เที่ยวชมไนแองการ่าแห่งเอเชียและมหานทีสีพันดอน
       ประเทศลาวเป็นบ้านพี่เมืองน้องกับประเทศไทยมาช้านานโดยมีแม่น้ำโขงกั้นระหว่างสองประเทศตั้งแต่จังหวัดเชียงรายของไทยมาจนสิ้นสุดที่จังหวัดอุบลราชธานี  ดังนั้นข้าพเจ้าขอนำเอาประสบการณ์การท่องเที่ยวประเทศลาวตอนใต้มาเล่าสู่กันฟัง  เริ่มต้นการเดินทางจากด่านพรมแดนช่องเม็กอำเภอสิรินธรจังหวัดอุบลราชธานีผ่านด่านวังเต่าซึ่งอยู่ฝั่งลาวแล้วก็จะต้องเดินรถเลนน์ขวาระยะทางประมาณ45 กม.ไปยังเมืองปากเซ แขวงจำปาสักซึ่งเป็นหนึ่งใน4จังหวัดภาคใต้ของลาว ระหว่างทางจะสังเกตเห็นโรงเรียนหรือส่วนราชการต่างๆมีธงอยู่สองผืนนั้นคือธงชาติและธงพรรคประชาชน สัญลักษณ์ธงประจำพรรคของเขาก็คือจะมีโลโก้รูปฆ้อนและเคียวที่เห็นปัก  บ้านเรือนของคนลาวนั้นจะสังเกตเห็นได้ว่าตั้งเสาอยู่บนก้อนหินหรือปูนโดยไม่มีอะไรยึดเนื่องจากป้องกันเสาโดนปลวกกินและสามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก ซึ่งคนลาวบอกว่าประเทศของเขาไม่มีพายุจึงสามารถตั้งบ้านเรือนเช่นนี้ได้ ผู้นำทางชาวลาวเล่าว่าในประเทศลาวมีทั้งหมด49ชนเผ่า แต่ได้จำแนกไว้เป็น3ชนเผ่าหลัก คือ ลาวหลุ่ม ลาวเทิง ลาวสูง โดยลาวหลุ่มจะอยู่บริเวณทางภาคใต้ของลาว ลาวเทิงบริเวณแขวงเวียงจันทร์ ส่วนลาวสูงจะอยู่ทางเหนือแถวหลวงพระบาง(ใกล้เชียงใหม่ของไทย)จะอยู่ เมื่อจะถึงเมืองปากเซจะมีด่านเก็บค่าปี้(ค่าตั๋วผ่านทาง)ซึ่งจะมีอยู่ตามถนนหรือสะพานอยู่เป็นระยะๆ เงินเหล่านี้จะนำเอาไปเป็นงบประมาณซ่อมสะพานหรือถนนนั้นๆ ก่อนที่จะเข้าเมืองปากเซต้องข้ามขัว(สะพาน)ข้ามแม่น้ำโขงซึ่งทำให้คนไทยส่วนใหญ่ที่ได้มางุนงงว่าตรงฝั่งก่อนข้ามสะพานคือไทยหรือลาว ความจริงแล้วก็คือแผ่นดินลาวเพราะลาวมีพรมแดนติดกับไทยโดยไม่มีน้ำโขงกั้นลึกประมาณ45กม. ขณะที่อยู่ที่กลางขัวมองไปทางซ้ายก็จะเห็นตึกคล้ายทรงไทยสีขาวตั้งตระหง่านอยู่เด่นชัดนั้นคือ วังเก่าของเจ้าบุญอุ้ม ปัจจุบันวังเก่านี้เป็นโรงแรมจำปาสักพาเลซ ในตัวเมืองปากเซนั้นการจราจรค่อนข้างจะสับสนเพราะรถราเยอะโดยเฉพาะบริเวณตลาดดาวเรือง เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆอยู่คนละเส้นทาง ดังนั้นผมจึงขอพาไปเที่ยว คอนพะเพ็ง,หลี่ผี ก่อนเลย น้ำตกคอนพะเพ็งห่างจากเมืองปากเซมุ่งหน้าไปทางชายแดนกัมพูชาตามถนนหมายเลข13 ประมาณ 165กม. ก็จะถึงน้ำตกคอนพะเพ็ง(นแองการ่าแห่งเอเชีย) เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นสุดท้ายของลาวก่อนไหลลงทะเลสาบในกัมพูชา มีความสูง15เมตร