เมื่อคัดเลือกหลักสูตรปกติเข้าสู่งานประจำร่วมกับงานฝากครรภ์แล้ว แรกเลยก็ได้ไปตกลงขั้นตอนการส่งต่อที่ให้สะดวกทั้งคุณแม่ที่มาอบรม ทั้งระบบงานของเจ้าหน้าที่ และต้องให้สอดคล้องกับเกณฑ์ของกรมอนามัยที่กำหนดมาด้วย 3ใน 13 ข้อ ณ.ปีนั้นหลักๆก็มี
- จำนวนผู้เข้าอบรมไม่เกิน 20 คน/กลุ่ม
- สามี/ญาติมีส่วนร่วมในการอบรมไม่น้อยกว่า 20%
- หญิงตั้งครรภ์ต้องได้รับการอบรมอย่างน้อย 2 ครั้งตลอดการตั้งครรภ์
แรกๆก็สับสนกันพอดู เพราะงานฝากครรภ์ก็อยากส่งมาอบรมให้หมด แต่งานโรงเรียนพ่อแม่ก็บอกว่าห้องเต็มๆ แล้วงานฝากครรภ์เองก็ยังนัดอายุครรภ์ปะปนกันในทุกวันแต่งานโรงเรียนพ่อแม่กำหนดตารางสอนตามอายุครรภ์ แล้วก็ระบุวันเฉพาะไว้ เช่น วันจันทร์ต้องอายุครรภ์ไม่เกิน 16 สัปดาห์มาเรียนรู้เรื่องยากับทันตสุขภาพ
ก็เลยได้ CQI มาอีกเรื่องคือ เรื่อง"การพัฒนาระบบการจัดชั้นเรียน" ก็คือ
- กำหนดตารางสอนติดให้เห็นชัดเจน
- สอนตรงตามเวลา เลิกตรงตามเวลา
- โรงเรียนพ่อแม่ช่วยงานฝากครรภ์คัดกรองผู้เข้าอบรมตามข้อตกลง (เวลา,อายุครรภ์)
- เมื่อกลุ่มผู้เข้าอบรมมีจำนวนประมาณ 15 รายให้โทรฯประสานแจ้งงานฝากครรภ์ทราบเพื่อพิจารณาส่งอีกหรือจะรวบรวมเป็นกลุ่มที่ 2
- การออกบัตรคิวยังคงยึดลำดับคิวตามห้องบัตร ดังนั้นกลุ่มที่อบรมก่อนแล้วมีกิจกรรมค้างที่ห้องฝากครรภ์ก็กลับไปแซงคิวตามเดิมได้ เมื่อเลิกจากการอบรมไปเพื่อไม่ให้เสียเวลา
ในครั้งนั้นดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ แต่เราก็ยังต้องทำ CQI ค่ะ เพื่อให้ได้คำตอบที่แท้จริงและค้นหาสาเหตุที่แท้จริงว่าทำไม??? เพื่อมาชี้วัดจนถึงปัจจุบันนี้ ก็ยังพบกลุ่มที่ขอเกิน 20 คนอยู่บ้างตามความจำนน...อายุครรภ์ใหญ่มากแล้วไม่สามารถเลื่อนนัดได้ แม่เด็กบ่นว่าเลื่อนหนูหลายครั้งแล้ว ฯลฯ เราก็ต้องยอมค่ะ แต่ผลลัพธ์ก็พบว่าร้อยละของกลุ่มที่เกิน 20 คนลดลงเรื่อยๆค่ะ ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 20% ค่ะเดิมตั้งเป้าไว้ที่ 30% ก็ยอมรับได้ค่ะ