ในคัมภีร์ "โพสะราดและสังคะปะกอน" (4) ลักษณะอุทธรณ์ 9 "เป็นใจคดคิดแปงสำนวนความ เสือกใสซ้อนสอดข้อความหนึ่ง" ผมลืมเรียนว่าลักษณะอุทธรณ์นี้จะมีทั้งหมด 5 ตอนดังนี้ครับ

ก. ลักษณะอุทธรณ์  9  ประการ

ข. ลักษณะสุทอุทธรณ์  12  ประการ

ค. ลักษณะอุตริอุทธรณ์  21  ประการ

ง. ลักษณะนานาอุทธรณ์  22  ประการ

จ. ลักษณะอุทธรณ์  5  ประการ

ผมจึงขอถือโอกาสนี้กลับไปเพิ่มหัวข้อ ก. ในชื่อของตอนที่แล้ว  แล้วจะขอนำแนวทางที่ท่านอาจารย์wwibul กรุณาให้ไว้ว่าควรใช้รูปแบบในการนำเสนอคือ
  1. ภาพต้นฉบับ (เบิ่งคำ)
  2. แกะแบบอ่านเสียง (แกะคำ)
  3. แกะแบบเทียบคำไทย (เทียบคำ)
  4. แกะความเป็นภาษาไทย (แกะความ)

นั้นคือผมจะเสนอตามลำดับดังนี้  และทุกคำแปลความผมขอวงเล็บว่า (หรือไม่อย่างไร) ไว้ดังนี้ครับ

         

ข. ลักขะนะสุดทะอุทอน  12  ปะการ : ลักษณะสุทอุทธรณ์ 12  ประการ

อันว่าลักขะนะสุดทะอุทอน  12  ปะการนั้นคื :

1)  ให้สะโทดขาดเหลือหลาย  กำหนดมิให้หมดลงทุกข้อหนึ่ง : ให้ษาโทษขาดเหลือหลาย กำหนดมิให้หมดลงทุกข้อหนึ่ง : กำหนดโทษขาดเหลือ(ต่ำไป)  มิได้ลงโทษคนผิดหมดทุกความผิด

2)  อำย่อนย่อสำนวนความระบุไปหนึ่ง : อำหย่อนย่อสำนวนความระบุไปหนึ่ง : อำพราง  ย่อหย่อน/ย่นย่อสำนวนความที่ควรระบุไป

 3)  คัดสำนวนไพ่ผิด  บิดเบือนข้ออ้างเป็นข้อหนึ่ง : คัดสำนวนไพร่ผิด  บิดเบือนข้ออ้างเป็นข้อหนึ่ง : คัดสำนวนไพร่/ผู้ต้องหาผิด  การบิดเบือนข้ออ้าง/ข้อกฎหมาย (ช่วยคนผิด/เจตนาทำให้การตัดสินคดีผิด)

4)  อ่านมิให้เข้าฟังโจดขํบังบ่สันความหนึ่ง : อ่านมิให้เข้าฟังโจทก์ขอบังบ่สันความหนึ่ง :  อ่านสำนวน(ตัดสิน)มิให้เข้าฟัง  โจทก์ขอให้บังคับโดยไม่แจ้งสำนวน(ให้จำเลยทราบ) ?

5)  กะข้อถามลงกะเบียนแปงข้อเขียนให้เกินไปหนึ่ง : กะข้อถามลงทะเบียนแปลงข้อเขียนให้เกินไปหนึ่ง : เลือก (กะ : เกณฑ์ : เลือก) ข้อถามแล้วเปลี่ยนแปลงการลงทะเบียน (บันทึก) ให้เกินความเป็นจริง