ความยาว1กม. ที่มาของชื่อ คอนพะเพ็ง มีหลายตำนานแต่ที่แน่ๆ คำว่าคอนนั้นมาจากดอนซึ่งหมายถึงเกาะเล็กๆ และพะเพ็งอาจหมายถึงพระจันทร์วันเพ็ญ เคยมีชาวต่างชาติที่ชอบผจญภัยพยายามที่จะล่องแก่งจึงได้ทดลองนำเรือและเอาต้นกล้วยใส่แทนคนลงไปในน้ำตกผลสรุปก็คือทุกสิ่งจมหายไปในน้ำและกลายเป็นเศษเล็กเศษน้องลอยขึ้นมาห่างจากน้ำตก1กม. โดยมากน้ำตกมักเกิดจากน้ำบนภูผาที่ตกลงสู่พื้นแต่ คอนพะเพ็งนี้เกิดจากการไหลของแม่น้ำของ(แม่น้ำโขงภาษาลาว) หากท่านยืนชมทิวทัศน์ที่ศาลาแล้วมองไปเหนือน้ำตกท่านจะมองเห็นต้นไม้ต้นหนึ่งคล้ายกับไม้ตายยืนต้น นั้คือต้นไม้มณีโคตรต้นไม้ศักดิ์สิทธิที่เกิดขึ้นกลางลำน้ำโขงอันเชี่ยวกราก เมื่อได้สัมผัสถึงความยิ่งใหญ่ของคอนพะเพ็งแล้วก็จะไปต่อกันที่หลี่ผี ซึ่งจะต้องนั่งรถย้อนกลับมาเส้นทางเดิมประมาณเกือบ10กม.มาท่าเรือเพื่อข้ามไปหลี่ผี ท่าเรือที่นิยมที่สุดคือท่านากระสังเพราะใกล้ที่สุดและประหยัดเวลา บางครั้งอาจลงเรือที่บ้านท่าม่วงมาก็ได้จะใช้เวลานานกว่าแต่ได้บรรยากาศกว่าเพราะจะต้องแล่นเรือผ่านร่องน้ำกลางน้ำของซึ่งมีหินอยู่รายรอบ(บ่อยครั้งมองเห็นคนยืนทอดแหอยู่กลางน้ำนึกว่าผู้วิเศษเหยียบน้ำได้ซะอีกที่แท้ก็แก่งหินนี่เอง) การนั่งเรือข้ามไปหลี่ผีนั้นต้องข้ามมหานทีสีพันดอนซึ่งบริเวณนี้มีเกาะแก่งน้อยใหญ่(ดอน)อยู่มากมายร่วม4พันเกาะและยังเป็นช่วงที่กว้างที่สุดประมาณ12กม.เมื่อขึ้นฝั่งที่ดอนคอนแล้วต้องนั่งรถไปตามเส้นทางรถไฟเก่าอีก2กิโลเมตรเพื่อไปชมแก่งหลี่ผี คำว่าหลี่ หมายถึงอุปกรณ์ดักจับสัตว์น้ำ ผี คือคนตาย ที่มาของชื่อน้ำตกคือในสมัยสงครามอินโดจีน มีศพที่งมไม่ได้จำนวนมากลอยมาติดที่หลี่จับปลาทุกวัน หลี่ผีเกิดจากแม่น้ำโขงเช่นกันแต่เป็นคนละสายที่ไหลแยกกับคอนพะเพ็งแต่สุดท้ายก็ไปรวมกันก่อนลงทะเลสาบในกัมพูชา สมัยก่อนฝรั่งเศสเคยคิดที่จะระเบิดหลี่ผีและคอนพะเพ็งเพื่อเปิดทางให้สามารถนำเรือเข้ามาขนเอาต้นไม้ในลาวได้อย่างสะดวกแต่ก็ทำไม่สำเร็จ(โชคดีของชาวลาวที่สมบัติของชาติยังอยู่และเหลือความงามให้เราชม)
      เสร็จสิ้นการท่องเทียวในเส้นทางนี้ก็เดินทางกลับเมืองปากเซเพื่อพักผ่อน  อาหารเย็นขอแนะนำเมนูอาหารลาเนื่องจากใช้ปลาสดๆจากแม่น้ำโขงมาปรุง ส่วนที่พักก็เลือกตามอัธยาศัยถ้าเป็นระดับ4-5ดาวก็จำปาสักพาเลซหรือแสงอรุณ เวลาประมาณ2ทุ่มการจราจรก็จะคึกคักขึ้นเพราะผู้คนจะออกมาเที่ยวยามราตรีตามสถานบันเทิงต่างๆเนื่องจากสถานบันเทิงที่นี่ปิดห้าทุ่มครึ่งครับ มีทั้งผับซึ่งส่วนใหญ่เล่นเพลงไทย,เธค,บาร์รำวง (ถ้าสั่งเบียร์หนึ่งแก้วจะได้มาหนึ่งขวดเพราะแก้วหมายถึงขวดแล้วจอกจึงจะหมายถึงแก้วของไทย...งง)ตอนเช้าสามารถหาอาหารทานได้ที่ตลาดดาวเรือง มีเฝอ(ก๋วยเตี๋ยว),ข้าวเหนียวส้มตำปิ้งไก่,อาหารเวียดนาม,ขนมปังฝรั่งเศส ฯลฯ เมื่ออิ่มหนำสำราญแล้วเรามาเที่ยวต่อกันเลย
