เมื่อวานผมนั่งทานข้าวเที่ยงอยู่ใกล้กับรองศาสตราจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม นักมานุษยวิทยาทางวัฒนธรรม ท่านอยู่ในวัย 70 กว่าปีแล้ว แต่ลีลาการวิพากษ์วิจารณ์ไร้เทียมทานจริง ๆ ครับ...
เปล่า...ผมไม่ได้เดินทางไปเที่ยวเองนะครับ แต่เป็นการคุยกันตอนทานข้าวเที่ยง...ส่วนมากผมเป็นคนถามท่านตอบเล่าอธิบายให้ฟังในเรื่องต่าง ๆ
ท่านพึ่งกลับมาจากอินเดียซึ่งเป็นดินแดนอู่อารยธรรมทางเอเชียตะวันออกและอียิปต์ที่รุ่งเรืองมาก่อน ค. ศ . 3000 ปี ดูแล้วอลังการมาก
ท่านไปท่องเที่ยวแสวงหาความรู้ทางภูมิปัญญาจากสองประเทศนี้ในวงเงินประเทศละแสนบาทต่อการท่องเที่ยวอยู่ประมาณแห่งละ 10 กว่าวัน การแลกอัตราเงินไทยกับอินดียตอนนี้ 1 บาทเท่ากันแล้วครับ
ช่วงผมอยู่อินเดีย 1 ดอลล่า เท่ากับ 30 รูปี เท่ากับ 25 บาทไทย ความจริงเรื่องเล่ามีมากมายเกินกว่าการอ่านจากหนังสือที่หลอกคนไม่ได้ไปเห็นมาจริง...
ดังนั้นการเดินทางไปเห็นด้วยตาได้ยินด้วยสองหูของตนนี้เป็นการเพิ่มพูนความรู้ที่หาค่าไม่ได้...
ท่านหักมุมชวนคิดอย่างหนึ่งว่า…คุณดูนกอินทรีย์ บินสูง ว้าเว่ใจ เหงา วังเวง…กับคุณดูนกกระจอกอยู่อาศัยใต้ร่มไม้ชายคาเป็นกลุ่ม ฝูง คุยกันเจาะแจะ สนุกจะตาย…ถ้าเลือกผมเป็นนกกระจอกดีกว่า…ฮา ๆ เอิก ๆ
สวัสดีครับ คุณ
นมินทร์ (นม.
ช่วงลมทะเลพัดแรงกิ่งไม้โอนเอนไปมามองจากหน้าต่างที่ทำงาน...
ยังสบายดีอยู่มนะครับ...ลองคิดดู...อาจปิ๊ง...วาบ..ๆ ฮา ๆ เอิก ๆ
ขอบคุณครับ
บังเอิญว่า นักวิชาการจัดประเภทมนุษย์ว่าเป็นสัตว์สังคม ถ้าขึนผมเลือกเป็นนกอินทรีย์ คงต้องมาทำข้อยกเว้นให้ผมด้วย กลัวไม่เข้ากลุ่มของมนุษย์ ฮาฮาฮา ดังนั้นผมขอเลือกอยู่เป็นกลุ่มดีกว่าครับ อย่างน้อยก็ไม่ต้องหาข้อยกเว้นในการนิยามผมในกลุ่มมนุษย์ ฮาฮา
สวัสดีครับ คุณ
จารุวัจน์
ที่ว่า...บังเอิญว่า นักวิชาการจัดประเภทมนุษย์ว่าเป็นสัตว์สังคม
แต่บางคนยังปลีกวิเวก...วังเวง...ไปหาคนแต่ไม่เห็นคน...เพราะไปด้วยอัตตา...แล้วอย่างจะเข้าไปนั่งตำหมาก...พลูให้คุณยายเคี้ยวได้อย่างไร
ครับ...ฮา ๆ เอิก ๆ
ขอบคุณครับ