ผมเห็นด้วยในหลักการครับที่จะทำ ดัชนีชี้วัด ซึ่งก็คงแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มคือ ดัชนีชี้วัดด้านปริมาณ และดัชนีชี้วัดด้านคุณภาพ ซึ่งการเก็บข้อมูลสำหรับทำดัชนีด้านต่างๆ อาจารย์จันทวรรณก็ได้แสดงไว้ในบันทึกแล้ว และผมเห็นด้วยอย่างมากครับกับความเห็นของอาจารย์ประพนธ์ในเรื่องการ เปรียบเทียบด้วยเกณฑ์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน เช่นจำนวนบันทึกต่อเดือน ส่วนความเห็นเพิ่มเติมนะครับ
ผมยกตัวอย่างการทำบัญชีบริษัท มีข้อมูลที่บันทึกลงในบัญชี ทั้งด้านสินทรัพย์ หนี้สินและทุน ก็มีอยู่ไม่กี่ตัว ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้โดยตรงจากการเปรียบเทียบ แต่ยังคงมีข้อจำกัดในการใช้ แตกต่างจากการนำมาวิเคราะห์โดยการทำเป็นอัตราส่วน ซึ่งทำให้เราสามารถเปรียบเทียบข้อมูลเดียวกันในฐานที่เท่ากัน และสะท้อนความเป็นจริงได้มากกว่า
ทีนี้ก็ขึ้นกับความต้องการของอาจารย์จันทวรรณละครับว่าต้องการดูอะไรบ้าง ก็เอาข้อมูลเหล่านั้นมาเทียบเป็นอัตราส่วน เช่น
1. จำนวนบันทึก ต่อช่วงเวลา
2. จำนวนความคิดเห็นต่อจำนวนบันทึก
3 ค่าเฉลี่ยคุณภาพของบันทึกต่อจำนวนบันทึก
4. จำนวน comment ต่อช่วงเวลา
5. จำนวนการ link ต่อจำนวนบันทึก
6. .......
101. การนำข้อมูลสองตัว มาทำการ crosstab กัน ก็ช่วยให้เราเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น เช่นการ crosstab ข้อมูลจำนวนบันทึกต่อเดือนกับค่าเฉลี่ยคุณภาพ ก็จะทำให้ทราบว่า การเขียนบันทึกมากหรือน้อย มีผลต่อคุณภาพของบันทึกหรือไม่ และสามารถวิเคราะห์ทางสถิติได้ว่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ ซึ่งการ crosstab ลักษณะนี้ อาจารย์ทำได้หลากหลายครับ ขึ้นอยู่กับว่าเราอยากรู้ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรไหนบ้าง
โดยทั้งหมดนี้ ควรมีการเก็บข้อมูลเป็นช่วงๆ แล้วเปรียบเทียบกัน เช่นจะเทียบเป็นรายสัปดาห์ รายเดือน รายสามเดือน รายหกเดือนหรือรายปี แล้วแต่ความละเอียดที่อาจารย์ต้องการ แต่ถ้าละเอียดมาก ข้อมูลจะมีความ fluctuate มาก ซึ่งในแง่ของ statistics สามารถบอกได้ว่า ความละเอียดขนาดไหนมีความน่าเชื่อถือหรือไม่
ทีนี้ก็ขึ้นกับว่า อาจารย์ต้องการดูข้อมูลอะไรแล้วล่ะครับ ก็หาอัตราส่วนที่เหมาะสมมาใช้
คิดว่าน่าจะพอมีประโยชน์กับอาจารย์บ้าง