       ออกเดินทางจากปากเซโดยทางหลวงหมายเลข23มุ่งหน้าผ่านอำเภอบาเจียงและเข้าสู่อำเภอปากซอง ทั้งเมืองบาเจียงและปากซองเป็นเมืองที่มีภูมิประเทศเป็นภูเขา(บาเจียงสูงกว่าระดับน้ำทะเล700เมตร ปากซองสูงกว่าระดับน้ำทะเล1500เมตร)จึงทำให้อากาศเย็นตลอดทั้งปีมีแค่ฤดูฝนและฤดูหนาว ประชาชนส่วนใหญ่เป็นเผ่าลาวสูงซึ่งนับถือผีดังนั้นจึงทำกสิกรรมเลี้ยงสัตว์เยอะเช่น หมู,แบ้,ไก่ เป็นต้นส่วนพืชก็จะปลูกกาแฟเป็นหลักโดยมากเป็นพันธ์อาราบิก้าซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจส่งออกอันดับหนึ่งของลาว ตามบริเวณหน้าบ้านก็จะมีลานตากกาแฟหรือบ้างก็จะส่งไปขายให้คุณแม่ดาวเรือง(เศรษฐีใหญ่แห่งจำปาสัก) เมื่อมาถึงหลักกิโลเมตรที่40แล้วเลี้ยวขวาเข้าไปประมาณก็จะถึงน้ำตกตาดเยือง คำว่าตาดหมายถึงผาน้ำตกและเยืองหมายถึงเลียงผา ซึ่งป่าบริเวณนี้แต่เดิมมีเลียงผาอยู่มาก บรรยากาศโดยรอบก็จะมีเนื้อเก้งแดดเดียวขายและมีร้านอาหารอยู่รวมถึงกล้วยไม้ป่าด้วย เนื้อเก้งนั้นเป็นเก้งจริงไม่ใช่เก้งเอ๋งเพราะผมได้เห็นตอนที่เจ้าของร้านเพิ่งไปยิงมาและนำมาชำแหละให้เห็นเลย น้ำตกตาดเยืองนี้ธรรมชาติสมบูรณ์สวยงามมากในการชมน้ำตกจะต้องเดินจากข้างบนไปตามทางที่ชันลงไปชมความงามข้างล่างในฤดูฝนหรือช่วงที่น้ำมากจะมีละอองน้ำฟ้งกระจายทั่วบริเวณทางเดินสวยงามมากอาจฟังดูลำบากแต่รับรองว่าคุ้ม เราจะเดินทางย้อนกลับมาตามเส้นทาง23ประมาณสองกิโลเมตรเพื่อไปน้ำตกตาดฟาน คำว่าฟานหมายถึงเก้ง เป็นน้ำตกที่สวยงามแต่เข้าชมใกล้ไม่ได้ดังนั้นจึงมีคนแอบตั้งชื่อว่าน้ำตกน้องเมีย(สวยแต่ใกล้ไม่ได้)ออกจากน้ำตกตาดฟานเราจะแวะชิมชาร้อนๆจากไร่ชายชาวจีน(ลุงรอง)หากชิมแล้วชอบก็อุดหนุนติดไม้ติดมือกลับบ้านได้  เมื่อออกเดินทางมุ่งหน้ากลับมาทางปากเซประมาณ กม.21 ก็จะพบทางเลี้ยวไปตามทางหลวงที่20ประมาณ 13กม.แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ตัวน้ำตกตาดผาส้วม แค่ชื่อก็อาจฟังดูไม่คุ้นหูสำหรับคนไทยเท่าไรนักแต่จริงๆแล้วค่ำว่า ส้วม ของลาวหมายถึงห้องนอนที่กั้นไว้สำหรับลูกสาวลุกเขยโดยเฉพาะส่วนตาดแปลว่าลานหินที่เป็นชั้นๆ จุดเด่นของน้ำตกตาดผาส้วมคือสายน้ำที่ไหลผ่านหินผาขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเป็นแท่งๆรูปร่างคล้ายห้องหอของคู่บ่าวสาวดูสวยงาม
   