6)  ลงทงใซหลักเพ็ด  ถามความเด็ดขาดกะเสียนหนึ่ง : ลงธงชัยหลัก(เพด)  ถามความเด็ดขาดเกษียนหนึ่ง :  (ค่อนข้างตีความยากมาก) ลงธงชัยหลักเพ..?(พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน 2542. เพชร น. : แก้วแข็งทำเครื่องประดับ, เพ็ดทูล ก. : พูดกับเจ้านาย, เพล็ด/เพ็จ ก. : เผล็ด  ผลิ  งอกออก,  เพ็จ ว. : เล็ก, ย่อม, น้อย,  เพท น.: เวท  ความรู้, เพศ น.: รูปที่แสดงว่าหญิงหรือชาย, เพส ว.: ยี่สิบ) สอบความ(ถาม) เด็ด? ขาดการเกษียน (เกษียน น.: ข้อความที่เขียนแทรกไว้ในใบลาน  ข้อความที่เขียนไว้ในหัวกระดาษคำสั่งหรือหนังสือราชการ) (ข้อนี้ยากมาก  ขอเชิญตีความช่วยกันครับ/ครูชา)??

      

7)  มิได้เขียนคำตัดสำนวนไว้หนึ่ง : - : ไม่ได้เขียนคำ (ให้การ?) ตัดสำนวนไว้

8)  เขียนลงแล้วกับฮับหนึ่ง : เขียนลงแล้วกลับรับหนึ่ง : บันทึกคำให้การ(รับ)ไว้แล้วกลับคำรับนั้น

9)  ปะติเสดกบเกื่อนถามกับข้อเป็นพากหนึ่ง : ปฏิเสธกลบเกลื่อนถามกลับข้อเป็นภาคหนึ่ง : (ให้คนผิด) ปฏิเสธกลบเกลื่อนความผิด พลิกแพลง(กลับข้อ)คำถามเป็นส่วน ๆ

10)  ข้ออ้างมากมิได้เขียนแดงแปงเปี่ยนเอาเป็นต่อหนึ่ง : ข้ออ้างมากมิได้เขียนแดง(แต่ง?)แปลงเปลี่ยนเอาเป็นต่อหนึ่ง : (เจ้าพนักงาน)มีข้ออ้างมาก(ว่าคดีมีความยุ่งยากจึง) เขียนแปลงเปลี่ยนสำนวนความ (ขอเชิญตีความช่วยกันครับ/ครูชา)

11)  มิแจ้งข้อทำอำยอนไว้  ชี้สำนวนมิให้สิ้นหนึ่ง : - : มิยอมแจ้งข้อกล่าวหา/หน่วงเหนี่ยวเรื่องไว้  ชี้สำนวนว่ายังไม่สิ้น (ไม่ยอมตัดสิน)

12)  ตัดสำนวนเว้นแวะในความโจดจำเลยมิให้หลูดองอาดสู้แปงให้สัดบ่ออกอัดอ่านละวางหนึ่ง : ตัดสำนวนเว้นแวะในความโจทก์จำเลยมิให้หลุดองอาจสู้แปลงให้สัตย์บ่ออกอรรถอ่านละวางหนึ่ง : ตัดสำนวนไม่นำคำให้การโจทก์-จำเลยเพื่อมิให้หลุด/พ้นผิดเมื่อโจทก์หรือจำเลยสู้คดี(องอาจสู้) เปลี่ยนแปลงคำให้สัตย์ของคู่คดี(?)ไม่ว่าคดีไปตามกระบวนการ

      

12  ข้อก่าวไว้ ชื่ว่า สุทะอุทอนให้พิเคาะโทดเทิน : 12  ข้อกล่าวไว้ชื่อว่าสุทอุทธรณ์ให้พิเคราะห์โทษเทอญ.

การศึกษาคัมภีร์"โพสะราดและสังคะปะกอน" ตอนนี้อ่านเข้าใจค่อนข้างยาก  พราะอายุกฎหมายก็น่าจะหลายร้อยปีทีเดียว  คิดดูง่าย ๆ เมื่อสิ้นสุดยุคพระเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ก็ปี พ.ศ. 2369 หรือ 181 ปีมาแล้ว  และต่อมาในสมัยเจ้ามหาชีวิตแห่งหลวงพระบางในยุคประเทศราชสยามก็คงใช้มาเรื่อย ๆ จนถึงยุคฝรั่งเศส  ดังนั้นกฎหมายนี้ย่อมมีอายุ 200 ปีขึ้นไป  สนุกดีครับ.