่บันทึกก่อนหน้านี้ แต่ในเวอร์ชันที่สอง ก็พยายามสร้างตัวแปรปัจจัยเพื่อการกำหนดขึ้นมาก่อนคะ โดยจะนำเอาวิธีการต่างๆ ต่อไปนี้มาใช้ เพื่อเก็บข้อมูลสำหรับการทำดัชนี

- การนับจำนวนบันทึกในบล็อก
- การวัดคุณภาพของบันทึกด้วยการ Rating
- การนับจำนวนผู้อ่านบันทึก
- การนับจำนวน Comments ของบันทึก
- การเชื่อมโยงผู้อ่าน ผู้ Comment และผู้เขียนบล็อก (Social network)
- การวัดคุณภาพ Comment ด้วยการ Rating
- จำนวนการลิงค์มายังบันทึก (Trackback)

ดิฉันจึงบอกว่า ดิฉันถูกใจบันทึก ลองคิดดังๆ เรื่อง "ตัวชี้วัด" ใน GotoKnow ของ ดร.ประพนธ์มากคะ และยังคงค้นหาดัชนีชี้วัด GotoKnow.org กันต่อไปพร้อมๆ กับทุกๆ ท่านคะ