นอกจากนี้ภายในอุทยานยังมีพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเอาหมู่บ้านโบราณของหลายชนเผ่ามาจัดแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันเช่น บ้านของขาวกระต้าง ซึ่งเป็นชนเผ่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่รอบๆน้ำตกนี้บ้านของชาวเผ่าอาลัก บ้านของชาวกระตู้ หอกวนที่ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมของชาวเผ่าละแวภายในจัดแสดงพิพิธภัณฑ์ของชาวเผ่าให้ชมเป็นจำนวนมากและหอสูงของชาวละแวที่ใช้เป็นที่สังเกตการณ์ภายในหมู่บ้านและที่น่าสนใจที่สุดคือบ้านพักของทางอุทยานที่ตกแต่งได้สวยงามอย่างลงตัวด้วยวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น ในที่นี้ยังมีร้านอาหารที่บรรยากาศดีอาหารอร่อยแถมด้วยของหวานสุดพิเศษที่ทำจากบักจอง(ลูกสำรอง)ในน้ำเชื่อม น้ำตกแห่งนี้คุณวิมล กิจบำรุง(นักธุรกิจชาวไทย)เป็นผู้ได้รับสัมปทาน โดยคุณวิมลพัฒนาที่นี้ให้เป็นแหล่ท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์ ไม้ที่นำมาตกแต่งล้วนแล้วแต่เป็นไม้ที่ตายแล้วทั้งสิ้นไม่มีการโค่นทำลายและคุณวิมลก็ยังให้มีการปลูกต้นไม้ขึ้นเพิ่มเติมอีกด้วย  ถือได้ว่ามีแหล่งท่องเที่ยวงาม ชาวบ้านมีรายได้ ธรรมชาติไม่เสียหาย ในระยะแรกได้สัมปทานเพียง15ปีเท่านั้นแต่ในช่วงเวลานี้มีบุคคลสำคัญมากมายมาเยี่ยมชมที่นี่ อาทิ สมเด็จพระเทพฯ,คุณทักษิณ ชิณวัตร ด้วยความสามารถของคุณวิมล ทางรัฐบาลลาวจึงต่อสัมปทานให้อีก30ปี ไปเที่ยวกันมามากแล้วได้เวลากลับบ้านเสียที บางท่านอาจแวะซื้อของที่ตลาดดาวเรืองแต่ยังไงอย่าลืมว่าควรกลับมาถึงด่านก่อนหนึ่งทุ่มนะครับ ของต้องห้ามที่ห้ามซื้อกลับมาคือของละเมิดลิขสิทธ์เช่น โทรศัพท์,ซีดี หรือสัตว์,เนื้อสัตว์หรือชิ้นส่วน,กล้วยไม้สองสายพันธ์ได้แก่รองเท้านารีและตระกูลช้างต่างๆอย่าลืมนะครับเก็บมาแค่ภาพถ่ายและฝากไว้แค่ความทรงจำ
             เกร็ดเล็กๆน้อยๆ
ลาวใช้สกุลเงินกีบ
ทะเบียนรถ  สีแดง(ตำรวจ),สีเหลือง(บุคคล),สีขาว(ธุรกิจ,รับจ้าง),สีน้ำเงิน(ราชการ)
ตัวอย่างอักษร
ก.ไก่
ป.ปลา
ข.ไข่
ผ.เผิ่ง(ผึ้ง)
ค.ควย(ควาย)
ฝ.ฝน
ง.งัว(วัว)
ภ.ภู(ภูเขา)
จ.จอก(แก้วน้ำ)
ฟ.ไฟ(คนลาวไม่มีฟัน มีแต่แข้ว ซึ่งแปลว่าฟัน)
ส.เสือ
ม.แมว
ซ.ซ้าง(ช้าง)
ย.ยา
ย.ยุง
ล.ลิง
ด.เด็ก
ร.รถ
ต.ตา
ว.วี(พัด)
ถ.โถ๋ง(ถุง)
ห.ห่าน
ท.ทุง(ธง)
อ.โอ(ขันตักน้ำ)
บ.แบ้(แพะ)
ฮ.เฮือน(บ้านเรือน)